
อากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันไม่ได้มีผลต่อปอดอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อการทำงานของสมองอย่างไม่น่าเชื่อ มีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ว่าการได้อยู่ท่ามกลางอากาศที่สะอาด ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้จริง ส่งผลให้ความคิดเฉียบคม มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วคุณภาพอากาศทำงานกับสมองของเราอย่างไรบ้าง
สรุปข่าว
อากาศที่เราหายใจเข้าไปทุกวันไม่ได้มีผลต่อปอดอย่างเดียว แต่ยังส่งผลต่อการทำงานของสมองอย่างไม่น่าเชื่อ มีงานวิจัยจำนวนมากที่ชี้ว่าการได้อยู่ท่ามกลางอากาศที่สะอาด ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองได้จริง ส่งผลให้ความคิดเฉียบคม มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วคุณภาพอากาศทำงานกับสมองของเราอย่างไรบ้าง
วิทยาศาสตร์ของคุณภาพอากาศกับสุขภาพสมอง
มลพิษทางอากาศ ไม่ว่าจะจาก ฝุ่นละอองขนาดเล็กPM2.5 สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สามารถส่งผลกระทบต่อการทำงานของสมองได้
งานศึกษาพบว่าการสัมผัสอากาศที่มีคุณภาพต่ำเป็นเวลานาน ส่งต่อสมอง เช่น
- การทำงานของสมองลดลง อากาศที่ปนเปื้อนเชื่อมโยงกับการตอบสนองที่ช้าลง ความจำถดถอย และความสามารถในการตัดสินใจที่ลดลง
- เกิดอาการสมองล้า หรือ Brain Fog ระดับ CO2 ที่สูงและสารระคายเคืองในอากาศทำให้เกิดความเหนื่อยล้าทางจิตใจและโฟกัสได้ยาก
- สุขภาพเสียในระยะยาว การสัมผัสมลพิษเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ และภาวะสมองเสื่อม
แต่การหายใจอากาศสะอาดกลับช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและการเรียนรู้ ดังนี้
- สมาธิดีขึ้น อากาศสะอาดช่วยลดสิ่งรบกวนจากความไม่สบายตัวและปัญหาทางระบบหายใจ ทำให้สามารถจดจ่อกับงานได้นานขึ้น
- การตัดสินใจดีขึ้น การลดมลพิษช่วยให้คิดได้เฉียบคมและตอบสนองได้รวดเร็วขึ้น
- ระดับพลังงานดีขึ้น การกำจัดสารก่อระคายเคือง เช่น สารก่อภูมิแพ้และ VOCs ช่วยลดความเหนื่อยล้า ทำให้มีพลังตลอดวัน
เครื่องฟอกอากาศช่วยได้หรือไม่?
หากการออกนอกบ้าน ทำให้เราไม่มั่นใจว่าอากาศที่เราหายใจเข้าใจจะสะอาดแค่ไหน งานวิจัยล่าสุดบอกว่า การใช้เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA อาจช่วยได้ โดยจากงานวิจัยที่ให้กลุ่มตัวอย่างใช้เครื่องฟอกอากาศรุ่นนี้ภายในบ้านเป็นเวลา 1 เดือน พบว่า สามารถช่วยให้การทำงานของสมองในผู้ใหญ่ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไปดีขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ
งานวิจัยนี้ตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports อธิบายว่า เครื่องฟอกอากาศแบบ HEPA ที่ย่อมาจาก High Efficiency Particulate Air ช่วยกำจัดฝุ่นละอองขนาดเล็กออกจากอากาศ ซึ่งการสัมผัสฝุ่นละอองเหล่านี้มีความเชื่อมโยงกับโรคระบบทางเดินหายใจและหัวใจ รวมถึงโรคทางระบบประสาท เช่น อัลไซเมอร์ และพาร์กินสัน
เมื่อวิเคราะห์ดูคนสองกลุ่มที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน ต่างกันที่บ้านใช้และไม่ใช้เครื่องฟอกอากาศ ผลปรากฎว่า คะแนนแบบทดสอบด้านความยืดหยุ่นทางความคิดและการควบคุมการทำงานของสมองได้เร็วขึ้นเฉลี่ย 12 เปอร์เซนต์ หลังใช้เครื่องฟอกอากาศ HEPA
นักวิจัยบอกว่า แม้ตัวเลข 12 เปอร์เซนต์อาจไม่มากมาย และไม่ได้ชี้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงที่ชัเจนทันที แต่ก็บ่งบอกว่า มีการชะลอการเสื่อมของสมอง ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพในระยะยาว เพราะหากสมองทำงานได้น้อยลงแค่เพียงเล็กน้อย ก็อาจเกี่ยวข้องกับความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตที่สูงขึ้นได้
- แม่ตั้งครรภ์เจอมลพิษเยอะ เสี่ยงทำทารก “พูดช้า” ทำพัฒนาการเด็กถดถอย
- การศึกษาชี้คนสมองตื้อ มักไม่สำเร็จในชีวิต
- 20 วันชี้ชะตา “พ.ร.บ.อากาศสะอาด” สู้ฝุ่นหนัก แต่กฎหมายยังค้างอยู่
- Super Station เทคโนโลยีวิเคราะห์ฝุ่นขั้นสูง ก้าวสำคัญแก้ฝุ่นเมืองหลวง
- ค่าฝุ่น PM 2.5 วันนี้! เกินมาตรฐาน 41 จังหวัด อยู่ในระดับ "สีแดง" 13 จังหวัด
ที่มาข้อมูล : nature, Science Alert, vbreathe
ที่มารูปภาพ : CANVA
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
