ชาวอินโดนีเซีย ลุกฮือประท้วง ไฟป่าหนักสุดรอบ 11 ปี

Share on Line Share on Facebook Share on X
ชาวอินโดนีเซีย ลุกฮือประท้วง ไฟป่าหนักสุดรอบ 11 ปี

วิกฤตไฟป่าและหมอกควันในอินโดนีเซียกำลังทวีความรุนแรง จนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 11 ปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด นักศึกษาและกลุ่มภาคประชาสังคมหลายร้อยคนออกมาชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและประกาศให้ไฟป่าเป็นภัยพิบัติระดับชาติ

 

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นักศึกษาและกลุ่มภาคประชาสังคมหลายร้อยคนรวมตัวชุมนุมประท้วงในหลายเมืองของอินโดนีเซีย รวมถึงกรุงจาการ์ตา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาล

 

สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียรุนแรงขึ้นจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้สภาพอากาศแห้งแล้งและพื้นที่ป่าพรุมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ง่าย ส่งผลให้ประเทศเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและหมอกควันที่รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี

สรุปข่าว

“อินโดนีเซีย” เผชิญวิกฤตไฟป่าและหมอกควันรุนแรงสุดในรอบ 11 ปี จากอิทธิพลเอลนีโญ กระทบสุขภาพประชาชนและประเทศเพื่อนบ้าน นักศึกษาและประชาชนหลายร้อยคนชุมนุมประท้วงในหลายเมือง เรียกร้องรัฐบาลประกาศให้ไฟป่าเป็นภัยพิบัติระดับชาติ รัฐบาลเร่งดำเนินคดีกับบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับไฟป่า พร้อมใช้เทคโนโลยีดัดแปรสภาพอากาศกระตุ้นฝน ท่ามกลางแรงกดดันทางการเมืองที่เพิ่มขึ้น

วิกฤตไฟป่าและหมอกควันในอินโดนีเซียกำลังทวีความรุนแรง จนกลายเป็นปัญหาสิ่งแวดล้อมครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 11 ปี ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนและลุกลามไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ล่าสุด นักศึกษาและกลุ่มภาคประชาสังคมหลายร้อยคนออกมาชุมนุมประท้วง เรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาและประกาศให้ไฟป่าเป็นภัยพิบัติระดับชาติ

 

เมื่อวันที่ 28 ต.ค. นักศึกษาและกลุ่มภาคประชาสังคมหลายร้อยคนรวมตัวชุมนุมประท้วงในหลายเมืองของอินโดนีเซีย รวมถึงกรุงจาการ์ตา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงนโยบายของประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นต่อรัฐบาล

 

สถานการณ์ไฟป่าในอินโดนีเซียรุนแรงขึ้นจากอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญ ซึ่งทำให้สภาพอากาศแห้งแล้งและพื้นที่ป่าพรุมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟไหม้ได้ง่าย ส่งผลให้ประเทศเผชิญกับวิกฤตไฟป่าและหมอกควันที่รุนแรงที่สุดในรอบ 11 ปี

หมอกควันหนาทึบที่เกิดขึ้นยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยพบผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเพิ่มขึ้น ขณะที่มลพิษทางอากาศได้ลอยข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งมาเลเซียและสิงคโปร์ สร้างความกังวลเกี่ยวกับปัญหามลพิษทางอากาศในระดับภูมิภาค

 

บรรยากาศการประท้วงในกรุงจาการ์ตาเป็นไปอย่างคึกคัก ผู้ชุมนุมจำนวนมากรวมตัวกันบริเวณวงเวียนสำคัญใจกลางเมือง บางส่วนสวมหน้ากากป้องกันแก๊สพิษ พร้อมถือป้ายเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขปัญหาไฟป่าและประกาศให้สถานการณ์ดังกล่าวเป็นภัยพิบัติระดับชาติ

 

ขณะเดียวกัน นักศึกษาในเมืองมากัสซาร์ จังหวัดสุลาเวสีใต้ และเมืองบันดุง จังหวัดชวาตะวันตก ต่างออกมาชุมนุมด้วยข้อเรียกร้องในลักษณะเดียวกัน โดยผู้ประท้วงบางส่วนยังเรียกร้องให้รัฐบาลยุติการใช้งบประมาณกับโครงการประชานิยม เช่น โครงการอาหารฟรีของประธานาธิบดีปราโบโว และหันมาให้ความสำคัญกับการจัดการปัญหาไฟป่าที่กำลังส่งผลกระทบต่อประชาชน

การชุมนุมครั้งนี้ถือเป็นการประท้วงครั้งที่สองภายในหนึ่งสัปดาห์ ท่ามกลางผลสำรวจของสำนักวิจัย Saiful Mujani Research and Consulting หรือ SMRC ที่ระบุว่า คะแนนนิยมของประธานาธิบดีปราโบโวลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา หลังดำรงตำแหน่งผู้นำประเทศมาเป็นเวลาประมาณ 2 ปี


ที่ผ่านมา รัฐบาลอินโดนีเซียได้ดำเนินคดีกับบริษัทที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดไฟป่า รวมถึงพยายามใช้เทคโนโลยีดัดแปรสภาพอากาศเพื่อกระตุ้นให้เกิดฝนตก หวังช่วยบรรเทาสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่ปกคลุมหลายพื้นที่

 

วิกฤตไฟป่าครั้งใหญ่ของอินโดนีเซียไม่เพียงสร้างความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน แต่ยังกลายเป็นแรงกดดันทางการเมืองต่อรัฐบาล ขณะที่อิทธิพลของเอลนีโญยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ให้รุนแรงขึ้น และสะท้อนให้เห็นว่าปัญหาไฟป่าและหมอกควันข้ามพรมแดนเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังและเร่งด่วน

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters