ผู้ป่วยรายแรกของโลกเข้ารับการผ่าตัดสมองโดยมี AI เป็นผู้ช่วยแบบเรียลไทม์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ผู้ป่วยรายแรกของโลกเข้ารับการผ่าตัดสมองโดยมี AI เป็นผู้ช่วยแบบเรียลไทม์

วงการแพทย์ก้าวไปอีกขั้น เมื่อผู้ป่วยรายแรกของโลกที่เข้ารับการผ่าตัดสมองโดยมีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คอยช่วยวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ สามารถนำเนื้องอกออกได้สำเร็จ โดยทีมศัลยแพทย์จาก University College London Hospital ในอังกฤษ ระบุว่า หากไม่ได้รับการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจสูญเสียการมองเห็น

สรุปข่าว

ผู้ป่วยรายแรกของโลกเข้ารับการผ่าตัดสมองโดยมี AI เป็นผู้ช่วยแบบเรียลไทม์ และสามารถนำเนื้องอกออกได้สำเร็จ

วงการแพทย์ก้าวไปอีกขั้น เมื่อผู้ป่วยรายแรกของโลกที่เข้ารับการผ่าตัดสมองโดยมีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI คอยช่วยวิเคราะห์แบบเรียลไทม์ สามารถนำเนื้องอกออกได้สำเร็จ โดยทีมศัลยแพทย์จาก University College London Hospital ในอังกฤษ ระบุว่า หากไม่ได้รับการผ่าตัด ผู้ป่วยอาจสูญเสียการมองเห็น

ผู้ป่วยรายนี้ ชื่อว่า รีส ฮิบเบิร์ต คุณพ่อลูกสองวัย 48 ปี จากเบดฟอร์ดเชียร์ เมื่อประมาณ 18 เดือนก่อน เขาหมดสติและเกิดอาการชักกลางถนน ก่อนการตรวจสแกนสมองจะพบเนื้องอกขนาด 11 มิลลิเมตร แม้จะไม่ใช่มะเร็ง แต่เนื้องอกดังกล่าวเติบโตอยู่บนต่อมใต้สมอง ซึ่งเป็นอวัยวะขนาดประมาณลูกแก้วบริเวณฐานกะโหลกศีรษะ ทำหน้าที่สร้างฮอร์โมนสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการเจริญเติบโต ระบบเผาผลาญ รวมถึงการควบคุมความดันโลหิตและอุณหภูมิร่างกาย

สำหรับ ฮิบเบิร์ต ผลกระทบที่หนักที่สุดกลับไม่ได้เกิดขึ้นกับร่างกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อสภาพจิตใจและความรู้สึก เขายังคงพยายามใช้ชีวิตตามปกติและทำหน้าที่ดูแลภรรยาเหมือนเดิม แม้ต้องเผชิญกับโรคที่ไม่รู้ว่าจะส่งผลต่อชีวิตมากแค่ไหน

เมื่อทีมแพทย์เสนอให้เขาเข้ารับการผ่าตัดโดยมี AI เข้ามาช่วย เขาจึงตัดสินใจเข้าร่วมการทดลองทันที โดยมองว่าการที่ผู้ป่วยยอมเข้าร่วมงานวิจัยเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้แพทย์เรียนรู้และทำให้การรักษาพัฒนาต่อไปได้

การผ่าตัดครั้งนี้ใช้วิธีสอดกล้องเอนโดสโคป ซึ่งเป็นกล้องขนาดเล็กติดอยู่กับอุปกรณ์ทรงแท่ง ผ่านทางจมูกเข้าไปจนถึงบริเวณฐานกะโหลกศีรษะ จากนั้นศัลยแพทย์ต้องค่อย ๆ เข้าถึงเนื้องอกที่อยู่หลังชั้นกระดูกและเยื่อหุ้มที่มีความเหนียว โดยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เพราะบริเวณดังกล่าวมีทั้งเส้นประสาทและหลอดเลือดสำคัญซ่อนอยู่ และโครงสร้างทางกายวิภาคของแต่ละคนก็แตกต่างกัน

โดยทั่วไป การผ่าตัดเนื้องอกชนิดนี้มีโอกาสประมาณ 25–50 เปอร์เซนต์ ที่จะไม่สามารถนำเนื้องอกออกได้ทั้งหมด และมีความเสี่ยงที่หลอดเลือดขนาดใหญ่จะได้รับบาดเจ็บ AI จึงเข้ามาช่วยในจุดนี้ โดยระบบจะวิเคราะห์ภาพวิดีโอจากการผ่าตัดแบบสด ๆ บนหน้าจออีกเครื่อง พร้อมติดตามตำแหน่งเครื่องมือผ่าตัด และทำเครื่องหมายบริเวณที่คาดว่าจะมีหลอดเลือดและเส้นประสาทสำคัญอยู่ จากนั้นจะแสดงให้ศัลยแพทย์เห็นว่าบริเวณใดมีความปลอดภัยมากกว่าในการนำเนื้องอกออก

ลักษณะการทำงานของ AI คล้ายกับเทคโนโลยีจดจำใบหน้าที่พบในสมาร์ตโฟน เพียงแต่แทนที่จะจดจำใบหน้า ระบบนี้ถูกฝึกให้จดจำโครงสร้างทางกายวิภาคที่สำคัญและบางส่วนอาจมองเห็นได้ยากระหว่างการผ่าตัด

ก่อนนำมาใช้กับผู้ป่วยจริง นักวิจัยได้ฝึกและทดสอบระบบจากวิดีโอการผ่าตัดเนื้องอกต่อมใต้สมองหลายร้อยครั้ง โดยผู้เชี่ยวชาญจะทำเครื่องหมายตำแหน่งของหลอดเลือดและเส้นประสาทในแต่ละวิดีโอ เพื่อให้ AI เรียนรู้และสามารถระบุโครงสร้างสำคัญเหล่านี้ได้

ทีมวิจัยมองว่า AI สามารถทำหน้าที่เสมือน “ดวงตาคู่ที่สอง” ของศัลยแพทย์ เพราะระบบได้รับการฝึกจากข้อมูลการผ่าตัดจำนวนมากกว่าที่ศัลยแพทย์ส่วนใหญ่จะมีโอกาสพบเห็นตลอดช่วงชีวิตการทำงาน ที่สำคัญคือระบบนี้สามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ ต่างจาก AI ทดลองบางระบบที่สามารถทำงานได้เฉพาะจากข้อมูลก่อนหรือหลังการผ่าตัด

อย่างไรก็ตาม AI ไม่ได้เข้ามาแทนที่ศัลยแพทย์ เพราะแพทย์ยังคงเป็นผู้ควบคุมการผ่าตัดทั้งหมด และสามารถตัดสินใจได้ว่าจะทำตามคำแนะนำของระบบหรือไม่

ในอนาคต ทีมวิจัยต้องการพัฒนา AI ให้มีลักษณะคล้าย ChatGPT สำหรับศัลยแพทย์ ซึ่งสามารถทำหน้าที่เหมือนผู้เชี่ยวชาญอีกคนหนึ่งในห้องผ่าตัด คอยให้ข้อมูลและคำแนะนำเมื่อแพทย์ต้องการ แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายยังคงเป็นของมนุษย์

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย

แท็กบทความ