ต้อนรับ "วันจูบสากล" เจาะลึกประโยชน์ต่อสุขภาพของการจูบ ที่มากกว่าแค่เรื่อง "ความรัก"

Share on Line Share on Facebook Share on X
ต้อนรับ "วันจูบสากล" เจาะลึกประโยชน์ต่อสุขภาพของการจูบ ที่มากกว่าแค่เรื่อง "ความรัก"

รู้ไหมคะว่าวันที่ 6 กรกฎาคม ของทุกปี คือ “วันจูบสากล” (International Kissing Day) วันที่ชวนให้เราหันกลับมาแสดงความรักผ่านรอยจูบและสัมผัสอันอบอุ่น แต่ในมุมของวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ และการแพทย์แล้ว การจูบเป็นมากกว่าแค่การแสดงความโรแมนติก เพราะมันมีพลังวิเศษที่ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างที่เราคาดไม่ถึง!


 สารเคมีในสมองเปลี่ยนไป เมื่อ “ริมฝีปาก” สัมผัสกัน

ในแง่ของระบบประสาท ริมฝีปากของเราเป็นหนึ่งในจุดที่บอบบางและมีเส้นประสาทรับความรู้สึกหนาแน่นที่สุด เมื่อเกิดการจูบ สมองจะถูกกระตุ้นให้หลั่ง “สารเคมีแห่งความสุข” ออกมาเป็นชุด


ออกซิโทซิน (Oxytocin): ฮอร์โมนแห่งความผูกพันที่ช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเชื่อมโยงกับคนรักมากขึ้น


โดปามีน (Dopamine): สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกฟิน ตื่นเต้น และมีความสุข


เซโรโทนิน (Serotonin): ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่และลดความวิตกกังวล


 ยาลดความเครียดจากธรรมชาติ

เมื่อสารเคมีแห่งความสุขพุ่งสูงขึ้น สิ่งที่ลดลงทันทีคือ คอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด การวิจัยพบว่าการจูบอย่างลึกซึ้งและอบอุ่นช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย และบรรเทาความเหนื่อยล้าจากเรื่องเครียด ๆ ตลอดทั้งวันได้ชะงัด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น "ยาลดเครียดไร้สารเคมี" ที่ดีที่สุด


สรุปข่าว

การวิจัยพบว่าการจูบอย่างลึกซึ้งและอบอุ่นช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย และบรรเทาความเหนื่อยล้าจากเรื่องเครียด ๆ ตลอดทั้งวันได้ชะงัด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น "ยาลดเครียดไร้สารเคมี" ที่ดีที่สุด

รู้ไหมคะว่าวันที่ 6 กรกฎาคม ของทุกปี คือ “วันจูบสากล” (International Kissing Day) วันที่ชวนให้เราหันกลับมาแสดงความรักผ่านรอยจูบและสัมผัสอันอบอุ่น แต่ในมุมของวิทยาศาสตร์ พฤติกรรมศาสตร์ และการแพทย์แล้ว การจูบเป็นมากกว่าแค่การแสดงความโรแมนติก เพราะมันมีพลังวิเศษที่ส่งผลดีต่อร่างกายและจิตใจอย่างที่เราคาดไม่ถึง!


 สารเคมีในสมองเปลี่ยนไป เมื่อ “ริมฝีปาก” สัมผัสกัน

ในแง่ของระบบประสาท ริมฝีปากของเราเป็นหนึ่งในจุดที่บอบบางและมีเส้นประสาทรับความรู้สึกหนาแน่นที่สุด เมื่อเกิดการจูบ สมองจะถูกกระตุ้นให้หลั่ง “สารเคมีแห่งความสุข” ออกมาเป็นชุด


ออกซิโทซิน (Oxytocin): ฮอร์โมนแห่งความผูกพันที่ช่วยให้เรารู้สึกปลอดภัย อบอุ่น และเชื่อมโยงกับคนรักมากขึ้น


โดปามีน (Dopamine): สารสื่อประสาทที่ทำให้รู้สึกฟิน ตื่นเต้น และมีความสุข


เซโรโทนิน (Serotonin): ช่วยปรับอารมณ์ให้คงที่และลดความวิตกกังวล


 ยาลดความเครียดจากธรรมชาติ

เมื่อสารเคมีแห่งความสุขพุ่งสูงขึ้น สิ่งที่ลดลงทันทีคือ คอร์ติซอล (Cortisol) หรือฮอร์โมนแห่งความเครียด การวิจัยพบว่าการจูบอย่างลึกซึ้งและอบอุ่นช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้กล้ามเนื้อใบหน้าผ่อนคลาย และบรรเทาความเหนื่อยล้าจากเรื่องเครียด ๆ ตลอดทั้งวันได้ชะงัด จนแทบจะเรียกได้ว่าเป็น "ยาลดเครียดไร้สารเคมี" ที่ดีที่สุด


 จูบบ่อย ๆ ช่วย “ยืดอายุ” ได้จริงไหม?

มีงานวิจัยเชิงจิตวิทยาในอดีตจากเยอรมนีระบุว่า สามีที่จูบภรรยาก่อนออกไปทำงานในตอนเช้า มักจะมีอายุยืนยาวกว่าเฉลี่ยถึง 5 ปี และมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุน้อยกว่า!


แม้ตัวเลขนี้จะมาจากการผสมผสานระหว่างจิตวิทยา และพฤติกรรมศาสตร์ แต่เหตุผลเบื้องหลังนั้นอธิบายได้ไม่ยาก เพราะการเริ่มต้นวันใหม่ด้วยการจูบช่วยสร้าง "ทัศนคติเชิงบวก" (Positive Mindset) ทำให้จิตใจมั่นคง ลดความสุ่มเสี่ยงต่อโรคที่เกิดจากความเครียดเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ หรือความดันโลหิตสูง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อการมีสุขภาพที่ดีและอายุที่ยืนยาวขึ้นนั่นเอง

วันจูบสากลปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจูบหน้าผากแสดงความรักในครอบครัว จุ๊บแก้มเบา ๆ หรือจูบที่ลึกซึ้งกับคนรัก ลองใช้โอกาสนี้เติมพลังใจให้กันและกันดูนะคะ เพราะสัมผัสเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยความใส่ใจ คือยาวิเศษชั้นดีที่ช่วยเยียวยาร่างกายและโอบกอดจิตใจของกันและกันได้ดีที่สุด

ที่มาข้อมูล : TNN Health

ที่มารูปภาพ : Envato

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