
เคยไหม? รู้สึกหม่นหมองตลอดเวลาจนคิดว่าเป็นเรื่อง "ปกติ" ไปแล้ว แต่แล้ววันหนึ่ง ความรู้สึกดิ่งขั้นสุดก็ถาโถมเข้ามาซ้ำจนแทบพยุงตัวเองไม่ไหว
ถ้านี่คือสิ่งที่คุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเจออยู่ ระวังให้ดี! เพราะมันอาจไม่ใช่แค่ความเครียดสะสม แต่มันคือ Double Depression “ซึมเศร้าสองชั้น” โรคจิตเวชซ้อนเร้นที่กัดกินพลังชีวิตแบบเงียบเชียบและร้ายกาจที่สุด มาร่วมถอดรหัสและเช็กอาการไปพร้อมกัน ก่อนที่ความมืดมนนี้จะกลืนกินคุณไปทั้งหมด
"Double Depression" นี่อาจเป็นโรคซึมเศร้าที่น่ากลัวที่สุด!
Double Depression หรือ “ซึมเศร้าสองชั้น” ไม่ใช่การเศร้ามากกว่าปกติสองเท่า แต่คือภาวะที่คนคนหนึ่งมีพื้นอารมณ์ซึมเศร้าเรื่อรังมานานอยู่แล้ว คล้ายท้องฟ้าที่ครึ้มเทาตลอดเวลา แล้ววันหนึ่งมี Major Depressive Episode หรือซึมเศร้าระยะรุนแรงซ้อนทับลงมาอีกชั้น เหมือนฝนใหญ่ที่ตกลงบนเมืองที่แทบไม่เคยมีแดดอยู่แล้ว
ความน่ากลัวของภาวะนี้คือ หลายคนไม่ได้รู้สึกว่า “ฉันป่วย” แต่รู้สึกว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้มาตลอด” จนความเหนื่อยง่าย ความสิ้นหวัง ความรู้สึกไร้ค่า การมองโลกหม่น และการใช้ชีวิตแบบไม่มีแรงใจ ค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ในทางจิตเวช ภาวะพื้นเดิมมักเกี่ยวข้องกับ Persistent Depressive Disorder หรือโรคซึมเศร้าเรื้อรัง ซึ่งในผู้ใหญ่มักหมายถึงอารมณ์ซึมเศร้าต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี และเมื่อมีซึมเศร้ารุนแรงซ้อนขึ้นมา เราจึงไม่ได้เห็นแค่คนที่ “ตกลงไปในหลุม” แต่เห็นคนที่อยู่ในหลุมมานานจนเริ่มจำไม่ได้ว่าแสงแดดหน้าตาเป็นอย่างไร

สรุปข่าว
เคยไหม? รู้สึกหม่นหมองตลอดเวลาจนคิดว่าเป็นเรื่อง "ปกติ" ไปแล้ว แต่แล้ววันหนึ่ง ความรู้สึกดิ่งขั้นสุดก็ถาโถมเข้ามาซ้ำจนแทบพยุงตัวเองไม่ไหว
ถ้านี่คือสิ่งที่คุณหรือคนใกล้ตัวกำลังเจออยู่ ระวังให้ดี! เพราะมันอาจไม่ใช่แค่ความเครียดสะสม แต่มันคือ Double Depression “ซึมเศร้าสองชั้น” โรคจิตเวชซ้อนเร้นที่กัดกินพลังชีวิตแบบเงียบเชียบและร้ายกาจที่สุด มาร่วมถอดรหัสและเช็กอาการไปพร้อมกัน ก่อนที่ความมืดมนนี้จะกลืนกินคุณไปทั้งหมด
"Double Depression" นี่อาจเป็นโรคซึมเศร้าที่น่ากลัวที่สุด!
