จิตแพทย์เตือน! "เสพข่าวร้ายซ้ำๆ" ทำร้ายใจกว่าที่คิด เผย 6 งานวิจัยชี้ชัด ส่งผลเสียถึงขั้น "ฝันร้าย"

Share on Line Share on Facebook Share on X
จิตแพทย์เตือน! "เสพข่าวร้ายซ้ำๆ" ทำร้ายใจกว่าที่คิด เผย 6 งานวิจัยชี้ชัด ส่งผลเสียถึงขั้น "ฝันร้าย"

6 งานวิจัยที่บอกว่า การเสพข่าวร้ายซ้ำๆ อาจมีผลเสียต่อสุขภาพจิตได้

การเสพข่าวสารเชิงลบหรือข่าวร้ายอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราอย่างมาก ต่อไปนี้คือ 6 งานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางลบจากการเสพข่าวร้ายซ้ำๆ


1. การรับรู้ข่าวร้ายซ้ำๆ เพิ่มระดับความเครียดและความวิตกกังวล งานวิจัยจาก American Psychological Association พบว่าการรับข่าวร้ายซ้ำๆ สามารถเพิ่มระดับความเครียดและความวิตกกังวลได้มากถึง 20-25% โดยเฉพาะผู้ที่รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์เป็นประจำ


2. การเสพข่าวร้ายมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Affective Disorders พบว่าผู้ที่เสพข่าวร้ายเป็นเวลานานมีโอกาสที่จะเกิดอาการซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 30% โดยเฉพาะเมื่อเป็นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง


3. ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ PTSD เพิ่มขึ้น งานวิจัยของ National Institute of Mental Health ชี้ให้เห็นว่าการเสพข่าวร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติซ้ำๆ สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ได้ถึง 18%


4. การเสพข่าวสารเชิงลบซ้ำๆ รบกวนการนอนหลับ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Sleep Medicine Reviews พบว่าผู้ที่รับข่าวร้ายก่อนนอนมีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาการนอนหลับและฝันร้ายสูงขึ้นถึง 35% เนื่องจากสมองยังคงประมวลผลข้อมูลเชิงลบแม้ในขณะหลับ

สรุปข่าว

จิตแพทย์เตือนการเสพข่าวร้ายซ้ำๆ (Doomscrolling) ส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตอย่างรุนแรง โดยงานวิจัยชี้ชัดว่าช่วยเพิ่มความเครียด วิตกกังวล และเสี่ยงซึมเศร้า/PTSD สูงขึ้น ทั้งยังรบกวนการทำงานของสมองจนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลง เหนื่อยล้า และกระตุ้นให้เกิดอาการนอนไม่หลับหรือฝันร้ายได้ถึง 35%

6 งานวิจัยที่บอกว่า การเสพข่าวร้ายซ้ำๆ อาจมีผลเสียต่อสุขภาพจิตได้

การเสพข่าวสารเชิงลบหรือข่าวร้ายอย่างต่อเนื่องสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเราอย่างมาก ต่อไปนี้คือ 6 งานวิจัยที่ชี้ให้เห็นถึงผลกระทบทางลบจากการเสพข่าวร้ายซ้ำๆ


1. การรับรู้ข่าวร้ายซ้ำๆ เพิ่มระดับความเครียดและความวิตกกังวล งานวิจัยจาก American Psychological Association พบว่าการรับข่าวร้ายซ้ำๆ สามารถเพิ่มระดับความเครียดและความวิตกกังวลได้มากถึง 20-25% โดยเฉพาะผู้ที่รับข้อมูลข่าวสารจากสื่อออนไลน์เป็นประจำ


2. การเสพข่าวร้ายมีความสัมพันธ์กับภาวะซึมเศร้า จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Journal of Affective Disorders พบว่าผู้ที่เสพข่าวร้ายเป็นเวลานานมีโอกาสที่จะเกิดอาการซึมเศร้าสูงขึ้นถึง 30% โดยเฉพาะเมื่อเป็นข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่กระทบจิตใจอย่างรุนแรง


3. ความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะ PTSD เพิ่มขึ้น งานวิจัยของ National Institute of Mental Health ชี้ให้เห็นว่าการเสพข่าวร้ายเกี่ยวกับเหตุการณ์รุนแรงหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติซ้ำๆ สามารถเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนใจ (PTSD) ได้ถึง 18%


4. การเสพข่าวสารเชิงลบซ้ำๆ รบกวนการนอนหลับ จากการศึกษาที่ตีพิมพ์ใน Sleep Medicine Reviews พบว่าผู้ที่รับข่าวร้ายก่อนนอนมีความเสี่ยงที่จะประสบปัญหาการนอนหลับและฝันร้ายสูงขึ้นถึง 35% เนื่องจากสมองยังคงประมวลผลข้อมูลเชิงลบแม้ในขณะหลับ

5. ส่งผลกระทบต่อสมองในระยะยาว การเสพข่าวร้ายซ้ำๆ สามารถกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างสมองที่เกี่ยวข้องกับการจัดการอารมณ์ มีการศึกษาพบว่าผู้ที่เสพข่าวร้ายบ่อยๆ มีการทำงานของระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับความเครียดสูงขึ้นถึง 40%


6. มีผลรบกวนสมาธิและการทำงานประจำวัน งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการเสพข่าวร้ายซ้ำๆ อาจลดความสามารถในการจดจ่อและการทำงานประจำวันได้มากถึง 22% โดยผู้ที่มีการรับข้อมูลเชิงลบตลอดวันมักจะมีประสิทธิภาพในการทำงานต่ำลงและรู้สึกเหนื่อยล้าทางจิตใจมากขึ้น


การรับข่าวสารเชิงลบซ้ำๆ สามารถทำให้สุขภาพจิตของเราลดลงอย่างมาก การเรียนรู้ที่จะจำกัดการเสพข่าวและดูแลสุขภาพจิตของตัวเองจะช่วยให้เราสามารถจัดการกับความเครียดและความวิตกกังวลได้ดีขึ้น

5 วิธีดูแลสภาพจิตใจหลังเผชิญความเศร้า

1.มีสติ รู้เท่าทันอารมณ์ รู้จักยับยั้งชั่งใจ เช่น งดทะเลาะกับผู้อื่นที่มีความเห็นแตกต่าง

2.สร้างความบันเทิง มองเห็นคุณค่าตนเอง อาจร่วมเป็นอาสาสมัครทำประโยชน์แก่ส่วนรวม

3.ดูแลสภาพจิตใจ ทำกิจวัตรประจำวันให้เป็นปกติ เช่น ทำงาน ตั้งใจเรียน ทำกิจกรรมต่าง ๆ ให้คลายกังวลและความเครียด

4.ไม่ยึดติดกับอดีต ยอมรับความเป็นจริง และอยู่กับปัจจุบัน

5.ให้เวลาเป็นเครื่องช่วยการผ่านเรื่องร้าย ๆ มักต้องใช้เวลาควรให้กำลังใจตนเองให้ผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากให้ได้


สำหรับบุคคลรอบข้าง โดยเฉพาะผู้ที่มีลูกหลานประสบเหตุการณ์ ควรเข้าช่วยเหลือเป็นที่ปรึกษา รับฟัง และเป็นแบบอย่างในการจัดการอารมณ์


หากดูแลตนเองโดยวิธีข้างต้นแล้วยังคงมีปัญหาในการจัดการอารมณ์ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและรักษา

ชื่นชอบ​ในการติดตามข่าวสาร​ และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง​ คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง

แท็กบทความ