เตือน “เอลนีโญ” แรง เขย่าตะกร้าอาหารโลก 5 สินค้าจ่อราคาพุ่ง

เอลนีโญอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องอากาศ แต่กำลังส่งแรงกระเพื่อมถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน เพราะเมื่อเอลนีโญทำให้บางพื้นที่เผชิญฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และอากาศร้อน ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนตกหนัก ผลผลิตทางการเกษตรในแหล่งผลิตสำคัญจึงมีความเสี่ยงลดลง และผลกระทบอาจส่งต่อไปยังตลาดอาหารและราคาสินค้าทั่วโลกในอีกหลายเดือนข้างหน้า
เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบการไหลเวียนของบรรยากาศเปลี่ยนแปลง และทำให้บางพื้นที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ขณะที่บางพื้นที่เผชิญฝนตกมากขึ้น
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ระบุเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า เอลนีโญเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว และมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ผลกระทบสำคัญอยู่ที่ภาคเกษตรกรรม เพราะพืชอาหารจำนวนมากมีแหล่งผลิตกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ เมื่อผลผลิตลดลงหรือประเทศผู้ผลิตจำกัดการส่งออก ผลกระทบก็สามารถส่งต่อไปยังราคาสินค้าในตลาดโลกได้
สรุปข่าว
เอลนีโญอาจไม่ได้หยุดอยู่แค่เรื่องอากาศ แต่กำลังส่งแรงกระเพื่อมถึงราคาสินค้าในชีวิตประจำวัน เพราะเมื่อเอลนีโญทำให้บางพื้นที่เผชิญฝนทิ้งช่วง ภัยแล้ง และอากาศร้อน ขณะที่บางพื้นที่กลับมีฝนตกหนัก ผลผลิตทางการเกษตรในแหล่งผลิตสำคัญจึงมีความเสี่ยงลดลง และผลกระทบอาจส่งต่อไปยังตลาดอาหารและราคาสินค้าทั่วโลกในอีกหลายเดือนข้างหน้า
เอลนีโญเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดจากอุณหภูมิผิวน้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงกว่าปกติ ส่งผลให้รูปแบบการไหลเวียนของบรรยากาศเปลี่ยนแปลง และทำให้บางพื้นที่มีสภาพอากาศแห้งแล้ง ขณะที่บางพื้นที่เผชิญฝนตกมากขึ้น
องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO ระบุเมื่อวันที่ 3 กันยายนว่า เอลนีโญเกิดขึ้นอย่างชัดเจนแล้ว และมีโอกาสเกือบ 100% ที่จะดำเนินต่อไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2027 ผลกระทบสำคัญอยู่ที่ภาคเกษตรกรรม เพราะพืชอาหารจำนวนมากมีแหล่งผลิตกระจุกตัวอยู่ในพื้นที่ที่อ่อนไหวต่อสภาพอากาศ เมื่อผลผลิตลดลงหรือประเทศผู้ผลิตจำกัดการส่งออก ผลกระทบก็สามารถส่งต่อไปยังราคาสินค้าในตลาดโลกได้
อย่างไรก็ตาม เอลนีโญไม่ได้หมายความว่าสินค้าทุกชนิดจะมีราคาแพงขึ้นเสมอไป เพราะผลกระทบแตกต่างกันไปตามชนิดพืชและพื้นที่เพาะปลูก แต่ในเวลานี้แรงกดดันจากเอลนีโญ สภาพอากาศสุดขั้ว รวมถึงปัญหาการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ กำลังเพิ่มความเสี่ยงต่อตลาดอาหารโลก โดยดัชนีราคาอาหารของ FAO เดือนสิงหาคมอยู่ที่ 133.3 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2022
ข้าว
เป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผลผลิตส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอาจเผชิญฝนน้อยลงจากเอลนีโญ อินเดียเป็นผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่ของโลก และในช่วงเอลนีโญปี 2023 เคยจำกัดการส่งออกข้าวหลายประเภท ขณะที่ธนาคารโลกประเมินว่า เอลนีโญที่รุนแรงอาจทำให้ผลผลิตข้าวในบางภูมิภาคลดลง 20–50%
น้ำตาล
ก็มีความเสี่ยง เพราะอ้อยต้องอาศัยน้ำในปริมาณเพียงพอ หากเกิดอากาศร้อนและแห้งแล้งต่อเนื่องในพื้นที่ผลิตสำคัญ อาจทำให้ผลผลิตลดลงและดันราคาน้ำตาลสูงขึ้น ซึ่งท้ายที่สุดอาจสะท้อนถึงราคาสินค้าแปรรูปต่าง ๆ
น้ำมันปาล์ม
เป็นอีกสินค้าที่ถูกจับตา โดยอินโดนีเซียและมาเลเซียผลิตน้ำมันปาล์มรวมกันราว 85% ของโลก ภาวะฝนทิ้งช่วงและอุณหภูมิสูงจากเอลนีโญอาจทำให้ผลผลิตลดลง และเนื่องจากน้ำมันปาล์มถูกใช้เป็นวัตถุดิบอย่างกว้างขวาง ผลกระทบจึงอาจขยายไปยังตลาดน้ำมันพืชโดยรวม
โกโก้
ซึ่งมีแหล่งผลิตสำคัญในแอฟริกาตะวันตกก็มีความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของฝนและอุณหภูมิ โดยเฉพาะไอวอรีโคสต์และกานา ขณะที่ต้นโกโก้จำนวนมากในภูมิภาคนี้มีอายุมาก ทำให้รับมือกับความร้อนและภัยแล้งได้ยากขึ้น
กาแฟ
พื้นที่ปลูกสำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และลาตินอเมริกาอาจเผชิญทั้งความร้อน ภัยแล้ง หรือฝนมากเกินไปในช่วงเอลนีโญ โดยเวียดนามซึ่งเป็นผู้ผลิตกาแฟรายใหญ่อันดับสองของโลก มีสัดส่วนราว 17% ของผลผลิตกาแฟโลก และถูกเตือนว่าสภาพอากาศที่ร้อนและแห้งอาจกระทบผลผลิต
เอลนีโญจึงอาจเดินทางจากมหาสมุทรแปซิฟิกมาถึง “ตะกร้าสินค้า” ของผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านภัยแล้ง ความร้อน และฝนที่เปลี่ยนแปลง ซึ่งกระทบผลผลิตในพื้นที่เกษตรสำคัญ สรุปแล้วข้าว น้ำตาล น้ำมันปาล์ม โกโก้ และกาแฟ เป็น 5 สินค้าที่มีความเสี่ยงถูกกระทบมากเป็นพิเศษ และหากเอลนีโญรุนแรงขึ้นพร้อมกับปัญหาสภาพอากาศและการค้า ก็อาจเพิ่มแรงกดดันต่อราคาอาหารทั่วโลกได้
