
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ "อัมพฤกษ์-อัมพาต" คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างกะทันหัน เนื่องจากหลอดเลือดสมองเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้เซลล์สมองในบริเวณนั้นถูกทำลายและตายลงในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้สมองไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ตามปกติ
ความน่ากลัวของโรคนี้คือ "เกิดขึ้นฉับพลัน" และทุกๆ นาทีที่ผ่านไป เซลล์สมองจะตายลงนับล้านเซลล์ การรักษาที่ล่าช้าจึงหมายถึงความเสี่ยงต่อความพิการถาวรหรืออันตรายถึงชีวิต
ประเภทของโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามสาเหตุการเกิด ดังนี้
1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
พบสัดส่วนสูงถึง 70-80% ของผู้ป่วยทั้งหมด
สาเหตุ เกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดจนหนาตัวขึ้นและแข็งตัว (Atherosclerosis) หรือเกิดจากลิ่มเลือดจากอวัยวะอื่น (มักมาจากหัวใจ) หลุดลอยมาอุดตันหลอดเลือดสมอง
ผลกระทบคือ เลือดไม่สามารถผ่านไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ
2. หลอดเลือดสมองแตก
พบประมาณ 20-30% ของผู้ป่วย แต่อัตราความรุนแรงและเสียชีวิตมักสูงกว่า
สาเหตุเกิดจากผนังหลอดเลือดสมองเปราะบาง อ่อนแอ หรือโป่งพอง แล้วเกิดการฉีกขาด มักมีปัจจัยกระตุ้นหลักคือ โรคความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมได้ไม่ดี
ผลกระทบคือ เลือดที่ไหลทะลักออกมาจะไปกดทับเนื้อเยื่อสมองรอบๆ ทำให้สมองขาดเลือดและทำงานผิดปกติ

สรุปข่าว
โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือที่หลายคนคุ้นเคยในชื่อ "อัมพฤกษ์-อัมพาต" คือ ภาวะที่สมองขาดเลือดไปเลี้ยงอย่างกะทันหัน เนื่องจากหลอดเลือดสมองเกิดความผิดปกติ ส่งผลให้เซลล์สมองในบริเวณนั้นถูกทำลายและตายลงในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้สมองไม่สามารถควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายได้ตามปกติ
ความน่ากลัวของโรคนี้คือ "เกิดขึ้นฉับพลัน" และทุกๆ นาทีที่ผ่านไป เซลล์สมองจะตายลงนับล้านเซลล์ การรักษาที่ล่าช้าจึงหมายถึงความเสี่ยงต่อความพิการถาวรหรืออันตรายถึงชีวิต
ประเภทของโรคหลอดเลือดสมอง
โรคหลอดเลือดสมองสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามสาเหตุการเกิด ดังนี้
1. หลอดเลือดสมองตีบหรืออุดตัน
พบสัดส่วนสูงถึง 70-80% ของผู้ป่วยทั้งหมด
สาเหตุ เกิดจากการสะสมของไขมันในผนังหลอดเลือดจนหนาตัวขึ้นและแข็งตัว (Atherosclerosis) หรือเกิดจากลิ่มเลือดจากอวัยวะอื่น (มักมาจากหัวใจ) หลุดลอยมาอุดตันหลอดเลือดสมอง
ผลกระทบคือ เลือดไม่สามารถผ่านไปเลี้ยงสมองได้ตามปกติ
2. หลอดเลือดสมองแตก
พบประมาณ 20-30% ของผู้ป่วย แต่อัตราความรุนแรงและเสียชีวิตมักสูงกว่า
สาเหตุเกิดจากผนังหลอดเลือดสมองเปราะบาง อ่อนแอ หรือโป่งพอง แล้วเกิดการฉีกขาด มักมีปัจจัยกระตุ้นหลักคือ โรคความดันโลหิตสูง ที่ควบคุมได้ไม่ดี
ผลกระทบคือ เลือดที่ไหลทะลักออกมาจะไปกดทับเนื้อเยื่อสมองรอบๆ ทำให้สมองขาดเลือดและทำงานผิดปกติ

