เอลนีโญเดือดจัด! คาดแรงสุดในรอบ 76 ปี อุณหภูมิน้ำทะเลพุ่ง 3.8 องศาฯ

โลกกำลังเผชิญสัญญาณน่ากังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ หลังองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เผยแพร่ข้อมูลคาดการณ์ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3.8 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 ขณะที่เอลนีโญกำลังเข้าใกล้ช่วงรุนแรงสูงสุดในเดือนธันวาคมนี้
หากการคาดการณ์เป็นจริง ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2493 หรือในรอบกว่า 76 ปี และอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก ทั้งภัยแล้ง ฝนตกหนัก และอุณหภูมิที่แปรปรวน
สรุปข่าว
โลกกำลังเผชิญสัญญาณน่ากังวลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ หลังองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เผยแพร่ข้อมูลคาดการณ์ว่า อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยถึง 3.8 องศาเซลเซียส ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 ขณะที่เอลนีโญกำลังเข้าใกล้ช่วงรุนแรงสูงสุดในเดือนธันวาคมนี้
หากการคาดการณ์เป็นจริง ปรากฏการณ์เอลนีโญครั้งนี้อาจกลายเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2493 หรือในรอบกว่า 76 ปี และอาจส่งผลกระทบต่อรูปแบบสภาพอากาศทั่วโลก ทั้งภัยแล้ง ฝนตกหนัก และอุณหภูมิที่แปรปรวน
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เปิดเผยข้อมูลการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออก ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญในการติดตามความรุนแรงของปรากฏการณ์เอลนีโญ โดยพบว่าอุณหภูมิน้ำทะเลมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วตลอดปี 2569
ข้อมูลระบุว่า ในเดือนมิถุนายน 2569 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลในพื้นที่ดังกล่าวสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 1.6 องศาเซลเซียส ก่อนเพิ่มขึ้นเป็น 2.5 องศาเซลเซียสในเดือนสิงหาคม สะท้อนให้เห็นถึงการสะสมความร้อนในมหาสมุทรที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ขณะที่แบบจำลองพยากรณ์หลายชุดซึ่งเผยแพร่ในเดือนตุลาคม 2569 คาดการณ์ว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2569 ถึงมกราคม 2570 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลบางบริเวณของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนอาจสูงกว่าค่าเฉลี่ยประมาณ 3.8 องศาเซลเซียส โดยปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มเข้าสู่ช่วงรุนแรงสูงสุดในเดือนธันวาคม 2569
นอกจากนี้ ข้อมูลคาดการณ์ยังระบุว่า เอลนีโญมีความเป็นไปได้สูงมากที่จะคงอยู่ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2570 และอาจเป็นหนึ่งในปรากฏการณ์เอลนีโญที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่มีการบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบในปี 2493
เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนตอนกลางและตะวันออกอุ่นกว่าปกติ ส่งผลต่อการหมุนเวียนของบรรยากาศและรูปแบบการกระจายตัวของฝนในหลายภูมิภาคทั่วโลก
โดยทั่วไป ปรากฏการณ์เอลนีโญอาจทำให้บางพื้นที่เผชิญอากาศร้อนจัดและภัยแล้งรุนแรง ขณะที่บางภูมิภาคมีความเสี่ยงต่อฝนตกหนักและน้ำท่วมเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังอาจส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร แหล่งน้ำ ระบบนิเวศ และความมั่นคงทางอาหาร
สำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย เอลนีโญมักสัมพันธ์กับปริมาณฝนที่ลดลงและอุณหภูมิที่สูงกว่าปกติในบางช่วงเวลา ซึ่งอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้ง การขาดแคลนน้ำ และความเสียหายต่อภาคเกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้นจริงยังขึ้นอยู่กับฤดูกาลและปัจจัยทางสภาพอากาศอื่น ๆ ร่วมด้วย
สิ่งสำคัญคือ ตัวเลข 3.8 องศาเซลเซียสเป็นการคาดการณ์ความผิดปกติของอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในบางบริเวณ ไม่ได้หมายความว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกจะเพิ่มสูงขึ้น 3.8 องศาเซลเซียส และยังไม่ได้เป็นการยืนยันว่าเอลนีโญจะมีความรุนแรงสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- “เอลนีโญ” เล่นงาน หมู่เกาะกาลาปากอส ฝนถล่มหนัก 3 พันคนเดือดร้อน
- เตือนร้อนจัดปี 2570 ซูเปอร์เอลนีโญ ซ้ำเติมโลกร้อน สิ่งมีชีวิตอาจปรับตัวไม่ทัน!
- ค้นพบครั้งแรก! ไฟป่ากำลังเปลี่ยนโลก นักวิทย์พบสัญญาณอันตราย
- จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 69 หนาวช้า ปี 70 เสี่ยงร้อนเดือด
- หมดเวลายื้อโลก! UN ยอมรับแล้ว หยุดโลกร้อนไม่ทันเวลา โลกจ่อทะลุ 1.5 องศาฯแน่นอน
