ไมโครพลาสติก เปลี่ยนสีมหาสมุทร มลพิษสะสมในทะเล รอวันเข้าสู่ร่างกายมนุษย์

งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Communications Earth & Environment โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษจากไมโครพลาสติกในทะเลกับการเปลี่ยนแปลงสีของมหาสมุทร จากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม 3 ชุด ตลอดระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2002-2022 บริเวณแพขยะใหญ่แปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch) ซึ่งลอยอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก
จากการศึกษาพบว่า พื้นที่ภายในและโดยรอบแหล่งสะสมขยะพลาสติกดังกล่าวมีการสะท้อนแสงในช่วงคลื่นสีน้ำเงินและสีเขียวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากพื้นที่มหาสมุทรที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งไม่พบการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกัน โดยสีของมหาสมุทรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีของน้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจากสิ่งมีชีวิตและสารต่าง ๆ ที่ละลายหรือแขวนลอยอยู่ในน้ำ เช่น แพลงก์ตอน สารอินทรีย์ และอนุภาคขนาดเล็กอีกด้วย ทำให้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ไมโครพลาสติกที่กระจายตัวอยู่ในน้ำจะส่งผลต่อการกระเจิงและการสะท้อนของแสง ทำให้สีของมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไป
สรุปข่าว
งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Communications Earth & Environment โดยทีมนักวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเบอร์เกน ประเทศนอร์เวย์ ติดตามความสัมพันธ์ระหว่างมลพิษจากไมโครพลาสติกในทะเลกับการเปลี่ยนแปลงสีของมหาสมุทร จากการวิเคราะห์ข้อมูลดาวเทียม 3 ชุด ตลอดระยะเวลา 20 ปี นับตั้งแต่ปี 2002-2022 บริเวณแพขยะใหญ่แปซิฟิก (Great Pacific Garbage Patch) ซึ่งลอยอยู่กลางมหาสมุทรแปซิฟิก
จากการศึกษาพบว่า พื้นที่ภายในและโดยรอบแหล่งสะสมขยะพลาสติกดังกล่าวมีการสะท้อนแสงในช่วงคลื่นสีน้ำเงินและสีเขียวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตกต่างจากพื้นที่มหาสมุทรที่อยู่ห่างออกไป ซึ่งไม่พบการเปลี่ยนแปลงในลักษณะเดียวกัน โดยสีของมหาสมุทรไม่ได้ขึ้นอยู่กับสีของน้ำเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังได้รับอิทธิพลจากสิ่งมีชีวิตและสารต่าง ๆ ที่ละลายหรือแขวนลอยอยู่ในน้ำ เช่น แพลงก์ตอน สารอินทรีย์ และอนุภาคขนาดเล็กอีกด้วย ทำให้นักวิทยาศาสตร์สันนิษฐานว่า ไมโครพลาสติกที่กระจายตัวอยู่ในน้ำจะส่งผลต่อการกระเจิงและการสะท้อนของแสง ทำให้สีของมหาสมุทรเปลี่ยนแปลงไป
ทีมวิจัยใช้แบบจำลองคอมพิวเตอร์จำลองผลกระทบจากอนุภาคไมโครพลาสติกที่แขวนลอยอยู่ในน้ำ พบว่าอนุภาคเหล่านี้สามารถกระเจิงแสงจนทำให้เกิดรูปแบบความสว่างที่สอดคล้องกับข้อมูลจากดาวเทียม โดยรูปแบบดังกล่าวเกิดขึ้นเพียง 3% ของการจำลองในกรณีที่มีเฉพาะปัจจัยทางธรรมชาติ แต่เพิ่มขึ้นเป็น 13% เมื่อรวมปัจจัยจากไมโครพลาสติกเข้าไปด้วย
แต่สิ่งที่น่ากังวลคือ มลพิษไมโครพลาสติกไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเปลี่ยนแปลงคุณสมบัติทางแสงของน้ำทะเลเท่านั้น เพราะอนุภาคพลาสติกขนาดเล็กเหล่านี้ยังสามารถปนเปื้อนในระบบนิเวศและส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทางทะเลได้ตั้งแต่ระดับเล็กที่สุด อย่างแพลงก์ตอนสัตว์และสัตว์ทะเลบางชนิดสามารถกินไมโครพลาสติกเข้าไปโดยเข้าใจผิดว่าเป็นอาหาร ส่งผลให้เกิดการอุดตันในระบบทางเดินอาหาร ลดประสิทธิภาพการกินอาหาร และอาจรบกวนการเจริญเติบโตและการสืบพันธุ์ นอกจากนี้ อนุภาคพลาสติกยังสามารถเคลื่อนย้ายไปตามห่วงโซ่อาหาร เมื่อสัตว์ทะเลขนาดใหญ่กินสัตว์ที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติกเข้าไป ก็มีโอกาสได้รับอนุภาคเหล่านี้สะสมต่อเนื่อง
ผลกระทบที่เกิดขึ้นอาจลุกลามไปถึงความสมบูรณ์ของระบบนิเวศทางทะเล หากสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กซึ่งเป็นฐานสำคัญของห่วงโซ่อาหารถูกกระทบ ย่อมส่งผลต่อสัตว์ทะเลชนิดอื่น ๆ รวมถึงความสมดุลของระบบนิเวศในภาพรวม ขณะที่ขยะพลาสติกและไมโครพลาสติกบางชนิดยังอาจเป็นแหล่งสะสมหรือพาหะของสารเคมีและมลพิษอื่น ๆ ในสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาจย้อนกลับมาสู่ห่วงโซ่อาหารของมนุษย์ได้เช่นกัน เนื่องจากไมโครพลาสติกถูกตรวจพบในสิ่งแวดล้อมหลายประเภท ทั้งน้ำทะเล น้ำจืด ดิน อากาศ และอาหารบางชนิด ทำให้มนุษย์มีโอกาสสัมผัสอนุภาคเหล่านี้ผ่านการบริโภคอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อน
โดยที่ผ่านมามีการตรวจพบอนุภาคไมโครพลาสติกในร่างกายมนุษย์ซึ่งทำให้เกิดความกังวลถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะความเป็นไปได้ในการกระตุ้นการอักเสบและการนำพาสารเคมีบางชนิดเข้าสู่ร่างกาย
- แอมะซอนลุกเป็นไฟ! เอลนีโญซ้ำเติม ไฟป่าพุ่ง 253%
- MIT เปลี่ยน “ขยะพลาสติก” เป็น “วัสดุก่อสร้าง” จากขวดน้ำสู่ฐานรากบ้านรักษ์โลก
- ศึกษาเผย แก้วกระดาษย่อยสลายได้ ปล่อยไมโครพลาสติกนับล้านชิ้น
- ทะเลกำลังเสียสมดุล! ขยะ “ไมโครพลาสติก” กระทบการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์
- ป่าเขตร้อนอาจเปลี่ยนครั้งใหญ่ เทียบเท่า 3.3 ล้านปี ในเวลาไม่กี่สิบปี
ที่มาข้อมูล : nature.com
ที่มารูปภาพ : Envato
