คนดื่มแอลกอฮอล์น้อยลงครั้งแรกนับตั้งแต่โควิด Gen Z–Millennials นำเทรนด์

หลังจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2020 แต่ล่าสุดมีสัญญาณที่น่าสนใจว่าเทรนด์ดังกล่าวอาจกำลังเปลี่ยนไป เมื่อการดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐฯ ลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงโควิด โดยคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials เป็นกลุ่มที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด
สรุปข่าว
หลังจากการระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้นอย่างมากในปี 2020 แต่ล่าสุดมีสัญญาณที่น่าสนใจว่าเทรนด์ดังกล่าวอาจกำลังเปลี่ยนไป เมื่อการดื่มแอลกอฮอล์ในสหรัฐฯ ลดลงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ช่วงโควิด โดยคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials เป็นกลุ่มที่เห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจนที่สุด
Gen Z หรือคนรุ่นใหม่ที่มีอายุประมาณ 18–29 ปี เป็นกลุ่มที่เติบโตมากับโลกดิจิทัลและมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับสุขภาพและไลฟ์สไตล์ที่สมดุลมากขึ้น ขณะที่ Millennials หรือคนรุ่นที่เกิดก่อน Gen Z ซึ่งในงานวิจัยนี้อยู่ในช่วงอายุ 30–49 ปี เป็นอีกกลุ่มที่พบการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมการดื่มอย่างชัดเจน โดยทั้งสองเจเนอเรชันกำลังมีแนวโน้มลดการดื่มแอลกอฮอล์ลงเมื่อเทียบกับช่วงที่ผ่านมา
โดยงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Annals of Internal Medicine วิเคราะห์ข้อมูลจากผู้ใหญ่ในสหรัฐฯ มากกว่า 114,000 คน ระหว่างปี 2018–2024 พบว่า ในช่วงปี 2022–2024 สัดส่วนผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ลดลงเกือบ 2 เปอร์เซนต์ ขณะที่กลุ่มที่ดื่มหนักลดลงมากกว่า 8 เปอร์เซนต์ โดยการลดลงพบทั้งในผู้ชายและผู้หญิง
นักวิจัย ระบุว่า การเปลี่ยนแปลงนี้ถือเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ หลังจากช่วงโควิดที่การดื่มเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนแพทย์พบผู้ป่วยโรคตับจากแอลกอฮอล์เพิ่มขึ้น รวมถึงคนอายุน้อยในวัย 20 ปีที่ต้องเข้ารับการปลูกถ่ายตับ ซึ่งเป็นสิ่งที่พบไม่บ่อยก่อนเกิดการระบาด
อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่าไม่ควรรีบด่วนสรุปว่าการลดลงครั้งนี้จะกลายเป็นเทรนด์ระยะยาว เพราะระดับการดื่มโดยรวมยังสูงกว่าช่วงปี 2018
เมื่อดูตามช่วงวัย พบว่าคนรุ่นใหม่กำลังเป็นกลุ่มที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้ โดย Gen Z อายุ 18–29 ปี มีสัดส่วนการดื่มลดลงมากที่สุดกว่า 5 เปอร์เซนต์ ขณะที่ Millennials อายุ 30–49 ปี มีการดื่มหนักลดลงถึง 17 เปอร์เซนต์ ระหว่างปี 2022–2024 แม้งานวิจัยจะไม่ได้ระบุสาเหตุโดยตรง แต่ผู้วิจัยตั้งข้อสังเกตว่าอาจเกี่ยวข้องกับกระแส “sober curious” หรือการตั้งคำถามกับการดื่มมากขึ้น รวมถึงความตระหนักเรื่องผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อสุขภาพที่เพิ่มขึ้น
การเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมทางสังคมก็อาจมีส่วนเช่นกัน เพราะเมื่อคนในกลุ่มเพื่อนเริ่มดื่มน้อยลง พฤติกรรมดังกล่าวอาจส่งต่อไปยังคนรอบตัวจนกลายเป็นเทรนด์ของทั้งกลุ่ม ขณะเดียวกัน การหันไปใช้สารอื่น เช่น กัญชา ก็อาจเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้การดื่มแอลกอฮอล์ในคนรุ่นใหม่ลดลง
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นห่วงมากกว่ากลับเป็นคนวัย 50–64 ปี ซึ่งครอบคลุมกลุ่ม Gen X และ Baby Boomers ตอนต้น เพราะเป็นกลุ่มที่ยังคงดื่มในระดับสูงกว่าก่อนเกิดโควิด โดยระหว่างปี 2018–2024 การดื่มหนักในคนกลุ่มนี้เพิ่มขึ้นมากกว่า 36 เปอร์เซนต์ และการดื่มโดยรวมเพิ่มขึ้น 4 เปอร์เซนต์
การดื่มหนักหมายถึงการดื่มตั้งแต่ 4 แก้วขึ้นไปต่อวัน หรือ 8 แก้วขึ้นไปต่อสัปดาห์ในผู้หญิง และตั้งแต่ 5 แก้วขึ้นไปต่อวัน หรือ 15 แก้วขึ้นไปต่อสัปดาห์ในผู้ชาย ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพในระยะยาว โดยเฉพาะโรคตับ มะเร็ง และโรคหัวใจและหลอดเลือด อีกทั้งช่วงอายุ 50 ปีขึ้นไปยังเป็นช่วงที่ความเสียหายจากการดื่มสะสมมีโอกาสแสดงออกชัดเจนมากขึ้น
แม้เทรนด์การดื่มในคนรุ่นใหม่จะเป็นสัญญาณที่น่าสนใจ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่ายังจำเป็นต้องให้ความรู้เรื่องปริมาณแอลกอฮอล์ที่เข้าสู่ร่างกายอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายคนอาจยังไม่รู้ว่าพฤติกรรมการดื่มของตัวเองเข้าข่ายการดื่มหนักหรือไม่ ท่ามกลางเทรนด์สุขภาพยุคใหม่ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงแค่การ “เลิกดื่ม” แต่รวมถึงการตั้งคำถามว่าอะไรคือพฤติกรรมที่เหมาะกับสุขภาพของตัวเองในระยะยาว
- ทำไม? Gen Z ตกเป็นเป้าหมายมิจฉาชีพ เปิดช่องโหว่-วิธีป้องกัน
- การวิจัยชี้ ความเสียหายต่อร่างกายจากแอลกอฮอล์หลายอย่างย้อนกลับได้
- นักวิจัยพบวิธีกู้คืนร่างกายที่เสียหายจากการดื่มแอลกอฮอล์
- "Bed Rotting" ใช้ชีวิตอยู่บนเตียง เทรนด์การพักผ่อนของชาวGen Z
- "Gen Z" พลิกเกมค้าปลีก ทำไมคนรุ่นใหม่แห่เดินห้าง แทนช้อปออนไลน์?
เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย
