คาด “เอลนีโญ” ยาวถึง 2027 ดันคนหิวโหยพุ่งอีก 49 ล้านคน
โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีกำลังแรงขึ้น ทำให้วิกฤตความมั่นคงทางอาหารรุนแรงยิ่งขึ้น โดยคาดว่าผลกระทบจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 จากภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและการดำรงชีวิตของประชาชน มีการคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2027 จะมีประชาชนอีกอย่างน้อย 49 ล้านคน ต้องเผชิญภาวะหิวโหยขั้นรุนแรง ส่งผลให้จำนวนผู้ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารหรือคนที่อดอยากใน 45 ประเทศที่มีความเปราะบาง เพิ่มขึ้นจากประมาณ 225 ล้านคน เป็น 274 ล้านคน
สรุปข่าว
โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ (WFP) เตือนว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญที่กำลังทวีกำลังแรงขึ้น ทำให้วิกฤตความมั่นคงทางอาหารรุนแรงยิ่งขึ้น โดยคาดว่าผลกระทบจะยืดเยื้อไปจนถึงปี 2027 จากภัยแล้ง น้ำท่วม และอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเพาะปลูกและการดำรงชีวิตของประชาชน มีการคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2027 จะมีประชาชนอีกอย่างน้อย 49 ล้านคน ต้องเผชิญภาวะหิวโหยขั้นรุนแรง ส่งผลให้จำนวนผู้ประสบปัญหาความไม่มั่นคงทางอาหารหรือคนที่อดอยากใน 45 ประเทศที่มีความเปราะบาง เพิ่มขึ้นจากประมาณ 225 ล้านคน เป็น 274 ล้านคน
โครงการอาหารโลกแห่งสหประชาชาติ รายงานว่า สภาพอากาศสุดขั้วที่เกิดจากเอลนีโญ ไม่ว่าจะเป็นภัยแล้ง น้ำท่วม และคลื่นความร้อน จะสร้างความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร แหล่งรายได้ และวิถีชีวิตของประชาชน โดยพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ อเมริกากลาง และ แอฟริกาตอนใต้ ขณะที่ แอฟริกาตะวันออก และบางพื้นที่ใน เอเชีย ก็มีแนวโน้มได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
นอกจากนี้ WFP ยังระบุด้วยว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญมีแนวโน้มรุนแรงที่สุดในช่วง เดือนกันยายน–ธันวาคม 2026 แต่ผลกระทบอาจยืดเยื้อไปตลอดปี 2027 เนื่องจากส่งผลต่อฤดูกาลเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวในหลายภูมิภาค
เอลนีโญจึงไม่ใช่เพียงภัยจากสภาพอากาศ แต่กำลังซ้ำเติมวิกฤตความมั่นคงทางอาหารของโลก และอาจผลักดันให้ผู้คนอีกหลายสิบล้านคนต้องเผชิญภาวะหิวโหยไปจนถึงปี 2027