Double Depression หรือ “ซึมเศร้าสองชั้น” ไม่ใช่การเศร้ามากกว่าปกติสองเท่า แต่คือภาวะที่คนคนหนึ่งมีพื้นอารมณ์ซึมเศร้าเรื่อรังมานานอยู่แล้ว คล้ายท้องฟ้าที่ครึ้มเทาตลอดเวลา แล้ววันหนึ่งมี Major Depressive Episode หรือซึมเศร้าระยะรุนแรงซ้อนทับลงมาอีกชั้น เหมือนฝนใหญ่ที่ตกลงบนเมืองที่แทบไม่เคยมีแดดอยู่แล้ว
ความน่ากลัวของภาวะนี้คือ หลายคนไม่ได้รู้สึกว่า “ฉันป่วย” แต่รู้สึกว่า “ฉันเป็นคนแบบนี้มาตลอด” จนความเหนื่อยง่าย ความสิ้นหวัง ความรู้สึกไร้ค่า การมองโลกหม่น และการใช้ชีวิตแบบไม่มีแรงใจ ค่อยๆกลายเป็นส่วนหนึ่งของตัวตน ในทางจิตเวช ภาวะพื้นเดิมมักเกี่ยวข้องกับ Persistent Depressive Disorder หรือโรคซึมเศร้าเรื้อรัง ซึ่งในผู้ใหญ่มักหมายถึงอารมณ์ซึมเศร้าต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี และเมื่อมีซึมเศร้ารุนแรงซ้อนขึ้นมา เราจึงไม่ได้เห็นแค่คนที่ “ตกลงไปในหลุม” แต่เห็นคนที่อยู่ในหลุมมานานจนเริ่มจำไม่ได้ว่าแสงแดดหน้าตาเป็นอย่างไร

ถ้าเปรียบเป็นภาพยนตร์ Major Depression อาจเหมือนฉากพายุใหญ่ที่คนดูรู้ทันทีว่าตัวละครกำลังเจ็บปวด แต่ Persistent Depression เหมือนการคุมโทนสีทั้งเรื่องให้หม่นลงทีละน้อยจนคนดูชินตา ส่วน Double Depression คือหนังทั่้งเรื่องหม่นอยู่แล้ว แต่จู่ๆไฟทั้งเมืองก็ดับลงอีกชั้น มันจึงน่ากลัวเพราะไม่ได้ส่งเสียงดังตั้งแต่แรก แต่มักค่อยๆทำให้เราเข้าใจผิดว่านี่คือชีวิตปกติของเรา
สัญญาณที่ควรระวังคือ เศร้าหรือว่างเปล่าเรื้อรัง มองตัวเองแย่มาก นอนหรือกินผิดปกติ สมาธิลดลง ไม่รู้สึกสนุกกับสิ่งที่เคยชอบ รู้สึกผิดหรือไร้ค่าอย่างรุนแรง และโดยเฉพาะถ้ามีความคิดไม่อยากอยู่ต่อ อันนี้ไม่ควรรอดูอาการเอง
ข่าวดีคือภาวะนี้รักษาได้ แม้อาจต้องใช้เวลาและความต่อเนื่อง เพราะการรักษาไม่ได้ดูแค่พายุลูกใหญ่ที่กำลังถาโถม แต่ต้องดูท้องฟ้าที่ครึ้มมานานด้วย และค่อยๆช่วยให้เราแยกออกว่า “เสียงของโรค” ไม่ใช่ “ตัวตนทั้งหมดของเรา” เพราะบางครั้งความมืดที่เราคิดว่าเป็นชีวิตทั้งชีวิต อาจเป็นเพียงฉากหนึ่งที่กำลังรอการรักษา รอแสงใหม่ และรอวันที่ชีวิตกลับมามีพื้นที่ให้หายใจอีกครั้ง
- จิตตก+วิตกกังวลขั้นไหน? ที่เรียกว่า "ต้องไปพบจิตแพทย์" ไม่ใช่แค่คิดมากไปเอง
- เจาะลึก 7 ความลับ "โรคจิตเวช" อันดับ 1 ในไทย ที่ไม่ใช่ "ซึมเศร้า" แต่คนทำงานเป็นกันเพียบ!
- ความเครียดสะสมทำให้เป็นอัมพาตได้
- "วิธีประคองใจคนใกล้ตัว" เมื่อเขารู้สึกว่า "แบกโลกไว้ทั้งใบ" ให้รู้ไว้ว่าไม่ได้อยู่คนเดียว
- วิธีโน้มน้าวคนใกล้ชิด ให้ไปพบ "จิตแพทย์" ชวนคุยเรื่องใจ ให้เป็นเรื่องง่าย จับมือก้าวผ่านไปด้วยกัน
ที่มาข้อมูล : นพ.เจษฎา ทองเถาว์ แพทย์เฉพาะทางสาขาจิตเวชศาสตร์ จิตแพทย์ประจำ รพ.พระศรีมหาโพธิ์ จ.อุบลราชธานี
ที่มารูปภาพ : Envato
ชื่นชอบในการติดตามข่าวสาร และเรื่องราว "ฮีลใจ" เพราะเชื่อว่าการมีใจที่แข็งแรง คือจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง
