กินหวานมากเกินไป อาจทิ้งความเสียหายไว้ในสมอง แม้ปรับอาหารแล้วก็อาจฟื้นไม่เต็มที่

Share on Line Share on Facebook Share on X
กินหวานมากเกินไป อาจทิ้งความเสียหายไว้ในสมอง แม้ปรับอาหารแล้วก็อาจฟื้นไม่เต็มที่

หลายคนรู้ดีว่าการหันมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพส่งผลดีต่อร่างกายและสมอง แต่ผลการวิเคราะห์งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ผลกระทบจากการบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากอาจไม่ได้หายไปทั้งหมด แม้จะกลับมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้วก็ตาม

สรุปข่าว

งานวิจัยชี้ว่า กินหวานมากเกินไป อาจทิ้งความเสียไว้ในสมอง แม้ปรับอาหารแล้วก็อาจฟื้นไม่เต็มที่

หลายคนรู้ดีว่าการหันมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพส่งผลดีต่อร่างกายและสมอง แต่ผลการวิเคราะห์งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ผลกระทบจากการบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากอาจไม่ได้หายไปทั้งหมด แม้จะกลับมารับประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพแล้วก็ตาม

ทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย ได้ทำการทบทวนและวิเคราะห์ข้อมูลจากการทดลองในสัตว์จำนวน 27 การศึกษา โดยใช้หนูทดลองที่ได้รับอาหารไขมันสูงและน้ำตาลสูงเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ จากนั้นจึงแบ่งเป็นกลุ่มที่กลับไปรับประทานอาหารปกติที่มีคุณค่าทางโภชนาการ และกลุ่มที่ยังคงรับประทานอาหารแบบเดิม ก่อนทดสอบความจำและพฤติกรรมต่าง ๆ

ผลการศึกษาพบว่า หนูที่เปลี่ยนกลับมารับประทานอาหารสุขภาพมีผลการทดสอบความจำดีกว่ากลุ่มที่ยังคงกินอาหารไขมันและน้ำตาลสูงต่อไป แสดงให้เห็นว่าสมองสามารถฟื้นตัวได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพด้านความจำของพวกมันยังไม่สามารถกลับไปเทียบเท่ากับหนูที่กินอาหารสุขภาพมาตลอดได้

เมื่อทีมนักวิจัยวิเคราะห์ข้อมูลแยกตามประเภทอาหาร ก็พบความแตกต่างที่น่าสนใจ โดยหนูที่เคยได้รับอาหารไขมันสูงเพียงอย่างเดียวสามารถฟื้นฟูความจำได้หลังกลับมากินอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แต่ในกลุ่มที่ได้รับอาหารน้ำตาลสูง หรืออาหารที่มีทั้งไขมันและน้ำตาลสูง ความสามารถด้านความจำกลับไม่ฟื้นตัวในระดับเดียวกัน

ผลลัพธ์ดังกล่าวทำให้นักวิจัยตั้งข้อสังเกตว่า “น้ำตาล” อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ขัดขวางการฟื้นตัวของสมอง มากกว่าการบริโภคไขมันเพียงอย่างเดียว

หนึ่งในคำอธิบายที่เป็นไปได้คือ ภาวะอักเสบในสมอง (Neuroinflammation) งานวิจัยก่อนหน้านี้พบว่าอาหารที่มีน้ำตาลสูงสามารถกระตุ้นการอักเสบในสมองได้มากกว่าอาหารไขมันสูง โดยเฉพาะบริเวณฮิปโปแคมปัส (Hippocampus) ซึ่งเป็นศูนย์กลางสำคัญของการเรียนรู้และความจำ การอักเสบลักษณะนี้อาจคงอยู่ต่อไปได้ แม้พฤติกรรมการกินจะได้รับการปรับปรุงแล้วก็ตาม

อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่หลงเหลืออยู่ดูเหมือนจะส่งผลเฉพาะต่อความจำเป็นหลัก เพราะตัวชี้วัดด้านอื่น ๆ เช่น ความวิตกกังวล ระดับการเคลื่อนไหว หรือแรงจูงใจในการทำกิจกรรม พบว่าสามารถกลับคืนสู่ภาวะปกติได้ หรือไม่ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจนตั้งแต่แรก


แม้งานวิจัยนี้จะเป็นการศึกษาในสัตว์ทดลอง และยังจำเป็นต้องมีการศึกษากับมนุษย์เพิ่มเติมเพื่อยืนยันผลลัพธ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านประสาทวิทยาที่ให้ความเห็นต่อการศึกษาระบุว่า กลไกทางชีววิทยาดังกล่าวมีความเป็นไปได้ เนื่องจากวงจรการทำงานด้านความจำของหนูและมนุษย์มีความคล้ายคลึงกันในหลายด้าน


ดังนั้น แม้การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินจะยังเป็นสิ่งสำคัญและช่วยให้สมองฟื้นตัวได้ แต่ผลการศึกษานี้ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนว่า การบริโภคน้ำตาลในปริมาณมากเป็นเวลานานอาจส่งผลต่อสมองได้ลึกกว่าที่คิด และอาจไม่สามารถย้อนกลับได้ทั้งหมดในระยะสั้น

ที่มาข้อมูล : Nutritional Neuroscience

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย