โลกร้อนไร้ทางหนี นักวิทย์ฯ ชี้กระทบทุกคน ไม่เลือกคนรวยหรือคนจน

วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนไม่ใช่ปัญหาของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่วิกฤตนี้กำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในทั่วโลก แม้ว่าการพูดถึง “ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน” จะทำให้เห็นภาพของกลุ่มคนเปราะบาง เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และพายุรุนแรง เนื่องจากกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อยนั้นมีความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้มีรายได้สูง และมีทรัพยากรมาพอในการปกป้องตัวเอง
ข้อมูลจาก IPCC ระบุว่า กลุ่มคนเปราะบาง และเกษตรกร มักจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า ทั้งเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง สุขภาพ ความมั่นคงด้านอาหาร บ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหาย และการสูญเสียรายได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะโลกร้อนไม่ได้สร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่ยังขยายความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจและสังคมได้อีกด้วย
สรุปข่าว
วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนไม่ใช่ปัญหาของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น แต่วิกฤตนี้กำลังกลายเป็นความเสี่ยงที่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตของผู้คนในทั่วโลก แม้ว่าการพูดถึง “ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน” จะทำให้เห็นภาพของกลุ่มคนเปราะบาง เกษตรกร ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งน้ำท่วม ภัยแล้ง คลื่นความร้อน และพายุรุนแรง เนื่องจากกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อยนั้นมีความสามารถในการรับมือกับภัยพิบัติได้น้อยกว่า เมื่อเทียบกับกลุ่มผู้มีรายได้สูง และมีทรัพยากรมาพอในการปกป้องตัวเอง
ข้อมูลจาก IPCC ระบุว่า กลุ่มคนเปราะบาง และเกษตรกร มักจะได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศมากกว่า ทั้งเรื่องของผลผลิตทางการเกษตรที่ลดลง สุขภาพ ความมั่นคงด้านอาหาร บ้านเรือนที่อยู่อาศัยเสียหาย และการสูญเสียรายได้ ซึ่งบ่งชี้ว่าภาวะโลกร้อนไม่ได้สร้างปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมและสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลงไปเท่านั้น แต่ยังขยายความเหลื่อมล้ำด้านเศรษฐกิจและสังคมได้อีกด้วย
แต่ในขณะเดียวกัน กลุ่มคนที่มีฐานะร่ำรวยก็ไม่ได้หมายความว่าจะหนีผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือ เหตุการณ์ไฟป่าในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐอเมริกา ที่ทำให้คนร่ำรวยหรือมหาเศรษฐีบางรายยังต้องอพยพออกจากบ้าน เนื่องจากควันไฟที่ปกคลุมพื้นที่อย่างรุนแรง แม้ว่าเงินจะสามารถช่วยให้ย้ายบ้าน ซื้อเครื่องฟอกอากาศ หรือเข้าถึงบริการต่างๆ เพื่อความสะดวกสบายได้ แต่ก็ไม่สามารถหยุดไฟป่าที่กำลังโหมไหม้อยู่ได้
แม้ว่าคนที่มีรายได้สูงจะมีทางเลือกมากกว่า สามรถย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า และปรับปรุงบ้านให้สามารถรับมือกับคลื่นความร้อน ไฟป่า หรือน้ำท่วมได้ และสามารถหยุดงานเมื่อเกิดสภาพอากาศอันตรายได้ แต่ในขณะเดียวกันผู้มีรายได้น้อยอาจไม่มีทางเลือกเหล่านี้ในชีวิต บางคนยังต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดเพื่อแลกกับรายได้ในแต่ละวัน หรือต้องอาศัยอยู่ในบ้านที่มีการระบายอากาศไม่ดี เพิ่มความเสี่ยงด้านสุขภาพ
ความแตกต่างดังกล่าวจึงไม่ได้อยู่ที่ “ภาวะโลกร้อน” ส่งผลกระทบใคร แต่อยู่ที่ใครสามารถปกป้องตัวเองจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนที่รุนแรงมากขึ้นได้มากกว่า นี่จึงเป็นเหตุผลที่นักวิทยาศาสตร์มองว่า การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้น ความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ทั้งคลื่นความร้อน ภัยแล้ง ไฟป่า น้ำท่วม พายุรุนแรง และสภาพอากาศสุดขั้วก็จะเพิ่มแรงกดดันต่อเศรษฐกิจและสังคมได้
แม้ว่าเงินจะทำให้กลุ่มคนรายได้สูงมีเกราะป้องกันที่หนากว่า แต่การรับมือก็มีขีดจำกัดเพราะไม่สามารถทำให้ใครหนีจากผลกระทบของวิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนได้เลยแม้แต่คนเดียว
- โลกร้อนจู่โจมสุขภาพผิว! พบผู้ป่วยโรคผิวหนังพุ่ง ประเทศยากจนรับผลกระทบหนัก
- จีนเตือนโลกจับตา! ซูเปอร์เอลนีโญ ปี 69 รุนแรงสุดในประวัติการณ์
- อากาศสุดขั้วเขย่าไทย! น้ำท่วม-แล้งถล่มซ้ำ หากไร้มาตรการรับมือ
- เตือน 3 จังหวัด ภาคตะวันออก เสี่ยงฝนตกหนักตลอดคืนถึงเช้า!
- โลกเดือดลามทุกมิติ! อาหาร-พลังงาน-เศรษฐกิจสั่นคลอน
ที่มาข้อมูล : The Cool Down
ที่มารูปภาพ : Reuters
