เทรนด์สุดแปลกในจีน! คนรุ่นใหม่แห่ “เลี้ยงอิฐ” แก้เครียด แทนเลี้ยงลูก

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและการแข่งขันในตลาดแรงงานที่รุนแรง คนรุ่นใหม่ในจีนกำลังหันมาหาวิธีคลายเครียดรูปแบบใหม่ ด้วยการเลี้ยงสิ่งที่ไม่มีชีวิตอย่าง “ก้อนอิฐ” แทนการเลี้ยงสัตว์หรือมีลูก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ไม่ต้องทุ่มเทเวลา และไม่สร้างภาระทางอารมณ์ กลายเป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากบนโลกออนไลน์
โดยคนหนุ่มสาวชาวจีนจำนวนหนึ่งเริ่มหันมาเลี้ยงอิฐ หรือที่เรียกว่า “Brick Babies” โดยนำก้อนอิฐมาฉีดพ่นน้ำวันละหลายครั้ง เพื่อให้สปอร์ของมอสที่อยู่ในอากาศเกาะติดและเจริญเติบโตจนกลายเป็นอิฐสีเขียว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดูแลง่ายกว่าการปลูกต้นไม้เสียอีก เพราะหากลืมรดน้ำ มอสก็เพียงแค่หยุดการเจริญเติบโตชั่วคราว และสามารถกลับมาเขียวสดได้อีกครั้งเมื่อได้รับความชื้น
กระแสเลี้ยงอิฐได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องบนแพลตฟอร์มเว่ยป๋อ (Weibo) มียอดเข้าชมมากกว่า 5 ล้านครั้ง ขณะที่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียต่างแบ่งปันภาพก้อนอิฐที่เลี้ยงไว้ พร้อมติดแฮชแท็กเกี่ยวกับการเยียวยาจิตใจและการลดความเครียด บางคนถึงกับประกาศว่า ไม่เลี้ยงแมว ไม่ออกเดต แต่เลือกเลี้ยงอิฐแทน
สรุปข่าว
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาและการแข่งขันในตลาดแรงงานที่รุนแรง คนรุ่นใหม่ในจีนกำลังหันมาหาวิธีคลายเครียดรูปแบบใหม่ ด้วยการเลี้ยงสิ่งที่ไม่มีชีวิตอย่าง “ก้อนอิฐ” แทนการเลี้ยงสัตว์หรือมีลูก เพราะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ไม่ต้องทุ่มเทเวลา และไม่สร้างภาระทางอารมณ์ กลายเป็นกระแสที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากบนโลกออนไลน์
โดยคนหนุ่มสาวชาวจีนจำนวนหนึ่งเริ่มหันมาเลี้ยงอิฐ หรือที่เรียกว่า “Brick Babies” โดยนำก้อนอิฐมาฉีดพ่นน้ำวันละหลายครั้ง เพื่อให้สปอร์ของมอสที่อยู่ในอากาศเกาะติดและเจริญเติบโตจนกลายเป็นอิฐสีเขียว ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดูแลง่ายกว่าการปลูกต้นไม้เสียอีก เพราะหากลืมรดน้ำ มอสก็เพียงแค่หยุดการเจริญเติบโตชั่วคราว และสามารถกลับมาเขียวสดได้อีกครั้งเมื่อได้รับความชื้น
กระแสเลี้ยงอิฐได้รับความสนใจอย่างรวดเร็ว โดยแฮชแท็กที่เกี่ยวข้องบนแพลตฟอร์มเว่ยป๋อ (Weibo) มียอดเข้าชมมากกว่า 5 ล้านครั้ง ขณะที่ผู้ใช้งานโซเชียลมีเดียต่างแบ่งปันภาพก้อนอิฐที่เลี้ยงไว้ พร้อมติดแฮชแท็กเกี่ยวกับการเยียวยาจิตใจและการลดความเครียด บางคนถึงกับประกาศว่า ไม่เลี้ยงแมว ไม่ออกเดต แต่เลือกเลี้ยงอิฐแทน
ผู้เลี้ยงอิฐรายหนึ่งเปิดเผยว่า การเฝ้าดูมอสค่อย ๆ เติบโตบนก้อนอิฐช่วยสร้างความรู้สึกประสบความสำเร็จได้ไม่ต่างจากการทำโครงการระยะยาวให้สำเร็จ ขณะที่ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มเสี่ยวหงซู (Xiaohongshu) อธิบายว่า การเลี้ยงอิฐไม่ต้องสร้างผลงาน ไม่ต้องทำตามเป้าหมายการทำงาน หรือ KPI ไม่ต้องกดดันให้มันออกดอก และไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบการเติบโตกับใคร
