ไฟป่าอินโดฯ ไม่จบ! ควันพิษลามทั่วอาเซียน

วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียยังคงส่งผลกระทบข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ หลังควันจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านลอยเข้ามาสะสม ส่งผลให้คุณภาพอากาศเข้าสู่ระดับไม่ดีต่อสุขภาพ ขณะที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญสถานการณ์ไฟป่ายืดเยื้อมานานหลายเดือน จนสร้างผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนคน และลุกลามเป็นปัญหามลพิษทางอากาศระดับภูมิภาค
เมื่อวันพุธที่ 21 ต.ค. กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย โดยกลุ่มควันจำนวนมากยังคงลอยข้ามพรมแดนเข้าสู่พื้นที่ของมาเลเซีย ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงและคุณภาพอากาศเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง
สรุปข่าว
วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียยังคงส่งผลกระทบข้ามพรมแดนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดกรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของมาเลเซีย ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันหนาทึบ หลังควันจากไฟป่าในประเทศเพื่อนบ้านลอยเข้ามาสะสม ส่งผลให้คุณภาพอากาศเข้าสู่ระดับไม่ดีต่อสุขภาพ ขณะที่อินโดนีเซียกำลังเผชิญสถานการณ์ไฟป่ายืดเยื้อมานานหลายเดือน จนสร้างผลกระทบต่อประชาชนหลายแสนคน และลุกลามเป็นปัญหามลพิษทางอากาศระดับภูมิภาค
เมื่อวันพุธที่ 21 ต.ค. กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมืองหลวงของประเทศมาเลเซีย ถูกปกคลุมด้วยหมอกควันจากไฟป่าที่เกิดขึ้นในประเทศอินโดนีเซีย โดยกลุ่มควันจำนวนมากยังคงลอยข้ามพรมแดนเข้าสู่พื้นที่ของมาเลเซีย ส่งผลให้ทัศนวิสัยลดลงและคุณภาพอากาศเสื่อมโทรมอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก IQAir บริษัทตรวจวัดคุณภาพอากาศของสวิตเซอร์แลนด์ ระบุว่า เมื่อเวลา 06.00 น. ตามเวลามาตรฐานกรีนิช หรือ 13.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ของวันที่ 21 ตุลาคม ดัชนีคุณภาพอากาศ หรือ AQI ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ พุ่งขึ้นแตะระดับ 172 ซึ่งจัดอยู่ในเกณฑ์สีแดง หรือระดับไม่ดีต่อสุขภาพ (Unhealthy) สะท้อนถึงความเสี่ยงจากมลพิษทางอากาศที่อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นผลกระทบต่อเนื่องจากวิกฤตไฟป่าในอินโดนีเซีย ซึ่งเกิดขึ้นยืดเยื้อมานานหลายเดือน และสร้างความเสียหายด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างกว้างขวาง โดยมีรายงานว่าประชาชนหลายแสนคนได้รับผลกระทบด้านระบบทางเดินหายใจจากควันไฟป่า
ขณะเดียวกัน หมอกควันจากอินโดนีเซียไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะภายในประเทศเท่านั้น แต่ยังลอยข้ามพรมแดนไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งสิงคโปร์ มาเลเซีย และติมอร์-เลสเต จนทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เต็มไปด้วยมลพิษ ส่งผลให้อินโดนีเซียถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเกี่ยวกับสถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Nusantara Atlas องค์กรติดตามการตัดไม้ทำลายป่าและการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ป่า ระบุว่า ณ วันอังคารที่ 20 ตุลาคม มีการตรวจพบจุดความร้อนจากข้อมูลแผนที่ไฟป่าทั่วประเทศอินโดนีเซียมากถึง 1.15 ล้านจุด ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนขนาดของปัญหาไฟป่าและความท้าทายในการควบคุมสถานการณ์ที่กำลังส่งผลกระทบต่อหลายประเทศในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม จุดความร้อนที่ตรวจพบจากดาวเทียมไม่ได้หมายความว่าทุกจุดเป็นไฟป่าที่กำลังลุกไหม้อยู่ในเวลาเดียวกัน และจำเป็นต้องพิจารณาวิธีนับข้อมูลและช่วงเวลาที่ใช้ในการรวบรวมประกอบด้วย
วิกฤตไฟป่าอินโดนีเซียกำลังส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะมาเลเซียที่ล่าสุดกรุงกัวลาลัมเปอร์มีค่าดัชนีคุณภาพอากาศพุ่งแตะ 172 อยู่ในระดับไม่ดีต่อสุขภาพ ขณะที่ปัญหาไฟป่ายืดเยื้อในอินโดนีเซียยังสร้างผลกระทบด้านสุขภาพต่อประชาชนหลายแสนคน และทำให้ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนกลับมาเป็นประเด็นสำคัญที่หลายประเทศต้องเฝ้าระวังร่วมกัน
- จับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” ปี 69 หนาวช้า ปีหน้าเสี่ยงร้อนเดือด
- สิงคโปร์เอาผิด 3 บริษัทอินโดนีเซีย สร้างควันพิษข้ามพรมแดน
- สิงคโปร์เอาจริง! ไล่บี้ 10 บริษัทอินโดฯ ปมไฟป่าหมอกควันข้ามแดน จ่อปรับหนักวันละ 2.5 ล้านบาท
- “เอลนีโญ” ดันวิกฤต หมอกควันขั้นรุนแรง เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จมฝุ่น ผู้ป่วยทางเดินหายใจพุ่งไม่หยุด
- "ซูเบียนโต" อนุมัติรับความช่วยเหลือต่างชาติจัดการ "ไฟป่าอินโดนีเซีย"
