โลกร้อนเพิ่มความเหงา ตัดขาดผู้คนจากสังคม มนุษย์อาจต้องอยู่โดดเดี่ยวมากกว่าเดิม

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกร้อนเพิ่มความเหงา ตัดขาดผู้คนจากสังคม มนุษย์อาจต้องอยู่โดดเดี่ยวมากกว่าเดิม

ข้อมูลจาก The Conversation อ้างอิงงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์และสิ่งแวดล้อมโดยระบุว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งคลื่นความร้อน น้ำท่วม พายุ และไฟป่า ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ชีวิต และทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังลดโอกาสพบปะ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันในสังคมลงจนอาจซ้ำเติมปัญหาความโดดเดี่ยวและความเหงาขึ้นได้

 

การปฏิสัมพันธ์ในสังคมเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การได้พูดคุย พบปะ หรือใช้เวลากับครอบครัว เพื่อน และเพื่อนบ้าน ช่วยลดความเครียด กระตุ้นการทำงานของสมอง และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แต่เมื่อคลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้นและยาวนานขึ้นในหลายประเทศ ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกอยู่แต่ภายในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศหรือพัดลม แทนการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

สรุปข่าว

เหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้วไม่ได้สร้างความเสียหายเฉพาะต่อบ้านเรือนหรือระบบสาธารณูปโภค แต่ยังรบกวนวิถีชีวิตประจำวันของผู้คน เมื่อสภาพอากาศไม่เป็นใจจนเป็นสาเหตุต้องยกเลิกกิจกรรมกลางแจ้ง ทั้งงานเทศกาล งานชุมชน ไปจนถึงการที่ผู้คนต้องเก็บตัวอยู่ในบ้านเพราะอากาศร้อนจัดหรือควันไฟป่า ส่งผลให้โอกาสในการพบปะและสร้างปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันลดลง เพิ่มความเหงามากขึ้นในมนุษย์

ข้อมูลจาก The Conversation อ้างอิงงานวิจัยด้านสังคมศาสตร์และสิ่งแวดล้อมโดยระบุว่า ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ก่อให้เกิดเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ทั้งคลื่นความร้อน น้ำท่วม พายุ และไฟป่า ไม่ได้สร้างความเสียหายต่อบ้านเรือน ชีวิต และทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังลดโอกาสพบปะ พูดคุย และใช้เวลาร่วมกันในสังคมลงจนอาจซ้ำเติมปัญหาความโดดเดี่ยวและความเหงาขึ้นได้

 

การปฏิสัมพันธ์ในสังคมเป็นปัจจัยสำคัญต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต การได้พูดคุย พบปะ หรือใช้เวลากับครอบครัว เพื่อน และเพื่อนบ้าน ช่วยลดความเครียด กระตุ้นการทำงานของสมอง และสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน แต่เมื่อคลื่นความร้อนเกิดบ่อยขึ้นและยาวนานขึ้นในหลายประเทศ ทำให้ผู้คนจำนวนมากเลือกอยู่แต่ภายในอาคารที่มีเครื่องปรับอากาศหรือพัดลม แทนการออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

 

นักวิจัยเตือนว่า ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความโดดเดี่ยวมากที่สุด คือผู้สูงอายุ ผู้ที่อาศัยในพื้นที่ชนบท ผู้ที่ไม่มีพาหนะส่วนตัว หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้จำกัด เพราะคนกลุ่มนี้มีความเสี่ยงต่อการแยกตัวจากสังคมอยู่แล้ว และเมื่อเกิดภัยพิบัติซ้ำ ๆ การเข้าถึงความช่วยเหลือก็ยิ่งยากขึ้น

 

นอกจากนี้การภัยพิบัติในปัจจุบันมักไม่ได้เกิดขึ้นเพียงเหตุการณ์เดียว แต่เกิดพร้อมกันหลายรูปแบบ เช่น พายุที่นำไปสู่น้ำท่วมและไฟฟ้าดับ ขณะที่อุณหภูมิยังคงร้อนจัดส่งผลให้การเดินทาง การสื่อสาร และการช่วยเหลือกันภายในชุมชนซับซ้อนมากขึ้นกว่าเดิม


ผู้เชี่ยวชาญเสนอว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ควรมุ่งเน้นเพียงการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันภัยพิบัติ แต่ควรลงทุนกับ "โครงสร้างพื้นฐานทางสังคม" ควบคู่กันด้วย ในโลกที่อุณหภูมิกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนอาจเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของชุมชน และในขณะเดียวกัน ก็เป็นสิ่งที่เปราะบางที่สุด หากสังคมไม่เตรียมพร้อมรับมือกับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ที่มาข้อมูล : The Conversation

ที่มารูปภาพ : Reuters