สิงคโปร์เอาจริง! ไล่บี้ 10 บริษัทอินโดฯ ปมไฟป่าหมอกควันข้ามแดน จ่อปรับหนักวันละ 2.5 ล้านบาท

สิงคโปร์เดินหน้าเอาผิดบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง หลังพบเบาะแสเกี่ยวข้องกับไฟป่าที่ก่อให้เกิดวิกฤต “หมอกควันข้ามพรมแดน” ส่งผลให้มีบริษัทถูกตรวจสอบรวม 10 แห่ง พร้อมขู่ใช้กฎหมายลงโทษขั้นเด็ดขาด หากพบความผิดจริงอาจถูกปรับสูงสุดวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และมีเพดานค่าปรับรวมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
วิกฤตหมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกำลังกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังรัฐบาลสิงคโปร์ยกระดับมาตรการทางกฎหมายกับบริษัทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับต้นตอของมลพิษทางอากาศ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NEA ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง หลังตรวจพบข้อบ่งชี้ว่าไฟไหม้ในพื้นที่สัมปทานของบริษัทเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้หมอกควันลอยข้ามพรมแดนเข้าปกคลุมสิงคโปร์
สรุปข่าว
สิงคโปร์เดินหน้าเอาผิดบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มอีก 3 แห่ง หลังพบเบาะแสเกี่ยวข้องกับไฟป่าที่ก่อให้เกิดวิกฤต “หมอกควันข้ามพรมแดน” ส่งผลให้มีบริษัทถูกตรวจสอบรวม 10 แห่ง พร้อมขู่ใช้กฎหมายลงโทษขั้นเด็ดขาด หากพบความผิดจริงอาจถูกปรับสูงสุดวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ และมีเพดานค่าปรับรวมสูงถึง 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
วิกฤตหมอกควันจากไฟป่าอินโดนีเซียกำลังกลายเป็นประเด็นความขัดแย้งด้านสิ่งแวดล้อมระหว่างประเทศอีกครั้ง หลังรัฐบาลสิงคโปร์ยกระดับมาตรการทางกฎหมายกับบริษัทที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับต้นตอของมลพิษทางอากาศ โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมแห่งชาติสิงคโปร์ หรือ NEA ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัทในอินโดนีเซียเพิ่มเติมอีก 3 แห่ง หลังตรวจพบข้อบ่งชี้ว่าไฟไหม้ในพื้นที่สัมปทานของบริษัทเหล่านี้อาจเป็นส่วนหนึ่งของสาเหตุที่ทำให้หมอกควันลอยข้ามพรมแดนเข้าปกคลุมสิงคโปร์
การดำเนินการครั้งล่าสุดทำให้จำนวนบริษัทที่ถูกดำเนินมาตรการภายใต้กฎหมายว่าด้วยมลพิษหมอกควันข้ามพรมแดน หรือ Transboundary Haze Pollution Act (THPA) เพิ่มขึ้นเป็น 10 แห่ง โดยก่อนหน้านี้ทางการสิงคโปร์ได้ออกหนังสือแจ้งเตือนไปยังบริษัท 7 แห่งที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เกิดไฟไหม้บนเกาะสุมาตรา ขณะที่บริษัทอีก 3 แห่งล่าสุดตั้งอยู่ในพื้นที่กาลิมันตัน บนเกาะบอร์เนียว
ภายใต้หนังสือแจ้งเตือนดังกล่าว บริษัทที่เกี่ยวข้องจะต้องเร่งส่งเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมและดับไฟในพื้นที่รับผิดชอบ รวมถึงยุติกิจกรรมการเผาทั้งหมด ห้ามจุดไฟเผาครั้งใหม่ และจัดทำแผนปฏิบัติการส่งให้รัฐบาลสิงคโปร์ โดยต้องระบุอย่างชัดเจนถึงมาตรการดับไฟและแนวทางป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำ
เกรซ ฟู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อมของสิงคโปร์ เปิดเผยว่า บริษัททั้ง 7 แห่งที่ได้รับหนังสือแจ้งเตือนก่อนหน้านี้ยังไม่มีการติดต่อกลับมายังรัฐบาล ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด พร้อมยืนยันว่ารัฐบาลจะสอบสวนบริษัททุกรายที่มีหลักฐานบ่งชี้ว่าอาจมีส่วนรับผิดชอบต่อวิกฤตหมอกควัน และพร้อมใช้มาตรการเพิ่มเติมตามกฎหมายหากพบการกระทำผิด
ขณะเดียวกัน สิงคโปร์ยังเตรียมส่งมอบหลักฐานที่รวบรวมได้ให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสนับสนุนการสอบสวนและขยายผลหาผู้รับผิดชอบ โดย เค ชานมูกัม รัฐมนตรีอาวุโสของสิงคโปร์ ย้ำว่ารัฐบาลจะใช้เครื่องมือทั้งหมดที่มี ทั้งกฎหมาย กฎระเบียบ และมาตรการทางเศรษฐกิจ เพื่อจัดการกับบริษัทที่ต้องรับผิดชอบต่อปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนอย่างจริงจัง
สำหรับกฎหมาย THPA ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 2014 ถือเป็นเครื่องมือสำคัญที่เปิดทางให้สิงคโปร์ดำเนินคดีกับบริษัทที่ประกอบกิจกรรมในต่างประเทศ หากกิจกรรมเหล่านั้นเป็นสาเหตุหรือมีส่วนทำให้เกิดมลพิษหมอกควันในสิงคโปร์ โดยบริษัทที่ศาลตัดสินว่ามีความผิดอาจถูกปรับสูงสุดวันละ 100,000 ดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 2.5 ล้านบาท และมีเพดานค่าปรับรวมไม่เกิน 2 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หรือประมาณ 50 ล้านบาท ทั้งนี้ จำนวนเงินเมื่อแปลงเป็นเงินบาทขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน
อย่างไรก็ตาม การบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวยังเผชิญความท้าทาย เนื่องจากบริษัทที่ถูกตรวจสอบตั้งอยู่ในต่างประเทศ โดยย้อนกลับไปในวิกฤตหมอกควันครั้งใหญ่เมื่อปี 2015 สิงคโปร์เคยออกหนังสือแจ้งเตือนทางกฎหมายไปยังบริษัทอินโดนีเซีย 6 แห่ง แต่จนถึงปัจจุบัน การสอบสวนบริษัท 4 แห่งยังคงไม่สิ้นสุด
การยกระดับมาตรการครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า ปัญหาไฟป่าและหมอกควันไม่ได้จำกัดผลกระทบอยู่เพียงประเทศต้นทาง แต่สามารถกลายเป็นวิกฤตสิ่งแวดล้อมข้ามพรมแดนที่กระทบต่อสุขภาพประชาชน เศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ขณะเดียวกันยังเป็นบททดสอบสำคัญว่า กฎหมายจะสามารถนำตัวผู้ก่อมลพิษข้ามพรมแดนมารับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
