ตัวเลขไม่เคยโกหก! งานวิจัย "จุลินทรีย์ในลำไส้" บอกระดับ "การอักเสบในร่างกาย" แม่นยำกว่าอายุจริงถึง 97%

Share on Line Share on Facebook Share on X
ตัวเลขไม่เคยโกหก! งานวิจัย "จุลินทรีย์ในลำไส้" บอกระดับ "การอักเสบในร่างกาย" แม่นยำกว่าอายุจริงถึง 97%

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า


จุลินทรีย์ในลำไส้บอกสุขภาพคุณได้แม่นกว่าอายุ


เชื่อกันมานานครับว่า "อายุ" คือปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำในร่างกาย หรือที่เรียกว่า "inflammaging" ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันค่อย ๆ เสียสมดุลตามวัย และเชื่อมโยงกับโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคอ้วน แต่งานวิจัยนี้ที่ตีพิมพ์ใน Nature Communications ดูเหมือนมีข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจ 


โดยพบว่าองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ gut microbiota นั้น สามารถอธิบายความแตกต่างของระดับการอักเสบในร่างกายได้ดีกว่าอายุไขซะอีก  งานวิจัยนี้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 1,199 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 72 ปี จากโครงการ DanFunD ซึ่งเป็น cohort study ขนาดใหญ่ในเดนมาร์ก ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับการเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อวิเคราะห์ gut microbiota ควบคู่กับการตรวจวัด cytokine ในเลือด 30 ชนิด ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นสัญญาณของการอักเสบในร่างกาย รวมถึงตัวชี้วัดทางชีวเคมีและสรีรวิทยาอีก 19 รายการ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน ความดันโลหิต และสมรรถภาพหัวใจและปอด


เมื่อทีมวิจัยเปรียบเทียบว่าปัจจัยใดระหว่างอายุกับ gut microbiota มีความสัมพันธ์กับระดับการอักเสบมากกว่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ gut microbiota สามารถอธิบายความแปรปรวนของ cytokine ได้มากกว่าอายุถึง 97% จาก 30 ชนิดที่ศึกษา และอธิบายความแปรปรวนของตัวชี้วัดทางสรีรวิทยาได้มากกว่าอายุใน 84% ของตัวแปรทั้งหมด พูดง่ายๆคือว่า การรู้ว่าใครมีจุลินทรีย์ในลำไส้ชนิดใดบ้าง อาจบอกได้ดีกว่าการรู้แค่อายุของคนนั้นว่าร่างกายของเขากำลังอยู่ในสภาวะการอักเสบมากน้อยขนาดไหน  


หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้คือการค้นพบเกี่ยวกับ enterotype หรือรูปแบบของชุมชนจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลักตามลักษณะองค์ประกอบของจุลินทรีย์ที่โดดเด่น ได้แก่ Bacteroides 1 (B1), Bacteroides 2 (B2), Prevotella (P) และ Richness (R) โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือกลุ่ม B2 ซึ่งพบในผู้เข้าร่วมประมาณ 17% กลุ่มนี้มีลักษณะเด่นคือมีจุลินทรีย์ที่หลากหลายน้อยกว่ากลุ่มอื่น และมีแบคทีเรียบางชนิดในปริมาณสูงกว่า เช่น Escherichia/Shigella, Lactobacillus และ Ruminococcus gnavus

สรุปข่าว

งานวิจัยใน Nature Communications พบว่า "จุลินทรีย์ในลำไส้" บอกระดับการอักเสบ และความเสี่ยงโรคได้แม่นยำกว่าอายุจริงถึง 97% โดยผู้ที่มีจุลินทรีย์กลุ่ม B2 จะมีร่างกายอักเสบและเสี่ยงป่วยสูงเทียบเท่าคนอายุมากกว่าถึง 37 ปี ขณะที่กลุ่ม R ที่มีความหลากหลายสูงจะช่วยลดการอักเสบและป้องกันโรค ชี้ให้เห็นว่าลำไส้คือตัวบ่งชี้สุขภาพที่แท้จริงยิ่งกว่าตัวเลขอายุ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ได้โพสต์เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" ระบุว่า


