เตือนภัยผู้เสี่ยง "Stroke" สุขภาพ "ลำไส้แย่" อาจทำให้อาการ "หลอดเลือดสมอง" รุนแรงขึ้น!

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า
เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้กำหนดความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด (Ischemic stroke) เป็นสาเหตุสำคัญของความพิการและเสียชีวิต โดยทั่วไปเรามักมองว่าความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับขนาดของหลอดเลือดที่อุดตันและระยะเวลาก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษา แต่งานวิจัยล่าสุดใน Cell ได้เปิดเผยมุมมองใหม่ที่เชื่อมโยงระบบสมองเข้ากับระบบทางเดินอาหาร โดยพบว่าจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทสำคัญในการตั้งโปรแกรมระบบภูมิคุ้มกันล่วงหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับความรุนแรงของความเสียหายในเนื้อสมองเมื่อเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
จุดเริ่มต้นของการค้นพบนี้เกิดจากการศึกษาในแบบจำลองหนูทดลองและการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งทีมวิจัยพบว่าภาวะโรคที่มีอาการรุนแรงมีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับการเพิ่มขึ้นของแบคทีเรีย E. coli ในลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มียีน tnaA ซึ่งทำหน้าที่สร้างเอนไซม์ Tryptophanase สำหรับย่อยสลายกรดอะมิโน Tryptophan จากอาหารให้กลายเป็นสารเมแทบอไลต์ที่เรียกว่า Indole
การสะสมของสาร Indole นี้จะเข้าไปจับและกระตุ้นตัวรับสัญญาณภายในเซลล์ที่มีชื่อว่า Aryl hydrocarbon receptor หรือ AHR บนเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด Dendritic cells ในลำไส้ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นกระบวนการอักเสบและทำให้สมองเกิดการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดสภาวะขาดเลือด

สรุปข่าว
ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า
เมื่อจุลินทรีย์ในลำไส้กำหนดความรุนแรงของโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองขาดเลือด (Ischemic stroke) เป็นสาเหตุสำคัญของความพิการและเสียชีวิต โดยทั่วไปเรามักมองว่าความรุนแรงของโรคขึ้นอยู่กับขนาดของหลอดเลือดที่อุดตันและระยะเวลาก่อนที่ผู้ป่วยจะได้รับการรักษา แต่งานวิจัยล่าสุดใน Cell ได้เปิดเผยมุมมองใหม่ที่เชื่อมโยงระบบสมองเข้ากับระบบทางเดินอาหาร โดยพบว่าจุลินทรีย์ในลำไส้มีบทบาทสำคัญในการตั้งโปรแกรมระบบภูมิคุ้มกันล่วงหน้า ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อระดับความรุนแรงของความเสียหายในเนื้อสมองเมื่อเกิดภาวะหลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
จุดเริ่มต้นของการค้นพบนี้เกิดจากการศึกษาในแบบจำลองหนูทดลองและการวิเคราะห์ข้อมูลผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ซึ่งทีมวิจัยพบว่าภาวะโรคที่มีอาการรุนแรงมีความสัมพันธ์อย่างชัดเจนกับการเพิ่มขึ้นของแบคทีเรีย E. coli ในลำไส้เล็กส่วนปลาย โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่มียีน tnaA ซึ่งทำหน้าที่สร้างเอนไซม์ Tryptophanase สำหรับย่อยสลายกรดอะมิโน Tryptophan จากอาหารให้กลายเป็นสารเมแทบอไลต์ที่เรียกว่า Indole
การสะสมของสาร Indole นี้จะเข้าไปจับและกระตุ้นตัวรับสัญญาณภายในเซลล์ที่มีชื่อว่า Aryl hydrocarbon receptor หรือ AHR บนเซลล์ภูมิคุ้มกันชนิด Dendritic cells ในลำไส้ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นกระบวนการอักเสบและทำให้สมองเกิดการบาดเจ็บรุนแรงขึ้นเมื่อเกิดสภาวะขาดเลือด

เพื่อพิสูจน์บทบาทของกลไกนี้ ทีมวิจัยได้ทำการดัดแปลงพันธุกรรมเพื่อลบการทำงานของ AHR ออกจาก Dendritic cells โดยเฉพาะ รวมถึงการทดลองใช้สารยับยั้งการทำงานของ AHR ในทางเภสัชวิทยา ผลลัพธ์ปรากฏว่าการยับยั้งหรือการขาดหายไปของสัญญาณ AHR ในเซลล์ดังกล่าวสามารถลดขนาดของเนื้อสมองที่ตายและช่วยให้อาการทางระบบประสาทดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ที่น่าสนใจคือ การยับยั้ง AHR ยังช่วยรักษาสมดุลของเซลล์ภูมิคุ้มกันกลุ่ม cDC1 ในลำไส้ และกระตุ้นให้เซลล์ภูมิคุ้มกันเหล่านี้เดินทางจากลำไส้ผ่านระบบไหลเวียนไปยังเยื่อหุ้มสมอง ซึ่งเป็นบริเวณขอบเขตด่านหน้าของระบบประสาทส่วนกลาง เมื่อเซลล์เหล่านี้ไปถึงเยื่อหุ้มสมอง จะส่งเสริมการเพิ่มจำนวนของ Regulatory T cells (Tregs) ซึ่งเป็นเซลล์ภูมิคุ้มกันที่มีหน้าที่ระงับการอักเสบและจำกัดความเสียหายของเนื้อเยื่อสมองได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความเชื่อมโยงนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในสัตว์ทดลองเท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับการศึกษาทางคลินิกในมนุษย์อย่างน่าสนใจ เมื่อนำตัวอย่างจุลินทรีย์ในอุจจาระจากผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองที่มีอาการรุนแรงมาปลูกถ่ายให้กับหนูทดลอง พบว่าหนูเหล่านั้นเกิดความเสียหายในสมองรุนแรงขึ้นตามไปด้วยเมื่อเทียบกับหนูที่ได้รับจุลินทรีย์จากผู้ป่วยที่มีอาการเพียงเล็กน้อย

นอกจากนี้ การวิเคราะห์ข้อมูลทางพันธุกรรมของจุลินทรีย์ในผู้ป่วยยังยืนยันว่า ปริมาณยีน tnaA และแบคทีเรีย E. coli มีความสัมพันธ์กับผลลัพธ์การฟื้นตัวที่แย่ลงในระยะ 90 วัน รวมถึงพบความชุกของแบคทีเรียกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นในผู้ที่มีภาวะเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง เช่น โรคอ้วน และโรคเบาหวานประเภทที่ 2
การค้นพบกลไก Gut-Brain Axis ในครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า สภาพแวดล้อมและจุลินทรีย์ในระบบทางเดินอาหารสามารถส่งสัญญาณควบคุมระบบภูมิคุ้มกันตั้งแต่ก่อนเกิดภาวะสมองขาดเลือด และกำหนดความรุนแรงของโรคได้ในที่สุด แม้ว่าการนำความรู้นี้ไปประยุกต์ใช้ในการรักษาผู้ป่วยยังต้องผ่านการทดสอบทางคลินิกเพิ่มเติมในอนาคต
แต่ข้อมูลเชิงลึกนี้ได้ช่วยปูทางไปถึงการรักษาใหม่ๆ โดยเฉพาะการปรับสมดุลของจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือการควบคุมวิถีเมแทบอลิซึมของ Tryptophan และการทำงานของตัวรับ AHR เพื่อเป็นกลยุทธ์เสริมในการลดความรุนแรงและเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวของผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมองต่อไป
ข้อมูลจาก เพจ เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana"
- รู้หรือไม่ สมอง มี 2 ระบบแยกออกจากกัน ไม่ใช่อวัยวะระบบเดียวอย่างที่เราเข้าใจ
- ตัวเลขไม่เคยโกหก! งานวิจัย "จุลินทรีย์ในลำไส้" บอกระดับ "การอักเสบในร่างกาย" แม่นยำกว่าอายุจริงถึง 97%
- ตรวจอัลตราซาวนด์หลอดเลือดสมอง ตัวช่วยคัดกรองอัมพฤกษ์-อัมพาต
- เคสอุทาหรณ์ลุงวัย 58 ปี "หยุดยาเอง" เพราะคิดว่า "ไม่เป็นไร" ชั่วข้ามคืนจากคนแข็งแรงกลายเป็น "อัมพาต"
- ระวังภัยเงียบจู่โจม! 6 สัญญาณเตือน "Stroke" ที่ต้องรีบไปโรงพยาบาล เพราะทุกนาทีคือโอกาสรอด
ที่มาข้อมูล : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
ที่มารูปภาพ : ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ,Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
