
โรคหอบจากอารมณ์ คือ การที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจหอบเร็วและลึกอยู่นาน จนทำให้เกิดความผิดปกติของค่าสารเคมีในเลือด ทำให้มีอาการผิดปกติทางร่างกายตามมา
โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พบว่าผู้ป่วยมีแนวโน้มในการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก (แทนกะบังลม และกล้ามเนื้อท้อง) ซึ่งทำให้การหายใจไม่มีประสิทธิภาพ โรคนี้มักพบบ่อยในเพศหญิงวัยเรียนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น
ลักษณะอาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจหอบและเร็ว บ่นว่าหายใจลำบาก หน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น อาจมีอาการชาบริเวณรอบปากและนิ้วมือได้ ถ้าเป็นมากอาจพบอาการเกร็ง และมือจีบ อาการมักมีความสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล โดยก่อนเกิดอาการผู้ป่วยมักมีปัญหากดดันจิตใจอย่างเห็นได้ชัด อาการดังกล่าวอาจคล้ายคลึงกับการหอบหืด ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะกรดคั่งในเลือดจากเบาหวาน
วิธีการรักษาเบื้องต้น?
ให้ผู้ป่วยหายใจโดยใช้หน้าท้องซึ่งจะทำให้หายใจช้าลง อาการจะค่อย ๆ บรรเทา ปัจจุบันไม่นิยมใช้วิธีการหายใจในถุงกระดาษ เนื่องจากไม่ได้ผล หากผู้ป่วยมีทั้งภาวะทางกาย อาจเกิดอันตรายได้

สรุปข่าว
โรคหอบจากอารมณ์ คือ การที่ผู้ป่วยมีอาการหายใจหอบเร็วและลึกอยู่นาน จนทำให้เกิดความผิดปกติของค่าสารเคมีในเลือด ทำให้มีอาการผิดปกติทางร่างกายตามมา
โรคนี้ยังไม่ทราบสาเหตุแน่ชัด พบว่าผู้ป่วยมีแนวโน้มในการหายใจโดยใช้กล้ามเนื้อหน้าอก (แทนกะบังลม และกล้ามเนื้อท้อง) ซึ่งทำให้การหายใจไม่มีประสิทธิภาพ โรคนี้มักพบบ่อยในเพศหญิงวัยเรียนถึงผู้ใหญ่ตอนต้น
ลักษณะอาการ
ผู้ป่วยจะมีอาการหายใจหอบและเร็ว บ่นว่าหายใจลำบาก หน้ามืด เวียนศีรษะ ใจสั่น อาจมีอาการชาบริเวณรอบปากและนิ้วมือได้ ถ้าเป็นมากอาจพบอาการเกร็ง และมือจีบ อาการมักมีความสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวล โดยก่อนเกิดอาการผู้ป่วยมักมีปัญหากดดันจิตใจอย่างเห็นได้ชัด อาการดังกล่าวอาจคล้ายคลึงกับการหอบหืด ภาวะหัวใจขาดเลือด ภาวะกรดคั่งในเลือดจากเบาหวาน
วิธีการรักษาเบื้องต้น?
ให้ผู้ป่วยหายใจโดยใช้หน้าท้องซึ่งจะทำให้หายใจช้าลง อาการจะค่อย ๆ บรรเทา ปัจจุบันไม่นิยมใช้วิธีการหายใจในถุงกระดาษ เนื่องจากไม่ได้ผล หากผู้ป่วยมีทั้งภาวะทางกาย อาจเกิดอันตรายได้

การฝึกการหายใจ
ให้ฝึกหายใจช้าๆ เป็นจังหวะ เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าจะมีอาการก็กลับมาหายใจช้าๆ อาการต่างๆ จะหายไปในเวลาไม่กี่นาที
1. กลั้นหายใจนับ 1 ถึง 5 (ไม่ต้องหายใจลึก)
2. เมื่อนับถึง 5 แล้วให้หายใจออก พร้อมกับจินตนาการภาพตัวเองกำลังผ่อนคลาย
3. หายใจเข้าและออกช้าๆ อย่างละประมาณ 3 วินาที ให้สังเกตว่าลมหายใจกระทบขอบในของจมูกขณะหายใจให้จินตนาการภาพตัวเองกำลังผ่อนคลายทุกครั้งที่หายใจออก (หายใจเข้าออก 10 ครั้งต่อนาที)
4. ทุก 1 นาที ให้หายใจเข้า แล้วกลั้นหายใจนับ 1 ถึง 5 (ไม่ต้องหายใจลึก) แล้วหายใจออก หลังจากนั้นเริ่มหายใจเข้าออกช้าๆ (ทำเหมือนข้อ 3 และข้อ 4)
การป้องกัน
ผู้ที่เคยเป็นโรคหอบจากอารมณ์ ควรหาทางป้องกันไม่ให้กำเริบซ้ำ ด้วยการปฏิบัติตัวดังนี้
-ฝึกหายใจด้วยท้อง โดยสังเกตว่าเวลาหายใจเข้าท้องจะป่อง หายใจออกท้องจะแฟบ
-ฝึกวิธีผ่อนคลายความเครียด ด้วยการออกกำลังกาย การฝึกสมาธิ เจริญสติ
- ความเครียดสะสมทำให้เป็นอัมพาตได้
- "วิธีประคองใจคนใกล้ตัว" เมื่อเขารู้สึกว่า "แบกโลกไว้ทั้งใบ" ให้รู้ไว้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
- เพราะอะไร เมื่อเรามองท้องฟ้า ดวงจันทร์ ถึงทำให้เรามีความสุขขึ้นได้?
- ความเครียดทางใจ สั่งร่างกายให้อักเสบ เหมือนตอนที่ติดเชื้อ
- "เสพข่าวร้ายซ้ำๆ" ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต ถึงขั้นฝันร้ายได้ 6 งานวิจัย ยืนยันแล้วว่าเป็นจริง!
ที่มาข้อมูล : คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี , มูลนิธิหมอชาวบ้าน
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