จุลินทรีย์ในลำไส้บอกสุขภาพคุณได้แม่นกว่าอายุ


เชื่อกันมานานครับว่า "อายุ" คือปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการอักเสบเรื้อรังระดับต่ำในร่างกาย หรือที่เรียกว่า "inflammaging" ซึ่งเป็นภาวะที่ระบบภูมิคุ้มกันค่อย ๆ เสียสมดุลตามวัย และเชื่อมโยงกับโรคที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจและหลอดเลือด รวมถึงโรคอ้วน แต่งานวิจัยนี้ที่ตีพิมพ์ใน Nature Communications ดูเหมือนมีข้อมูลใหม่ที่น่าสนใจ 


โดยพบว่าองค์ประกอบของจุลินทรีย์ในลำไส้ หรือ gut microbiota นั้น สามารถอธิบายความแตกต่างของระดับการอักเสบในร่างกายได้ดีกว่าอายุไขซะอีก  งานวิจัยนี้วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้เข้าร่วม 1,199 คน อายุระหว่าง 20 ถึง 72 ปี จากโครงการ DanFunD ซึ่งเป็น cohort study ขนาดใหญ่ในเดนมาร์ก ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับการเก็บตัวอย่างอุจจาระเพื่อวิเคราะห์ gut microbiota ควบคู่กับการตรวจวัด cytokine ในเลือด 30 ชนิด ซึ่งเป็นโปรตีนที่ทำหน้าที่เป็นสัญญาณของการอักเสบในร่างกาย รวมถึงตัวชี้วัดทางชีวเคมีและสรีรวิทยาอีก 19 รายการ เช่น ระดับน้ำตาลในเลือด ไขมัน ความดันโลหิต และสมรรถภาพหัวใจและปอด


เมื่อทีมวิจัยเปรียบเทียบว่าปัจจัยใดระหว่างอายุกับ gut microbiota มีความสัมพันธ์กับระดับการอักเสบมากกว่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้คือ gut microbiota สามารถอธิบายความแปรปรวนของ cytokine ได้มากกว่าอายุถึง 97% จาก 30 ชนิดที่ศึกษา และอธิบายความแปรปรวนของตัวชี้วัดทางสรีรวิทยาได้มากกว่าอายุใน 84% ของตัวแปรทั้งหมด พูดง่ายๆคือว่า การรู้ว่าใครมีจุลินทรีย์ในลำไส้ชนิดใดบ้าง อาจบอกได้ดีกว่าการรู้แค่อายุของคนนั้นว่าร่างกายของเขากำลังอยู่ในสภาวะการอักเสบมากน้อยขนาดไหน  


หัวใจสำคัญของงานวิจัยนี้คือการค้นพบเกี่ยวกับ enterotype หรือรูปแบบของชุมชนจุลินทรีย์ในลำไส้ ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 4 กลุ่มหลักตามลักษณะองค์ประกอบของจุลินทรีย์ที่โดดเด่น ได้แก่ Bacteroides 1 (B1), Bacteroides 2 (B2), Prevotella (P) และ Richness (R) โดยกลุ่มที่น่าเป็นห่วงที่สุดคือกลุ่ม B2 ซึ่งพบในผู้เข้าร่วมประมาณ 17% กลุ่มนี้มีลักษณะเด่นคือมีจุลินทรีย์ที่หลากหลายน้อยกว่ากลุ่มอื่น และมีแบคทีเรียบางชนิดในปริมาณสูงกว่า เช่น Escherichia/Shigella, Lactobacillus และ Ruminococcus gnavus

ข้อมูลที่ค้นพบ คือ ผู้ที่มี B2 enterotype แสดงให้เห็นระดับ cytokine ที่บ่งชี้การอักเสบสูง เช่น IL-6, TNF-α, CRP และ IFN-γ ตั้งแต่ในวัยหนุ่มสาว คล้ายๆกับว่าร่างกายของพวกเขาแก่ก่อนวัยในแง่ของระบบภูมิคุ้มกัน ทีมวิจัยประเมินว่าคนในกลุ่ม B1, P และ R จะต้องรอจนอายุมากขึ้นอีกประมาณ 37 ปี จึงจะมีระดับ cytokine เหล่านี้เทียบเท่ากับคนกลุ่ม B2 ที่อายุเพียง 20 ปี นอกจากนี้ กลุ่ม B2 ยังมีระดับไขมัน triacylglycerol (TAG) สูงกว่า ระดับ HDL-cholesterol หรือไขมันดีต่ำกว่า และมีสมรรถภาพหัวใจและปอด (VO₂ max) ต่ำกว่ากลุ่มอื่นอย่างสม่ำเสมอตลอดช่วงอายุที่ศึกษา เพื่อดูว่าความแตกต่างเหล่านี้มีผลต่อสุขภาพในระยะยาวหรือไม่


 ทีมวิจัยได้เชื่อมข้อมูลของผู้เข้าร่วมกับทะเบียนผู้ป่วยแห่งชาติของเดนมาร์ก และติดตามผลสุขภาพเป็นเวลาเฉลี่ย 8 ปี ผลที่ได้พบว่าผู้ที่มี B2 enterotype มีความเสี่ยงในการเกิดโรคใหม่สูงกว่ากลุ่มอื่นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ โดยมี hazard ratio โดยรวมอยู่ที่ 1.21 ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงสูงกว่ากลุ่มอื่นประมาณ 21% ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นนี้ครอบคลุมโรคหลายระบบ ทั้งโรคระบบประสาท โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคระบบทางเดินหายใจ โรคระบบย่อยอาหาร โรคกระดูกและกล้ามเนื้อ โรคตา และการติดเชื้อ


ในทางตรงกันข้าม ผู้ที่มี R enterotype ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความหลากหลายของจุลินทรีย์สูงที่สุด กลับแสดงให้เห็นภาพที่ดีกว่าในทุกด้าน ทั้งระดับการอักเสบที่ต่ำกว่า ตัวชี้วัดทางสรีรวิทยาที่ดีกว่า และมีความเสี่ยงในการเกิดโรคโดยรวมต่ำกว่ากลุ่มอื่นถึง 21% โดยมี hazard ratio อยู่ที่ 0.79 จุลินทรีย์ที่พบมากในกลุ่มนี้ เช่น Eubacterium siraeum group, Lachnotalea และสมาชิกในวงศ์ Ruminococcaceae มีความสัมพันธ์เชิงลบกับ cytokine ที่บ่งชี้การอักเสบ และมีความสัมพันธ์เชิงบวกกับระดับ HDL-cholesterol และสมรรถภาพร่างกายที่ดีกว่า ซึ่งนักวิจัยเสนอว่าอาจเกี่ยวข้องกับความสามารถของจุลินทรีย์เหล่านี้ในการผลิต short-chain fatty acid โดยเฉพาะ butyrate ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแรงของผนังลำไส้และลดการอักเสบในระดับท้องถิ่นและระดับระบบ

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา นักไวรัสวิทยา ไบโอเทค สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)

แต่ ทีมวิจัยย้ำว่างานวิจัยนี้เป็น observational study ซึ่งหมายความว่าสามารถบอกได้ว่าสิ่งใดมีความสัมพันธ์กัน แต่ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าสิ่งใดเป็นสาเหตุของสิ่งใด ยังคงต้องการการศึกษาแบบ longitudinal และการทดลองเชิงทดสอบ (interventional study) เพื่อยืนยันว่าการเปลี่ยนแปลง gut microbiota จะนำไปสู่การลดการอักเสบและความเสี่ยงของโรคได้จริงหรือไม่ นอกจากนี้ ปัจจัยด้านอาหารซึ่งมีอิทธิพลต่อทั้ง gut microbiota และการอักเสบ ยังเป็นตัวแปรที่ต้องพิจารณาในการศึกษาต่อไป 


ข้อมูลจาก เพจ เฟซบุ๊ก "Anan Jongkaewwattana" 

https://www.facebook.com/anan.jongkaewwattana

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง