"Bed Rotting" ใช้ชีวิตอยู่บนเตียง เทรนด์การพักผ่อนของชาวGen Z

Share on Line Share on Facebook Share on X
"Bed Rotting" ใช้ชีวิตอยู่บนเตียง เทรนด์การพักผ่อนของชาวGen Z

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็ว การนอนอยู่นิ่งเฉยๆ ไม่จัดว่าเป็นความขี้เกียจอีกต่อ สำหรับคนยุคใหม่ การนอนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งวัน อาจจะเป็นการชาร์จพลังทั้งร่างกายและจิตใจที่ดีที่สุด 

นี่คือเทรนด์ฮิตของชาว Gen Z หรือ คนรุ่นใหม่ที่เกิดประมาณ พ.ศ. 2538-2552 เรียกว่า Bed Rotting ซึ่งคือการใช้เวลาพักผ่อนส่วนใหญ่อยู่บนเตียงโดยไม่ได้ตั้งใจจะนอนหลับ แต่ทำกิจกรรมแบบเฉื่อย ๆ เช่น กินอาหารหรือดูซีรีส์บนเตียงทั้งวัน

สรุปข่าว

ทำความรู้จักเทรนด์ Bed Rotting หรือ การใช้เวลาพักผ่อนบนเตียง ไม่ว่าจะกินข้าว ดูหนัง อ่านหนังสือ แม้จะช่วยให้รู้สึกเหมือนได้พักผ่อน แต่ผู้เชี่ยวชาญออกมาเตือนถึงผลเสียที่อาจตามมาได้

ในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็ว การนอนอยู่นิ่งเฉยๆ ไม่จัดว่าเป็นความขี้เกียจอีกต่อ สำหรับคนยุคใหม่ การนอนอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรทั้งวัน อาจจะเป็นการชาร์จพลังทั้งร่างกายและจิตใจที่ดีที่สุด 

นี่คือเทรนด์ฮิตของชาว Gen Z หรือ คนรุ่นใหม่ที่เกิดประมาณ พ.ศ. 2538-2552 เรียกว่า Bed Rotting ซึ่งคือการใช้เวลาพักผ่อนส่วนใหญ่อยู่บนเตียงโดยไม่ได้ตั้งใจจะนอนหลับ แต่ทำกิจกรรมแบบเฉื่อย ๆ เช่น กินอาหารหรือดูซีรีส์บนเตียงทั้งวัน

พฤติกรรมนี้ได้รับความนิยมในกลุ่ม Gen Z ที่มักรู้สึกหมดไฟจากงาน การเรียน ภาระครอบครัว หรือกิจกรรมทางสังคม ในมุมหนึ่ง การนอนพักเฉย ๆ แบบนี้มีข้อดีอยู่บ้าง หากทำในระยะสั้นสามารถช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย ลดความเครียด และบรรเทาความเหนื่อยล้าได้ อีกทั้งยังทำให้หลายคนรู้สึกว่าตัวเองสามารถพักได้โดยไม่ต้องรู้สึกผิด ท่ามกลางสังคมที่มักยกย่องความยุ่งและความมีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา

อย่างไรก็ตาม การใช้ชีวิตอยู่บนตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องนี้ หากทำต่อเนื่องเกิน 1 ถึง 2 วัน หรือกลายเป็นนิสัย อาจเริ่มเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า การใช้เวลาอยู่บนเตียงมากเกินไปยังลดโอกาสในการมีปฏิสัมพันธ์กับคนรอบตัว และเมื่อไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ ก็อาจยิ่งเพิ่มความเครียดสะสม นอกจากนี้ การใช้เวลาไปกับมือถือหรือโซเชียลมีเดียมากเกินไปก็มีแนวโน้มส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตเช่นกัน

อีกประเด็นที่สำคัญคือผลกระทบต่อการนอน โดยทั่วไป เตียงควรเป็นพื้นที่สำหรับการนอนหลับและการพักผ่อนจริง ๆ หากใช้ทำกิจกรรมอื่นบ่อย ๆ สมองอาจเริ่มเชื่อมโยงเตียงกับความตื่นตัวมากกว่าการนอน ส่งผลให้หลับยากหรือคุณภาพการนอนลดลง ร่างกายจึงอาจสับสนว่าเมื่ออยู่บนเตียงควรจะพักหรือยังตื่นอยู่

สำหรับผู้ที่มีภาวะซึมเศร้าหรือความวิตกกังวล พฤติกรรมนี้อาจยิ่งดึงดูดมากขึ้น เพราะมักมีพลังงานต่ำ อารมณ์ไม่ดี และไม่สนใจกิจกรรมเดิมที่เคยชอบ แต่การอยู่เฉย ๆ บนเตียงไม่ได้ช่วยให้อาการดีขึ้น กลับอาจทำให้ติดอยู่ในสภาวะอารมณ์เดิม และนำไปสู่วงจรของการทำกิจกรรมลดลง การแยกตัวจากสังคม ปัญหาการนอน และอาการซึมเศร้าที่รุนแรงขึ้น

หากต้องการทำพฤติกรรมนี้ ควรทำอย่างมีขอบเขตและใส่ใจสุขภาพ เช่น เลือกทำกิจกรรมที่ช่วยให้รู้สึกดีอย่างการอ่านหนังสือ ทำสมาธิ เขียนบันทึก หรือโยคะเบา ๆ กำหนดเวลาให้ชัดเจน และไม่ทำเป็นกิจวัตรทุกวัน แม้จะช่วยให้รู้สึกดีขึ้นชั่วคราว แต่ไม่ควรใช้เป็นวิธีหลักในการรับมือกับความเหนื่อยล้าหรือปัญหาสุขภาพจิต และหากเริ่มสังเกตเห็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้า ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการดูแลที่เหมาะสม

ที่มาข้อมูล : Health

ที่มารูปภาพ : CANVA

เล่าเรื่องสุขภาพกายใจให้เข้าใจง่าย ผ่านมุมมองที่ใกล้ตัวและใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน เชื่อว่าการดูแลตัวเองไม่ต้องยาก แค่เริ่มจากสิ่งเล็กๆ ที่เราทำได้ทุกวัน ที่สำคัญ อย่ารอทำตอนป่วย