ญี่ปุ่นยังจับตาอิทธิพลของ "ไต้ฝุ่นซูรีแค" เคลื่อนตัวใกล้จังหวัดโอกินาวะ

ญี่ปุ่นยังจับตาอิทธิพลของไต้ฝุ่นซูรีแคที่ล่าสุดเคลื่อนตัวใกล้จังหวัดโอกินาวะ ขณะทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) แถลงเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (26) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ไต้ฝุ่นซูรีแค (Surigae) หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 26 ของปี ล่าสุดเคลื่อนตัวอยู่บริเวณตอนใต้ของจังหวัดโอกินาวะ และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมกระโชกสูงสุด 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดการณ์ว่า พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนืออย่างต่อเนื่องพร้อมกับทวีความรุนแรงขึ้น และจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะหลักของจังหวัดโอกินาวะในช่วงวันอังคารที่จะถึงนี้ (29)
ทางการจึงย้ำเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นลมแรงและน้ำท่วมสูงตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ไปถึงวันอังคาร
นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนถึงพื้นที่อื่นๆ ว่าอาจมีความเสี่ยงเจอลมแรงจัด, ฝนถล่มและคลื่นหนุนซัดเข้าหาฝั่งด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางไหน จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ารอจนกว่าลมเริ่มพัดแรง เพราะอาจจะอพยพไม่ทัน
สำหรับไต้ฝุ่นซูรีแค นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 11 ที่คุกคามคุกคามญี่ปุ่น ทำให้ฤดูพายุหรือฤดูไต้ฝุ่นในญี่ปุ่นปีนี้คึกคักที่สุดนับแต่ปี 1966 ซึ่งญี่ปุ่นเคยเผชิญพายุหมุนเขตร้อนรวม 10 ลูก ขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีต ญี่ปุ่นมักเผชิญกับพายุราว 9 ลูกในช่วงเวลาเดียวกัน จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น
ขณะที่ความเสียหายจากไต้ฝุ่นตู้เจวียน ที่เพิ่งพัดถล่มพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ล่าสุดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม-ดินถล่มจากอิทธิพลพายุดังกล่าวยังอยู่ที่ 12 ราย ขณะยังมีผู้สูญหายที่ทางการยังเดินหน้าเร่งค้นหาอีก 3 ราย
สรุปข่าว
ญี่ปุ่นยังจับตาอิทธิพลของไต้ฝุ่นซูรีแคที่ล่าสุดเคลื่อนตัวใกล้จังหวัดโอกินาวะ ขณะทวีกำลังแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) แถลงเมื่อช่วงเที่ยงวันนี้ (26) ตามเวลาท้องถิ่นว่า ไต้ฝุ่นซูรีแค (Surigae) หรือไต้ฝุ่นหมายเลข 26 ของปี ล่าสุดเคลื่อนตัวอยู่บริเวณตอนใต้ของจังหวัดโอกินาวะ และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือด้วยความเร็ว 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีความเร็วลมกระโชกสูงสุด 126 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
คาดการณ์ว่า พายุลูกนี้จะเคลื่อนตัวขึ้นไปทางทิศเหนืออย่างต่อเนื่องพร้อมกับทวีความรุนแรงขึ้น และจะเคลื่อนเข้าใกล้เกาะหลักของจังหวัดโอกินาวะในช่วงวันอังคารที่จะถึงนี้ (29)
ทางการจึงย้ำเตือนให้ประชาชนในพื้นที่เตรียมพร้อมรับมือกับคลื่นลมแรงและน้ำท่วมสูงตั้งแต่ช่วงวันอาทิตย์ไปถึงวันอังคาร
นอกจากนี้ ยังมีคำเตือนถึงพื้นที่อื่นๆ ว่าอาจมีความเสี่ยงเจอลมแรงจัด, ฝนถล่มและคลื่นหนุนซัดเข้าหาฝั่งด้วยเช่นกัน ขึ้นอยู่กับว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางไหน จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อเตรียมพร้อมรับมือไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ อย่ารอจนกว่าลมเริ่มพัดแรง เพราะอาจจะอพยพไม่ทัน
สำหรับไต้ฝุ่นซูรีแค นับเป็นพายุหมุนเขตร้อนลูกที่ 11 ที่คุกคามคุกคามญี่ปุ่น ทำให้ฤดูพายุหรือฤดูไต้ฝุ่นในญี่ปุ่นปีนี้คึกคักที่สุดนับแต่ปี 1966 ซึ่งญี่ปุ่นเคยเผชิญพายุหมุนเขตร้อนรวม 10 ลูก ขณะที่ค่าเฉลี่ยในอดีต ญี่ปุ่นมักเผชิญกับพายุราว 9 ลูกในช่วงเวลาเดียวกัน จากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น
ขณะที่ความเสียหายจากไต้ฝุ่นตู้เจวียน ที่เพิ่งพัดถล่มพื้นที่ทางตะวันออกของญี่ปุ่นเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ ล่าสุดตัวเลขผู้เสียชีวิตจากเหตุน้ำท่วม-ดินถล่มจากอิทธิพลพายุดังกล่าวยังอยู่ที่ 12 ราย ขณะยังมีผู้สูญหายที่ทางการยังเดินหน้าเร่งค้นหาอีก 3 ราย
ส่วนที่เม็กซิโก มีรายงานว่า เฮอริเคนโปโล (Polo) ทวีความรุนแรงกลับมาเป็นเฮอริเคนระดับ 5 ซึ่งเป็นระดับความรุนแรงทำลายล้างสูงสุด ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักทั่วชายฝั่งแปซิฟิกของเม็กซิโกขณะพัดถล่มชายฝั่งทางตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนหน้าไปยังคาบสมุทร "บาฮา แคลิฟอร์เนีย"
ศูนย์พายุเฮอริเคนระบุว่า พายุโปโลทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงข้ามคืนจนถึงเช้าวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น และทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของชายฝั่งแปซิฟิกของเม็กซิโก แม้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายหรือน้ำท่วมใหญ่ตามแนวชายฝั่งในช่วงข้ามคืน
อย่างไรก็ตามในช่วงเที่ยงวันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งช้ากว่าไทย 13 ชั่วโมง มีรายงานว่า เฮอริเคนลูกนี้เตรียมวกกลับและพัดถล่มเม็กซิโกอีกระลอกช่วงระหว่างวันจันทร์ถึงวันอังคารนี้// ด้วยความเร็วลมคาดการณ์ที่เกือบ 290 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (180 ไมล์ต่อชั่วโมง)
ส่งผลให้ทางการเม็กซิโกประกาศปิดท่าเรือในพื้นที่เสี่ยง, ให้โรงเรียนงดการเรียนการสอนชั่วคราว พร้อมเตรียมศูนย์พักพิงเพื่อรองรับประชาชนที่ต้องอพยพออกจากพื้นที่เสี่ยง// รวมทั้งได้ส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย 15,000 นายลงพื้นที่ประจำการตามแนวชายฝั่ง// ขณะที่ชาวบ้านพากันนำกระสอบทรายมาวางเสริมความแข็งแรงให้กับร้านค้าริมชายหาดก่อนอพยพออกจากพื้นที่
พร้อมมีคำเตือนด้วยว่า แม้ตัวพายุหลักจะไม่เคลื่อนที่เข้าสหรัฐฯ โดยตรง แต่กลุ่มก้อนความชื้นมหึมาของพายุจะแผ่ขึ้นเหนือ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในกลุ่มรัฐทางตะวันตกเฉียงใต้และตอนกลางของสหรัฐฯ ในสัปดาห์หน้า โดยเฉพาะรัฐแอริโซนา, นิวเม็กซิโก, โคโลราโด, เท็กซัส และโอคลาโฮมา
ส่วนที่รัฐฮาวาย สหรัฐฯ ประชาชนบนเกาะบิ๊กไอแลนด์ (Big Island) หรือเกาะใหญ่ ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐ เร่งเตรียมความพร้อมรับมือเฮอริเคนโนโล (Nolo) ที่กำลังทวีความรุนแรงขณะเคลื่อนตัวเข้าใกล้ทางตอนใต้ของฮาวายอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางคำเตือนว่า เฮอริเคนลูกนี้อาจทำให้มีฝนถล่มและคลื่นลมแรงจัดจนทำให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตตามมา
ล่าสุดมีรายงานว่า ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางพายุเพิ่มขึ้นเป็นกว่า 168 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเมื่อวันศุกร์ ถือเป็นเฮอริเคนความรุนแรงระดับ 2 ที่ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 154–177 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่มีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นอีก // ขณะที่ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างจากจุดใต้สุดของเกาะฮาวายไปทางทิศใต้ประมาณ 297 กิโลเมตร
เจ้าหน้าที่พยากรณ์อากาศเตือนว่าพื้นที่บางส่วนของเกาะบิ๊กไอแลนด์อาจมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงถึง 381 มิลลิเมตร (15 นิ้ว) และมีความเป็นไปได้ที่ปริมาณน้ำฝนอาจสูงถึง 635 มิลลิเมตร (25 นิ้ว) ซึ่งถือว่าลดลงจากการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่ประเมินไว้สูงถึง 35 นิ้ว
ขณะเดียวกันยังมีคำเตือนเกี่ยวกับอิทธิพลของพายุโนร์อีสเตอร์ (Nor'Easter) ที่กำลังส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลของกลุ่มรัฐทางตะวันออกเฉียงเหนือและตอนกลางของสหรัฐฯ อย่างรุนแรง// ทำให้รัฐเวอร์จิเนีย, แมริแลนด์, เดลาแวร์, นิวเจอร์ซีย์, นิวยอร์ก, คอนเนตทิคัต, โรดไอส์แลนด์, แมสซาชูเซตส์ และเมน เสี่ยงเผชิญกระแสลมแรงจัดและคลื่นลมขนาดใหญ่ซัดเข้าหาฝั่ง รวมทั้งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดน้ำท่วมชายฝั่งเนื่องจากจะมีปรากฏการณ์น้ำหนุนสูงสุด (King Tides) เข้ามาซ้ำเติมให้น้ำทะเลหนุนสูงกว่าปกติ
- ภาคกลาง-ตะวันออก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน 26-27 ก.ย. นี้
- กทม.ฝนจะเริ่มซาเย็นนี้! “ชัชชาติ” มั่นใจ 2-3 วันคลี่คลาย สั่ง WFH วันจันทร์ ลดการเดินทาง
- สถานทูตสหรัฐฯ เตือนประชาชนในไทยงดเดินทาง เหตุน้ำท่วมหนัก
- นายกฯ เผยกำลังรีบกลับไทย ให้กำลังใจผู้ประสบภัยน้ำท่วม
- รัฐบาลสั่งจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังน้ำท่วม 24 ชม. แจ้งเตือนประชาชนทันทีเมื่อพบความเสี่ยง
