มหาสมุทรเดือดไม่หยุด “เอลนีโญ” ซ้ำเติมโลกเดือด

“มหาสมุทร” ทั่วโลกกำลังเผชิญความร้อนผิดปกติยาวนานเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังเข้ามาเสริมความร้อน แต่ต้นเหตุสำคัญยังคงมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้โลกและมหาสมุทรร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Climate Reanalyzer ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2026 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกในพื้นที่นอกเขตขั้วโลกอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของทุกปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าช่วงอุณหภูมิสูงสุดต่อเนื่องจะครบ 100 วันในช่วงวันที่ 10 กันยายน และยังมีแนวโน้มยาวนานต่อไป
เมื่อวันที่ 9 กันยายน อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกในพื้นที่นอกขั้วโลกอยู่ที่ประมาณ 21.17 องศาเซลเซียส สูงกว่าวันเดียวกันในปี 2015 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยขณะนั้นอุณหภูมิอยู่ที่ 20.73 องศาเซลเซียส และปัจจุบันอุณหภูมิมหาสมุทรสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 1982–2010 ราว 0.95 องศาเซลเซียส
สรุปข่าว
“มหาสมุทร” ทั่วโลกกำลังเผชิญความร้อนผิดปกติยาวนานเป็นประวัติการณ์ โดยอุณหภูมิผิวน้ำทะเลทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า แม้ปรากฏการณ์เอลนีโญกำลังเข้ามาเสริมความร้อน แต่ต้นเหตุสำคัญยังคงมาจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ทำให้โลกและมหาสมุทรร้อนขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลจาก Climate Reanalyzer ระบุว่า ตั้งแต่วันที่ 3 มิถุนายน 2026 อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกในพื้นที่นอกเขตขั้วโลกอยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของทุกปีที่ผ่านมา โดยคาดว่าช่วงอุณหภูมิสูงสุดต่อเนื่องจะครบ 100 วันในช่วงวันที่ 10 กันยายน และยังมีแนวโน้มยาวนานต่อไป
เมื่อวันที่ 9 กันยายน อุณหภูมิผิวน้ำทะเลทั่วโลกในพื้นที่นอกขั้วโลกอยู่ที่ประมาณ 21.17 องศาเซลเซียส สูงกว่าวันเดียวกันในปี 2015 ซึ่งเป็นปีที่เกิดเอลนีโญรุนแรงที่สุดครั้งหนึ่ง โดยขณะนั้นอุณหภูมิอยู่ที่ 20.73 องศาเซลเซียส และปัจจุบันอุณหภูมิมหาสมุทรสูงกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 1982–2010 ราว 0.95 องศาเซลเซียส
นักวิทยาศาสตร์ชี้ว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงจำนวนวันที่ทำสถิติ แต่คือการที่มหาสมุทรยังคงร้อนผิดปกติเป็นเวลานาน ขณะที่เอลนีโญกำลังเติมความร้อนให้กับมหาสมุทรที่ร้อนอยู่แล้วจากภาวะโลกร้อน โดยในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา มหาสมุทรมีอัตราการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิสูงกว่าช่วง 40 ปีก่อนหน้ามากกว่า 2 เท่า
มหาสมุทรมีบทบาทสำคัญในการช่วยควบคุมอุณหภูมิและสภาพอากาศของโลก โดยดูดซับความร้อนส่วนเกินจากระบบภูมิอากาศของโลกประมาณ 93% รวมทั้งดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมาก แต่การที่มหาสมุทรร้อนขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงความสามารถในการดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ที่ลดลง กำลังสร้างแรงกดดันต่อกลไกธรรมชาติที่ช่วยชะลอภาวะโลกร้อน
ความร้อนในมหาสมุทรยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศทางทะเล โดยคลื่นความร้อนในทะเลมีความรุนแรงมากกว่ายุคก่อนอุตสาหกรรมราว 10 เท่า และเกิดขึ้นยาวนานขึ้นประมาณ 3 เท่า เหตุการณ์ความร้อนรุนแรงในช่วงปี 2023–2024 ทำให้เกิดปะการังฟอกขาว การตายจำนวนมากของปลาและสัตว์น้ำ การเกิดสาหร่ายพิษ รวมถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเลเกยตื้น และยังมีส่วนทำให้พายุหมุน ฝนตกหนัก และคลื่นความร้อนบนแผ่นดินทวีความรุนแรงขึ้น
ผลกระทบยังลุกลามถึงภาคประมงและความมั่นคงทางอาหาร โดยปี 2026 ปริมาณปลาซาร์ดีนที่ขึ้นฝั่งในโมร็อกโกลดลง 46% ขณะที่ภาคประมงของเปรูลดลง 73% เมื่อเทียบกับปีก่อน และปริมาณปลากะตักที่จับได้ลดลงจาก 1.9 ล้านตัน เหลือประมาณ 500,000 ตัน
นักวิทยาศาสตร์จึงเรียกร้องให้เร่งลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก โดยมองว่ามหาสมุทรไม่ควรถูกมองเพียงว่าเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากโลกร้อน แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของทางออกได้ ผ่านการลดการปล่อยก๊าซจากภาคการเดินเรือและการขยายการใช้พลังงานหมุนเวียนนอกชายฝั่ง ซึ่งหากนำเทคโนโลยีที่มีอยู่มาใช้ในวงกว้าง อาจช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง 35% ภายในปี 2050
มหาสมุทรทั่วโลกทำสถิติร้อนต่อเนื่องนานกว่า 3 เดือน โดยเอลนีโญกำลังซ้ำเติมความร้อนที่สะสมจากภาวะโลกร้อนในระยะยาว ความร้อนในทะเลกำลังกระทบระบบนิเวศ ปะการัง ประมง และยังเพิ่มความรุนแรงของสภาพอากาศสุดขั้วบนบก นักวิทยาศาสตร์ย้ำว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างรวดเร็วคือหัวใจสำคัญในการหยุดวงจรความร้อนของมหาสมุทร
- ดร.เสรีเตือน “ไทยร้อนขึ้น” แถมเจอ “ฝนสุดขั้ว” น้ำทะเลสูง จ่อวิกฤตเมืองหลวงจมน้ำ
- เตือน “เอลนีโญ” แรง เขย่าตะกร้าอาหารโลก 5 สินค้าจ่อราคาพุ่ง
- “หิมาลัย” ใกล้ถึงจุดเปลี่ยน! ธารน้ำแข็งละลาย สะเทือนผู้คนนับล้านทั่วเอเชีย
- คาด “เอลนีโญ” ยาวถึง 2027 ดันคนหิวโหยพุ่งอีก 49 ล้านคน
- โลกร้อนเปลี่ยนเกมฟุตบอล ยิ่งร้อนนักเตะยิ่งผ่อนแรง
ที่มาข้อมูล : tanahair.net
ที่มารูปภาพ : Reuters
