ควันไฟป่าไร้พรมแดน! ลอยไกลนับพันกิโลฯ คุกคามสุขภาพคนทั้งทวีป

Share on Line Share on Facebook Share on X
ควันไฟป่าไร้พรมแดน!  ลอยไกลนับพันกิโลฯ คุกคามสุขภาพคนทั้งทวีป

ไฟป่าไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้เท่านั้น แต่ "ควันไฟ" ที่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสามารถเดินทางไกลได้หลายร้อยถึงหลายพันกิโลเมตร พัดพามลพิษข้ามพรมแดนไปยังเมืองและประเทศที่อยู่ห่างไกล ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของผู้คน แม้จะไม่เห็นเปลวไฟอยู่ตรงหน้าก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของมลพิษที่มองไม่เห็น และเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม 

ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศระบุว่า ควันไฟป่าประกอบด้วย "แบล็กคาร์บอน" (Black Carbon) หรืออนุภาคเขม่าจากการเผาไหม้ที่มีขนาดเล็กมาก สามารถลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน และถูกกระแสลมพัดพาไปได้ไกลหลายร้อยหรือแม้แต่หลายพันกิโลเมตร ทำให้พื้นที่ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดไฟป่าก็อาจเผชิญปัญหาฝุ่นควันและคุณภาพอากาศย่ำแย่ได้เช่นกัน 

สรุปข่าว

“ไฟป่า” ไม่ได้ส่งผลเฉพาะพื้นที่เกิดเหตุ เพราะควันและฝุ่น PM2.5 สามารถลอยไกลหลายพันกิโลเมตร กระทบคุณภาพอากาศและสุขภาพของผู้คนข้ามพรมแดนได้ ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า ควันไฟป่ามีทั้งฝุ่นละเอียดและสารพิษที่เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง แนะนำให้ติดตามค่าคุณภาพอากาศ หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งเมื่อค่าฝุ่นสูง ปิดประตูหน้าต่าง และสวมหน้ากาก N95 หรือ KN95 หากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร

ไฟป่าไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะพื้นที่ที่เกิดเพลิงไหม้เท่านั้น แต่ "ควันไฟ" ที่ลอยขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศสามารถเดินทางไกลได้หลายร้อยถึงหลายพันกิโลเมตร พัดพามลพิษข้ามพรมแดนไปยังเมืองและประเทศที่อยู่ห่างไกล ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพของผู้คน แม้จะไม่เห็นเปลวไฟอยู่ตรงหน้าก็ตาม ท่ามกลางวิกฤตไฟป่าที่รุนแรงขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ผู้เชี่ยวชาญเตือนให้ประชาชนตระหนักถึงอันตรายของมลพิษที่มองไม่เห็น และเรียนรู้วิธีป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม 

ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอากาศระบุว่า ควันไฟป่าประกอบด้วย "แบล็กคาร์บอน" (Black Carbon) หรืออนุภาคเขม่าจากการเผาไหม้ที่มีขนาดเล็กมาก สามารถลอยอยู่ในอากาศเป็นเวลานาน และถูกกระแสลมพัดพาไปได้ไกลหลายร้อยหรือแม้แต่หลายพันกิโลเมตร ทำให้พื้นที่ที่อยู่ห่างจากจุดเกิดไฟป่าก็อาจเผชิญปัญหาฝุ่นควันและคุณภาพอากาศย่ำแย่ได้เช่นกัน 

นอกจากเขม่าดำแล้ว ควันไฟป่ายังมีฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ โอโซน สารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย และสารพิษอีกหลายชนิด โดยเฉพาะเมื่อไฟลุกลามไปยังบ้านเรือน โรงงาน หรืออาคารต่าง ๆ จะทำให้พลาสติก สี เฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ถูกเผาไหม้ ปลดปล่อยสารเคมีอันตรายปะปนอยู่ในควันมากยิ่งขึ้น 

ผู้เชี่ยวชาญจาก Clean Air Fund ชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ไฟป่า และมลพิษทางอากาศ กำลังกลายเป็น "วงจรอันตราย" ที่ส่งเสริมกันเอง อุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้เกิดคลื่นความร้อนและความแห้งแล้ง ส่งผลให้ไฟป่าเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันควันไฟก็ปล่อยก๊าซเรือนกระจกและอนุภาคเขม่าที่เร่งภาวะโลกร้อนต่อไปอีก 

ด้านผลกระทบต่อสุขภาพ ฝุ่น PM2.5 และอนุภาคขนาดเล็กสามารถแทรกซึมลึกเข้าสู่ปอดและกระแสเลือด เพิ่มความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง รวมถึงทำให้อาการของผู้ป่วยโรคหอบหืดหรือโรคปอดเรื้อรังรุนแรงขึ้น โดยเด็ก ผู้สูงอายุ หญิงตั้งครรภ์ และผู้ที่มีโรคประจำตัวถือเป็นกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับการป้องกันเป็นพิเศษ 

ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า หากคุณภาพอากาศอยู่ในระดับที่เป็นอันตราย ควรอยู่ภายในอาคาร ปิดประตูและหน้าต่างเพื่อลดควันเข้าสู่บ้าน ใช้เครื่องฟอกอากาศหากมี และหากจำเป็นต้องออกนอกอาคาร ควรสวมหน้ากากชนิด N95, KN95 หรือ KF94 ที่กระชับกับใบหน้า ซึ่งสามารถกรองฝุ่นละเอียดได้ดีกว่าหน้ากากทั่วไป 

สถานการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับไฟป่าครั้งใหญ่ในหลายประเทศของยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสและสเปน ซึ่งต้องอพยพประชาชนหลายแสนคน และส่งผลให้คุณภาพอากาศในหลายเมืองลดลงอย่างมาก สะท้อนว่าผลกระทบของไฟป่าไม่ได้จำกัดอยู่เพียงพื้นที่เกิดเหตุ แต่สามารถขยายวงกว้างไปยังภูมิภาคอื่นได้ผ่านมลพิษทางอากาศ 

ไฟป่าในยุควิกฤตภูมิอากาศไม่ได้เป็นเพียงภัยพิบัติที่เผาผลาญผืนป่า แต่ยังสร้างมลพิษทางอากาศที่เดินทางข้ามพรมแดนได้ไกลหลายพันกิโลเมตร ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คนแม้อยู่ห่างจากพื้นที่เกิดเหตุ การติดตามคุณภาพอากาศ สวมหน้ากากที่มีประสิทธิภาพ และหลีกเลี่ยงการสัมผัสควันไฟเมื่อค่าฝุ่นสูง จึงเป็นมาตรการสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพในช่วงที่ไฟป่าทั่วโลกมีแนวโน้มรุนแรงและเกิดบ่อยขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มาข้อมูล : euronews.com

ที่มารูปภาพ : Reuters