ป่าเขตร้อนอาจเปลี่ยนครั้งใหญ่ เทียบเท่า 3.3 ล้านปี ในเวลาไม่กี่สิบปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
ป่าเขตร้อนอาจเปลี่ยนครั้งใหญ่  เทียบเท่า 3.3 ล้านปี ในเวลาไม่กี่สิบปี

“ป่าไม้เขตร้อน” ถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดบนโลก แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้ภูมิทัศน์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานวิจัยล่าสุดพบว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในอนาคตอาจทำให้การเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณเขตร้อนเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น รุนแรงเทียบเท่ากับการเปลี่ยนแปลงที่เคยเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายล้านปีของโลก 

 

พื้นที่เขตร้อนครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่าหนึ่งในสามของพื้นผิวโลก แต่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์ที่มนุษย์รู้จัก ทั้งป่าดิบชื้น ป่าสะวันนา ทุ่งหญ้า และระบบนิเวศหลากหลายรูปแบบ ซึ่งล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนภูมิประเทศมาเป็นเวลาหลายล้านปี 

 

นักวิจัยจากศูนย์สำรวจระยะไกลของมหาวิทยาลัยรัฐบาลกลางมินัสเชไรส์ ประเทศบราซิล ได้ศึกษาการกระจายตัวของพืชพรรณเขตร้อนย้อนหลังไป 3.3 ล้านปี และนำข้อมูลมาคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตจนถึงปี 2050 พบว่า การเปลี่ยนแปลงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศอาจเกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติในอดีตอย่างมาก 


สรุปข่าว

งานวิจัยพบว่า การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจทำให้พืชพรรณเขตร้อนเปลี่ยนแปลงในเวลาอันรวดเร็ว เทียบเท่ากับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตลอด 3.3 ล้านปีที่ผ่านมา อุณหภูมิที่สูงขึ้นและรูปแบบฝนที่เปลี่ยนแปลง กำลังเร่งให้ถิ่นอาศัยของพืชเคลื่อนตัว และเพิ่มความเสี่ยงต่อการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า ความเร็วของวิกฤตภูมิอากาศอาจเร็วกว่าความสามารถในการปรับตัวของธรรมชาติ กระทบสมดุลระบบนิเวศทั่วโลกในอนาคต

“ป่าไม้เขตร้อน” ถือเป็นหนึ่งในระบบนิเวศที่มีความหลากหลายทางชีวภาพมากที่สุดบนโลก แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังเร่งให้ภูมิทัศน์เหล่านี้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว งานวิจัยล่าสุดพบว่า ผลกระทบจากภาวะโลกร้อนในอนาคตอาจทำให้การเปลี่ยนแปลงของพืชพรรณเขตร้อนเกิดขึ้นในระยะเวลาอันสั้น รุนแรงเทียบเท่ากับการเปลี่ยนแปลงที่เคยเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลาหลายล้านปีของโลก 

 

พื้นที่เขตร้อนครอบคลุมพื้นที่น้อยกว่าหนึ่งในสามของพื้นผิวโลก แต่เป็นแหล่งอาศัยของสิ่งมีชีวิตมากกว่าครึ่งหนึ่งของสายพันธุ์ที่มนุษย์รู้จัก ทั้งป่าดิบชื้น ป่าสะวันนา ทุ่งหญ้า และระบบนิเวศหลากหลายรูปแบบ ซึ่งล้วนเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนภูมิประเทศมาเป็นเวลาหลายล้านปี 

 

นักวิจัยจากศูนย์สำรวจระยะไกลของมหาวิทยาลัยรัฐบาลกลางมินัสเชไรส์ ประเทศบราซิล ได้ศึกษาการกระจายตัวของพืชพรรณเขตร้อนย้อนหลังไป 3.3 ล้านปี และนำข้อมูลมาคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคตจนถึงปี 2050 พบว่า การเปลี่ยนแปลงจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศอาจเกิดขึ้นในอัตราที่รวดเร็วกว่าการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติในอดีตอย่างมาก 


ภาวะโลกร้อนทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น รูปแบบฝนเปลี่ยนแปลง และเพิ่มความถี่ของเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว เช่น ภัยแล้งและคลื่นความร้อน ส่งผลให้พื้นที่เหมาะสมต่อการดำรงชีวิตของพืชหลายชนิดเคลื่อนย้ายไปยังพื้นที่ใหม่ ขณะที่พืชบางชนิดอาจไม่สามารถปรับตัวหรือเคลื่อนย้ายได้ทันกับความเร็วของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป 

 

การเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้อาจส่งผลต่อสมดุลของระบบนิเวศ ตั้งแต่ความหลากหลายของพืช สัตว์ที่พึ่งพาพืชเหล่านั้น ไปจนถึงความสามารถของป่าเขตร้อนในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศของโลก

 

นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้ระบบนิเวศจะมีความสามารถในการปรับตัวตามธรรมชาติ แต่ความเร็วของการเปลี่ยนแปลงในปัจจุบันอาจเร็วกว่าความสามารถในการปรับตัวของสิ่งมีชีวิต ทำให้บางพื้นที่เสี่ยงสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพและเกิดการเปลี่ยนแปลงของภูมิทัศน์ครั้งใหญ่

ที่มาข้อมูล : theconversation.com

ที่มารูปภาพ : Reuters