คนรุ่นใหม่บางส่วนมองว่า ก้อนอิฐให้ความรู้สึกมั่นคงทางจิตใจมากกว่าความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เพราะไม่ต้องคาดหวังหรือรับผิดชอบต่อความรู้สึกของอีกฝ่าย โดยมีการเรียกแนวคิดนี้ว่า “Zero-energy Emotional Companionship” หรือการมีสิ่งอยู่เคียงข้างทางอารมณ์โดยแทบไม่ต้องใช้พลังงานในการดูแล
ปรากฏการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมของจีน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ที่เริ่มปฏิเสธความคาดหวังแบบดั้งเดิม ทั้งการแต่งงาน การมีลูก และการทำงานหนักเพื่อความก้าวหน้าในชีวิต ท่ามกลางตลาดแรงงานที่ซบเซา โดยข้อมูลทางการระบุว่า คนจีนอายุ 16–24 ปีที่ไม่ได้อยู่ในระบบการศึกษาเกือบ 1 ใน 5 กำลังว่างงาน ขณะที่อัตราการเกิดของจีนลดลงแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา
สถานการณ์ดังกล่าวยังสอดคล้องกับกระแส “Lying Flat” หรือการใช้ชีวิตแบบไม่ดิ้นรนแข่งขัน ซึ่งได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ต้องการลดความกดดันจากสังคม และหันมาให้ความสำคัญกับความสงบทางจิตใจมากกว่าความสำเร็จตามค่านิยมเดิม
อย่างไรก็ตาม แม้การเลี้ยงอิฐจะดูเป็นกิจกรรมที่เรียบง่ายและไม่มีภาระ แต่ผู้เชี่ยวชาญเริ่มออกมาเตือนถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพ เนื่องจากสภาพแวดล้อมที่ชื้นอาจเอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา โดยมีผู้เลี้ยงบางรายรายงานอาการคันตาและน้ำมูกไหล
หลี่ เสวียตง (Xuedong Li) อดีตศาสตราจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมอสจากมหาวิทยาลัยครุศาสตร์นครหลวงปักกิ่ง แนะนำให้เลี้ยงอิฐในพื้นที่ปิดที่เหมาะสม และควรสวมถุงมือแบบใช้ครั้งเดียว รวมถึงหน้ากากอนามัยขณะสัมผัสหรือดูแล เพื่อป้องกันการสูดดมสปอร์และลดการสัมผัสทางผิวหนัง
แม้การเลี้ยงอิฐอาจดูเป็นงานอดิเรกที่แปลกประหลาดสำหรับหลายคน แต่กระแสนี้กำลังสะท้อนความรู้สึกของคนรุ่นใหม่ในจีนที่ต้องเผชิญความกดดันรอบด้าน และต้องการค้นหาความสุขจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ไม่เรียกร้องความสำเร็จหรือความรับผิดชอบมากมาย โดยก้อนอิฐธรรมดาอาจกลายเป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ในโลกที่เต็มไปด้วยการแข่งขันและความคาดหวัง
- แอมะซอนลุกเป็นไฟ! เอลนีโญซ้ำเติม ไฟป่าพุ่ง 253%
- "อยู่ดีๆ น้ำตาก็ไหล" ร้องไห้ไม่มีสาเหตุ สัญญาณเตือนภาวะ "เครียดสะสม" หรือเริ่มต้น "ซึมเศร้า?"
- "อยากหายไปเฉยๆ" สัญญาณเตือนเงียบ ที่หัวใจกำลัง "ร้องขอความช่วยเหลือ"
- ปลดล็อกสมอง Overthinking เมื่อความกังวลกัดกินชีวิต จนลืมวิธีมี "ความสุข"
- อยู่บนเรือ 9 เดือน รับมือความเครียดอย่างไร ทำไมการขึ้นฝั่งจึงสำคัญ
ที่มาข้อมูล : xiaohongshu.com
ที่มารูปภาพ : xiaohongshu.com
