“ฤดูแล้ง” เริ่มแล้ว แม้น้ำเต็มเขื่อน 83% แต่ยังวางใจไม่ได้

Share on Line Share on Facebook Share on X
“ฤดูแล้ง” เริ่มแล้ว แม้น้ำเต็มเขื่อน 83% แต่ยังวางใจไม่ได้

กรมชลประทานเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำรับฤดูแล้งปี 2569–2570 หลังสิ้นสุดฤดูฝน พร้อมเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงในระยะต่อไป โดยเร่งวางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสำรองน้ำรองรับช่วงฝนทิ้งต้นฤดูฝนปีหน้า


นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า กรมชลประทานได้เริ่มแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ


สรุปข่าว

แม้ประเทศไทยจะมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั่วประเทศมากถึงร้อยละ 83 แต่กรมชลประทานยังไม่วางใจ เร่งวางแผนรับมือฤดูแล้งปี 2569–2570 พร้อมเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจทำให้ฝนลดลง เสี่ยงเกิดภาวะขาดแคลนน้ำ โดยเฉพาะช่วงฝนทิ้งระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคมปีหน้า

กรมชลประทานเตรียมแผนบริหารจัดการน้ำรับฤดูแล้งปี 2569–2570 หลังสิ้นสุดฤดูฝน พร้อมเฝ้าระวังปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลให้ปริมาณฝนลดลงในระยะต่อไป โดยเร่งวางแผนจัดสรรน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของทุกภาคส่วน ควบคู่กับการสำรองน้ำรองรับช่วงฝนทิ้งต้นฤดูฝนปีหน้า


นายสันติ เต็มเอี่ยม ผู้ช่วยอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า กรมชลประทานได้เริ่มแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 โดยคำนึงถึงปริมาณน้ำต้นทุนและความต้องการใช้น้ำในแต่ละพื้นที่เป็นสำคัญ


จากข้อมูล ณ วันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 พบว่า อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวม 63,984 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 83 ของความจุอ่างเก็บน้ำรวม ขณะที่อ่างเก็บน้ำหลัก 4 แห่งในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวม 18,936 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 76 ของความจุรวม


สำหรับแผนบริหารจัดการน้ำฤดูแล้ง กรมชลประทานจะจัดสรรน้ำตามลำดับความสำคัญ โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค รองลงมาคือการรักษาระบบนิเวศ ภาคการเกษตร ภาคอุตสาหกรรม และกิจกรรมอื่น ๆ พร้อมสำรองน้ำไว้รองรับช่วงต้นฤดูฝนปี 2570 โดยเฉพาะระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม ซึ่งอาจเกิดภาวะฝนทิ้งช่วงและเพิ่มความเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำ


ส่วนสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา กรมชลประทานได้ทยอยปรับลดการระบายน้ำผ่านเขื่อนเจ้าพระยาลงมาอยู่ที่ 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที และจะพิจารณาปรับลดเพิ่มเติมตามปริมาณน้ำที่มีแนวโน้มลดลง เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายเขื่อนและรักษาสมดุลการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา


ขณะเดียวกัน กรมชลประทานยังคงเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมตกค้างจากฤดูฝนที่ผ่านมา ซึ่งมีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 62 จังหวัด แม้สถานการณ์ส่วนใหญ่จะคลี่คลายแล้ว แต่ยังมีพื้นที่ได้รับผลกระทบอีก 11 จังหวัด โดยได้ระดมเครื่องสูบน้ำ เครื่องจักร และเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง


ทั้งนี้ กรมชลประทานยืนยันว่าจะติดตามสถานการณ์น้ำ ปริมาณฝน และแนวโน้มสภาพภูมิอากาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจกระทบต่อปริมาณฝนในอนาคต พร้อมปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้เหมาะสมกับสถานการณ์ และขอความร่วมมือประชาชนทุกภาคส่วนใช้น้ำอย่างประหยัด เพื่อให้มีน้ำเพียงพอตลอดฤดูแล้งปี 2569–2570

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : Getty Images