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค
ปัจจัยเสี่ยงแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ คือกลุ่มที่แก้ไขไม่ได้ (เช่น อายุที่มากขึ้น, พันธุกรรม) และ กลุ่มที่สามารถควบคุมและป้องกันได้ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควรระวังมากที่สุด
-โรคความดันโลหิตสูง (ปัจจัยเสี่ยงอันดับ 1 ของหลอดเลือดแตก)
-โรคเบาหวาน และโรคไขมันในเลือดสูง
-โรคหัวใจ (เช่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ ซึ่งทำให้เกิดลิ่มเลือดได้ง่าย)
-การสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์จัด
-ภาวะอ้วน ขาดการออกกำลังกาย และความเครียดสะสม
BE-FAST เป็นหลักการสังเกตอาการเตือนของโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) ที่ประชาชนจดจำได้ง่าย ช่วยให้รีบพาผู้ป่วยเข้ารับการรักษาได้ทันท่วงที
B – Balance (เสียการทรงตัว) เดินเซ เวียนศีรษะอย่างเฉียบพลัน ทรงตัวลำบากโดยไม่ทราบสาเหตุ
E – Eyes (การมองเห็นผิดปกติ) ตามัวทันที เห็นภาพซ้อน สูญเสียการมองเห็นข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้งสองข้าง
F – Face (ใบหน้าผิดปกติ) มุมปากตก หน้าเบี้ยว ปากเบี้ยว ยิ้มแล้วใบหน้าไม่เท่ากัน
A – Arms (แขนขาอ่อนแรง) แขนหรือขาชา ยกแขนสองข้างไม่เท่ากัน อ่อนแรงซีกใดซีกหนึ่งของร่างกาย
S – Speech (พูดผิดปกติ) พูดไม่ชัด พูดไม่ออก ฟังไม่เข้าใจ หรือสื่อสารผิดปกติ
T – Time (รีบไปโรงพยาบาลทันที) T = Time รู้เวลาที่เริ่มมีอาการ คือ รู้ว่าเริ่มมีอาการเป็นเวลานานเท่าใด นับจากที่มีอาการผิดปกติ หรือนับจากเวลาที่ผู้ป่วยมีอาการปกติเป็นครั้งสุดท้าย และรีบไปโรงพยาบาลทันที เพื่อการตรวจและวินิจฉัย ภายใน 4.5 ชั่วโมง
หากพบอาการแม้เพียง 1 ข้อ ให้รีบโทร 1669 หรือไปโรงพยาบาลทันที เพราะผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง มีโอกาสได้รับยาละลายลิ่มเลือดหากมาถึงโรงพยาบาลภายใน 4.5 ชั่วโมงแรก ซึ่งช่วยลดความพิการและเพิ่มโอกาสฟื้นตัวได้อย่างมาก
ทำไมต้องรีบ?
เพราะ “เวลา คือ สมอง” (Time is Brain) ทุก 1 นาทีที่สมองขาดเลือด จะมีเซลล์สมองเสียหายประมาณ 1.9 ล้านเซลล์ การได้รับการรักษาเร็วที่สุด จะช่วยเพิ่มโอกาสรอดชีวิต ลดความพิการ และช่วยให้กลับมาใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด
- สธ.ปั้น "โรงพยาบาลสีเขียว" รับรองคาร์บอนเครดิตปี 69 มุ่งสู่ “Net Zero” ปี 2593
- ต่าย สายธาร อัปเดตหลังวูบหมดสติ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว โพสต์ขอบคุณทุกคน
- แอดมิทด่วน! สรยุทธ สุทัศนะจินดา อาหารเป็นพิษ ต้องพักงาน1วัน
- โล่งใจ! รอง เค้ามูลคดี ออกจากห้องผ่าตัดแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี
- ช็อก! ต่าย สายธาร วูบหมดสติ แฟนหนุ่มรีบนำส่งรพ.ด่วน สัญญาณชีพหายชั่วขณะ
ที่มาข้อมูล : รศ.ดร.นพ.ชุติเทพ ทีฆพุฒิ อาจารย์ประจำหน่วยวิชาประสาทวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ ม.เชียงใหม่ , TNN Health
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
