"นั่งสั่นขาไม่หยุด!" แค่พฤติกรรมติดตัว หรือสัญญาณเตือน "โรคระบบประสาท"

Share on Line Share on Facebook Share on X
"นั่งสั่นขาไม่หยุด!" แค่พฤติกรรมติดตัว หรือสัญญาณเตือน "โรคระบบประสาท"

พฤติกรรมการนั่งสั่นขาขยับไปมา เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้นตอของพฤติกรรมนี้สามารถสะท้อนได้ตั้งแต่เรื่องของอารมณ์ พฤติกรรมความเคยชิน ไปจนถึงโรคทางกายและโรคทางระบบประสาท


โดยแบ่งออกเป็น 7 สาเหตุหลักๆ ดังนี้


1. ความเบื่อหรือพฤติกรรมความเคยชิน (Habitual Behavior)

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทั่วไป มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเบื่อ ซ้ำซาก หรือต้องนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน เช่น นั่งฟังบรรยายเลกเชอร์ หรือนั่งประชุมนานๆ ร่างกายจึงกระตุ้นให้ขยับเพื่อเพิ่มความตื่นตัว


 2. ความเครียดและความวิตกกังวล (Stress & Anxiety)

เมื่อร่างกายเผชิญกับสภาวะเครียดหรือตื่นเต้น ระบบประสาทอัตโนมัติจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมามากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงตัวสูง การสั่นขาจึงเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ร่างกายใช้ระบายความตึงเครียดและพลังงานส่วนเกินนั้นออกไป


 3. โรคสมาธิสั้น (ADHD)

ในกลุ่มผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) มักจะมีอาการในกลุ่มอยู่นิ่งไม่ได้ (Hyperactivity) ร่วมด้วย ทำให้ร่างกายมีความรู้สึกกระสับกระส่าย ทนต่อการนั่งนิ่งๆ ได้ยาก จึงต้องแสดงออกผ่านการสั่นขา เคาะนิ้ว หรือขยับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยให้สมองโฟกัสได้ดีขึ้น


 4. การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง (Caffeine Intake)

สารคาเฟอีนที่อยู่ในชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น มือสั่น และส่งผลให้มีพฤติกรรมนั่งสั่นขาหรืออยู่ไม่สุขได้ง่ายขึ้น


สรุปข่าว

การนั่งสั่นขาส่วนใหญ่ในคนทั่วไปมักเกิดจากเรื่องของนิสัย ความเบื่อ หรือความเครียดชั่วคราวซึ่งไม่จำเป็นต้องรักษาอะไรครับ แต่หากเป็นการสั่นที่เกิดขึ้นตลอดเวลาโดยควบคุมไม่ได้ มีอาการปวดทรมานร่วมด้วย หรือสงสัยว่าเกิดจากผลข้างเคียงของยาจิตเวช การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดก็เป็นสิ่งจำเป็น

พฤติกรรมการนั่งสั่นขาขยับไปมา เป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้บ่อยมากในชีวิตประจำวัน ซึ่งต้นตอของพฤติกรรมนี้สามารถสะท้อนได้ตั้งแต่เรื่องของอารมณ์ พฤติกรรมความเคยชิน ไปจนถึงโรคทางกายและโรคทางระบบประสาท


โดยแบ่งออกเป็น 7 สาเหตุหลักๆ ดังนี้


1. ความเบื่อหรือพฤติกรรมความเคยชิน (Habitual Behavior)

เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยที่สุดในคนทั่วไป มักเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัวเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์ที่น่าเบื่อ ซ้ำซาก หรือต้องนั่งนิ่งๆ เป็นเวลานาน เช่น นั่งฟังบรรยายเลกเชอร์ หรือนั่งประชุมนานๆ ร่างกายจึงกระตุ้นให้ขยับเพื่อเพิ่มความตื่นตัว


 2. ความเครียดและความวิตกกังวล (Stress & Anxiety)

