ทะเลกำลังเสียสมดุล! ขยะ “ไมโครพลาสติก” กระทบการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทะเลกำลังเสียสมดุล!  ขยะ “ไมโครพลาสติก”  กระทบการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์

“ไมโครพลาสติก” ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนมากกว่าที่เคยคิด เพราะมลพิษจากพลาสติกอาจรบกวนความสามารถของมหาสมุทรในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

 

มหาสมุทรมีบทบาทสำคัญในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ โดยมีแพลงก์ตอนพืชเป็นกลไกสำคัญ แพลงก์ตอนพืชใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสง และคาร์บอนบางส่วนจะถูกส่งลงสู่มหาสมุทรชั้นลึก ทำให้เกิดการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ

 

อย่างไรก็ตาม ไมโครพลาสติกที่สะสมอยู่ในทะเลอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืช ทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนลดลง นักวิจัยจึงนำข้อมูลแพลงก์ตอนพืชมากกว่า 65,000 ตัวอย่าง มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากการทดลองเกี่ยวกับผลกระทบของไมโครพลาสติก


สรุปข่าว

“ไมโครพลาสติก” อาจรบกวนแพลงก์ตอนพืช ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ของมหาสมุทร งานวิจัยประเมินว่าในปี 2020 ไมโครพลาสติกอาจทำให้มหาสมุทรกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงประมาณ 75,000 ตัน สะท้อนว่าปัญหาพลาสติกไม่ได้กระทบแค่ระบบนิเวศทางทะเล แต่อาจซ้ำเติมวิกฤตโลกร้อนด้วย

“ไมโครพลาสติก” ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาขยะที่ส่งผลกระทบต่อสัตว์ทะเลและระบบนิเวศเท่านั้น แต่ยังอาจเกี่ยวข้องกับภาวะโลกร้อนมากกว่าที่เคยคิด เพราะมลพิษจากพลาสติกอาจรบกวนความสามารถของมหาสมุทรในการดูดซับและกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์

 

มหาสมุทรมีบทบาทสำคัญในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศ โดยมีแพลงก์ตอนพืชเป็นกลไกสำคัญ แพลงก์ตอนพืชใช้คาร์บอนไดออกไซด์ในการสังเคราะห์แสง และคาร์บอนบางส่วนจะถูกส่งลงสู่มหาสมุทรชั้นลึก ทำให้เกิดการกักเก็บคาร์บอนตามธรรมชาติ

 

อย่างไรก็ตาม ไมโครพลาสติกที่สะสมอยู่ในทะเลอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตและการสังเคราะห์แสงของแพลงก์ตอนพืช ทำให้ประสิทธิภาพในการดูดซับคาร์บอนลดลง นักวิจัยจึงนำข้อมูลแพลงก์ตอนพืชมากกว่า 65,000 ตัวอย่าง มาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลจากการทดลองเกี่ยวกับผลกระทบของไมโครพลาสติก


ผลการประเมินพบว่า ในปี 2020 ไมโครพลาสติกอาจทำให้ระบบนิเวศทางทะเลกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงประมาณ 75,000 ตัน แม้ปริมาณดังกล่าวจะยังน้อยมากเมื่อเทียบกับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์จากกิจกรรมของมนุษย์ทั่วโลก แต่สะท้อนให้เห็นว่าไมโครพลาสติกอาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ลดประสิทธิภาพของมหาสมุทรในการช่วยควบคุมสภาพภูมิอากาศ

 

ผลกระทบยังแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยเขตร้อนมีแนวโน้มได้รับผลกระทบมากกว่า เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีผลผลิตทางชีวภาพสูงและมีบทบาทสำคัญต่อวัฏจักรคาร์บอนของโลก

 

นอกจากนี้ พลาสติกยังเกี่ยวข้องกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่กระบวนการผลิต เนื่องจากอุตสาหกรรมพลาสติกพึ่งพาเชื้อเพลิงฟอสซิล ดังนั้นปัญหาพลาสติกจึงอาจเชื่อมโยงกับภาวะโลกร้อนทั้งจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกโดยตรง และจากการรบกวนกลไกธรรมชาติที่ช่วยดูดซับคาร์บอน


ไมโครพลาสติกอาจไม่ได้เป็นเพียงภัยคุกคามต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล แต่ยังอาจลดความสามารถของมหาสมุทรในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ผ่านการรบกวนแพลงก์ตอนพืช งานวิจัยประเมินว่าในปี 2020 มลพิษไมโครพลาสติกอาจทำให้มหาสมุทรกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ได้น้อยลงประมาณ 75,000 ตัน สะท้อนว่าปัญหาพลาสติกและวิกฤตโลกร้อนอาจเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมากกว่าที่เคยคาดไว้

ที่มาข้อมูล : futura-sciences.com

ที่มารูปภาพ : Reuters