จีนเตือนโลกจับตา! ซูเปอร์เอลนีโญ ปี 69 รุนแรงสุดในประวัติการณ์

Share on Line Share on Facebook Share on X
จีนเตือนโลกจับตา!  ซูเปอร์เอลนีโญ ปี 69 รุนแรงสุดในประวัติการณ์

“จีน” เตือนโลกจับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” หลังอุณหภูมิผิวน้ำทะเลแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน หากเป็นไปตามการคาดการณ์ อาจทำให้เอลนีโญครั้งนี้มีความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล

 

สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า โลกอาจเผชิญปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มีความรุนแรงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังพบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออก เริ่มเข้าสู่ภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3.2–3.5 องศาเซลเซียสในเดือนพฤศจิกายน


สรุปข่าว

จีนเตือนโลกอาจเผชิญ “ซูเปอร์เอลนีโญ” รุนแรงที่สุดเป็นประวัติการณ์ หลังอุณหภูมิทะเลแปซิฟิกเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง คาดอุณหภูมิผิวน้ำทะเลอาจพุ่งแตะ 3.2–3.5 องศาเซลเซียสในเดือนพฤศจิกายน และส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก “เอลนีโญ” อาจทำให้บางพื้นที่เผชิญภัยแล้ง ขณะที่บางพื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักและน้ำท่วม ต่อเนื่องถึงปีหน้า

“จีน” เตือนโลกจับตา “ซูเปอร์เอลนีโญ” หลังอุณหภูมิผิวน้ำทะเลแปซิฟิกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และมีแนวโน้มแตะระดับสูงสุดในเดือนพฤศจิกายน หากเป็นไปตามการคาดการณ์ อาจทำให้เอลนีโญครั้งนี้มีความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล

 

สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของจีนคาดการณ์ว่า โลกอาจเผชิญปรากฏการณ์ “ซูเปอร์เอลนีโญ” ที่มีความรุนแรงสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังพบว่าอุณหภูมิผิวน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกบริเวณเส้นศูนย์สูตรเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

 

บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออก เริ่มเข้าสู่ภาวะเอลนีโญตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยดัชนีอุณหภูมิผิวน้ำทะเลปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 3.2–3.5 องศาเซลเซียสในเดือนพฤศจิกายน


หากแนวโน้มดังกล่าวเป็นไปตามการคาดการณ์ จะทำให้เอลนีโญครั้งนี้มีความรุนแรงมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกข้อมูล สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิในมหาสมุทรแปซิฟิกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว


ปรากฏการณ์เอลนีโญยังส่งผลต่อฤดูน้ำหลากของจีนในปีนี้ และคาดว่าจะยังคงมีอิทธิพลต่อสภาพอากาศทั้งในจีนและภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลกตลอดช่วงฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว รวมถึงอาจต่อเนื่องไปถึงฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนในปีหน้า

 

โดยทั่วไป เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นระยะประมาณ 2–7 ปี เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณตอนกลางและตะวันออกของมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าค่าปกติ และสามารถส่งผลให้รูปแบบสภาพอากาศในหลายภูมิภาคเปลี่ยนแปลงไป

 

เมื่อเกิดเอลนีโญ อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การกระจายตัวของฝนอาจเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย บางพื้นที่อาจเผชิญภาวะแห้งแล้งและอุณหภูมิสูงขึ้น ขณะที่บางพื้นที่อาจมีฝนตกหนักและเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วม

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : NASA