เมื่อร่างกายเผชิญกับสภาวะเครียดหรือตื่นเต้น ระบบประสาทอัตโนมัติจะหลั่งฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ออกมามากขึ้น ส่งผลให้กล้ามเนื้อเกิดความตึงตัวสูง การสั่นขาจึงเป็นกลไกตามธรรมชาติที่ร่างกายใช้ระบายความตึงเครียดและพลังงานส่วนเกินนั้นออกไป


 3. โรคสมาธิสั้น (ADHD)

ในกลุ่มผู้ป่วยโรคสมาธิสั้น (Attention Deficit Hyperactivity Disorder) มักจะมีอาการในกลุ่มอยู่นิ่งไม่ได้ (Hyperactivity) ร่วมด้วย ทำให้ร่างกายมีความรู้สึกกระสับกระส่าย ทนต่อการนั่งนิ่งๆ ได้ยาก จึงต้องแสดงออกผ่านการสั่นขา เคาะนิ้ว หรือขยับตัวอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยให้สมองโฟกัสได้ดีขึ้น


 4. การบริโภคคาเฟอีนในปริมาณสูง (Caffeine Intake)

สารคาเฟอีนที่อยู่ในชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มชูกำลัง มีฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางโดยตรง หากได้รับในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ใจสั่น มือสั่น และส่งผลให้มีพฤติกรรมนั่งสั่นขาหรืออยู่ไม่สุขได้ง่ายขึ้น


 5. อาการสั่นจากโรคสมองและระบบประสาท (Tremor)

เป็นการสั่นทางกายภาพที่ไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวเอง (Involuntary Movement) มักเกิดจากความผิดปกติของสมองส่วนที่ควบคุมการเคลื่อนไหว พบได้ในผู้ป่วยโรคพาร์กินสัน (Parkinson's disease) โรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) หรือผู้ที่มีรอยโรคและความเสียหายบริเวณเส้นประสาทส่วนปลาย


 6. โรคขาอยู่ไม่สุข (Restless Legs Syndrome - RLS)

ผู้ป่วยโรคนี้จะมีสภาวะทางระบบประสาทที่ทำให้รู้สึกไม่สบายตรงบริเวณขาอย่างรุนแรง เช่น รู้สึกยิบๆ คัน ยุบยิบ หรือเหมือนมีอะไรไต่ จนมีความต้องการอย่างแรงกล้าที่จะต้องขยับขาหรือสั่นขาเพื่อให้ความรู้สึกทรมานนั้นทุเลาลง โดยอาการมักจะรุนแรงขึ้นเด่นชัดในช่วงเย็นหรือตอนนอน จนส่งผลกระทบต่อคุณภาพการนอนหลับ


 7. กลุ่มอาการเคลื่อนไหวผิดปกติเรื้อรัง (Tardive Dyskinesia)

เป็นภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการใช้ยารักษาอาการทางจิตเวช (Antipsychotics) กลุ่มเก่าหรือยากลุ่มที่บล็อกตัวรับโดปามีนต่อเนื่องกันเป็นระยะเวลานาน ส่งผลให้เกิดการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อโดยที่บังคับไม่ได้ ซึ่งอาจแสดงออกในรูปของการเคลื่อนไหวขากลุ่มนี้ แขนขาขยับ หรือขยับปากและลิ้นตลอดเวลา


สรุปสั้นๆ คือ การนั่งสั่นขาส่วนใหญ่ในคนทั่วไปมักเกิดจากเรื่องของนิสัย ความเบื่อ หรือความเครียดชั่วคราวซึ่งไม่จำเป็นต้องรักษาอะไรครับ แต่หากเป็นการสั่นที่เกิดขึ้นตลอดเวลาโดยควบคุมไม่ได้ มีอาการปวดทรมานร่วมด้วย หรือสงสัยว่าเกิดจากผลข้างเคียงของยาจิตเวช การเข้าพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินอย่างละเอียดก็เป็นสิ่งจำเป็น

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