โลกต้องจับตา! เอลนีโญ 2026–2027 กระทบเด็ก 347 ล้านคนทั่วโลก

“เอลนีโญ” กำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ต่อโลก เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026–2027 มีแนวโน้มรุนแรงจนถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือปริมาณฝนเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นวิกฤตด้านอาหาร น้ำ สุขภาพ และการศึกษาของเด็กหลายร้อยล้านคนทั่วโลก
ข้อมูลจาก UNICEF ระบุว่า เด็กมากกว่า 347 ล้านคนในเกือบ 100 ประเทศและดินแดน อาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งหรือชื้นผิดปกติในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2026 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งรุนแรง น้ำท่วม และสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลก
ภูมิภาคที่มีเด็กได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ เอเชียและแปซิฟิกประมาณ 190 ล้านคน ตามด้วยแอฟริกาตะวันออกและตอนใต้ 41 ล้านคน ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 41 ล้านคน ยุโรปและเอเชียกลาง 22 ล้านคน ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ 20 ล้านคน และแอฟริกาตะวันตกและกลางอีก 20 ล้านคน
สรุปข่าว
“เอลนีโญ” กำลังส่งสัญญาณเตือนครั้งใหญ่ต่อโลก เมื่อปรากฏการณ์เอลนีโญในปี 2026–2027 มีแนวโน้มรุนแรงจนถูกจับตามองว่าอาจเป็นหนึ่งในเหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ และไม่ได้หมายถึงเพียงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือปริมาณฝนเท่านั้น แต่ยังอาจกลายเป็นวิกฤตด้านอาหาร น้ำ สุขภาพ และการศึกษาของเด็กหลายร้อยล้านคนทั่วโลก
ข้อมูลจาก UNICEF ระบุว่า เด็กมากกว่า 347 ล้านคนในเกือบ 100 ประเทศและดินแดน อาจต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แห้งหรือชื้นผิดปกติในช่วงเดือนตุลาคมถึงธันวาคม 2026 ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อภัยแล้งรุนแรง น้ำท่วม และสภาพอากาศสุดขั้วในหลายพื้นที่ของโลก
ภูมิภาคที่มีเด็กได้รับผลกระทบมากที่สุดคือ เอเชียและแปซิฟิกประมาณ 190 ล้านคน ตามด้วยแอฟริกาตะวันออกและตอนใต้ 41 ล้านคน ลาตินอเมริกาและแคริบเบียน 41 ล้านคน ยุโรปและเอเชียกลาง 22 ล้านคน ตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ 20 ล้านคน และแอฟริกาตะวันตกและกลางอีก 20 ล้านคน
ผลกระทบของเอลนีโญไม่ได้เกิดขึ้นในรูปแบบเดียวกันทุกพื้นที่ บางประเทศอาจเผชิญ ภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำ ขณะที่บางพื้นที่ต้องรับมือกับ ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และโรคที่มากับน้ำ เช่น เด็กในโคลอมเบีย ฟิจิ ปาปัวนิวกินี และฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเผชิญสภาพอากาศแห้งลง ซึ่งอาจกระทบต่อการเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ขณะที่บริเวณแอฟริกาตะวันออก โดยเฉพาะโซมาเลีย อาจเผชิญฝนมากกว่าปกติและความเสี่ยงน้ำท่วมเพิ่มขึ้น
สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่าคือ เด็กไม่ได้เผชิญเพียงภัยธรรมชาติโดยตรง แต่ยังอาจได้รับผลกระทบต่อเนื่องจากการพลัดถิ่น การขาดสารอาหาร การระบาดของโรค การปิดโรงเรียน รวมถึงความเสี่ยงต่อความรุนแรง การแสวงประโยชน์ และการแต่งงานในวัยเด็ก โดยในช่วงภัยแล้งบริเวณแอฟริกาตะวันออกเมื่อปี 2022 พบว่าการแต่งงานในเด็กเพิ่มขึ้นอย่างมากในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ
ปัจจุบันเด็กทั่วโลกประมาณ 1.1 พันล้านคน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของเด็กทั้งหมด ต้องเผชิญกับภัยจากสภาพภูมิอากาศอย่างน้อย 3 รูปแบบ เช่น ภัยแล้ง คลื่นความร้อน หรือน้ำท่วมอยู่แล้ว ขณะที่ภัยพิบัติจากสภาพอากาศระหว่างปี 2016–2023 ทำให้เกิดการพลัดถิ่นของเด็กเฉลี่ยมากกว่า 20,000 คนต่อวัน
ผลกระทบยังลามไปถึงการศึกษา โดยในปี 2025 เพียงปีเดียว เหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศทำให้การเรียนของนักเรียนทั่วโลกประมาณ 171 ล้านคนต้องหยุดชะงัก และตัวเลขดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหากเอลนีโญทำให้ภัยแล้งและน้ำทวีความรุนแรงมากขึ้น
UNICEF จึงเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานต่าง ๆ ลงมือก่อนเกิดภัยพิบัติ ไม่ใช่รอให้เกิดความเสียหายแล้วจึงเข้าไปช่วยเหลือ เพราะการลงทุนด้านการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทุก 1 ดอลลาร์สหรัฐ สามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูได้สูงถึง 15 ดอลลาร์ แต่ปัจจุบันงบประมาณด้านมนุษยธรรมทั่วโลกน้อยกว่า 1% ถูกใช้สำหรับการเตรียมรับมือภัยล่วงหน้า
- ยุโรปวิกฤต! ดานูบแล้งหนัก ปริมาณการไหลต่ำสุดใน 125 ปี
- โลกร้อนปลุก “มาลาเรีย” ภัยเงียบคร่าชีวิต กว่า 6 แสนคน!
- โลกร้อนไร้ทางหนี นักวิทย์ฯ ชี้กระทบทุกคน ไม่เลือกคนรวยหรือคนจน
- โลกร้อนจู่โจมสุขภาพผิว! พบผู้ป่วยโรคผิวหนังพุ่ง ประเทศยากจนรับผลกระทบหนัก
- จีนเตือนโลกจับตา! ซูเปอร์เอลนีโญ ปี 69 รุนแรงสุดในประวัติการณ์
ที่มาข้อมูล : news.un.org
ที่มารูปภาพ : Reuters
