“หิมาลัย” ใกล้ถึงจุดเปลี่ยน! ธารน้ำแข็งละลาย สะเทือนผู้คนนับล้านทั่วเอเชีย

Share on Line Share on Facebook Share on X
“หิมาลัย” ใกล้ถึงจุดเปลี่ยน! ธารน้ำแข็งละลาย  สะเทือนผู้คนนับล้านทั่วเอเชีย

“เทือกเขาหิมาลัย” กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว ธารน้ำแข็งที่ละลายและถอยร่นกำลังเปลี่ยนสมดุลของระบบน้ำในภูมิภาค ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากการเปลี่ยนแปลงเดินหน้าไปถึงจุดหนึ่ง ผลกระทบอาจทวีความรุนแรงและย้อนกลับได้ยาก กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนนับล้าน

 

เทือกเขาหิมาลัยเป็นแหล่งน้ำสำคัญของเอเชีย เพราะธารน้ำแข็งและหิมะบนภูเขาทำหน้าที่กักเก็บน้ำและค่อย ๆ ปล่อยลงสู่แม่น้ำ หล่อเลี้ยงชุมชน เกษตรกรรม และระบบเศรษฐกิจในพื้นที่กว้างใหญ่


แต่ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ธารน้ำแข็งละลายและถอยร่นเร็วขึ้น เมื่อธารน้ำแข็งหดตัว ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอาจเพิ่มขึ้นในระยะแรก ก่อนที่จะลดลงในอนาคต เมื่อแหล่งน้ำแข็งที่ทำหน้าที่เป็น “คลังน้ำธรรมชาติ” มีขนาดเล็กลง


สรุปข่าว

“เทือกเขาหิมาลัย” กำลังเข้าใกล้ “จุดเปลี่ยน” จากภาวะโลกร้อน ธารน้ำแข็งละลายและถอยร่นอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงกระทบแหล่งน้ำ เพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วม ดินถล่ม และขาดแคลนน้ำในอนาคต วิกฤตหิมาลัยอาจกระทบความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร พลังงาน และชีวิตของผู้คนนับล้านทั่วเอเชีย

“เทือกเขาหิมาลัย” กำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะโลกร้อนอย่างรวดเร็ว ธารน้ำแข็งที่ละลายและถอยร่นกำลังเปลี่ยนสมดุลของระบบน้ำในภูมิภาค ขณะที่นักวิทยาศาสตร์เตือนว่า หากการเปลี่ยนแปลงเดินหน้าไปถึงจุดหนึ่ง ผลกระทบอาจทวีความรุนแรงและย้อนกลับได้ยาก กระทบต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คนนับล้าน

 

เทือกเขาหิมาลัยเป็นแหล่งน้ำสำคัญของเอเชีย เพราะธารน้ำแข็งและหิมะบนภูเขาทำหน้าที่กักเก็บน้ำและค่อย ๆ ปล่อยลงสู่แม่น้ำ หล่อเลี้ยงชุมชน เกษตรกรรม และระบบเศรษฐกิจในพื้นที่กว้างใหญ่


แต่ภาวะโลกร้อนกำลังทำให้ธารน้ำแข็งละลายและถอยร่นเร็วขึ้น เมื่อธารน้ำแข็งหดตัว ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่พื้นที่ด้านล่างอาจเพิ่มขึ้นในระยะแรก ก่อนที่จะลดลงในอนาคต เมื่อแหล่งน้ำแข็งที่ทำหน้าที่เป็น “คลังน้ำธรรมชาติ” มีขนาดเล็กลง


อีกหนึ่งความเสี่ยงที่น่ากังวลคือการเกิดทะเลสาบจากธารน้ำแข็งที่ละลาย เพราะทะเลสาบเหล่านี้บางแห่งถูกกั้นไว้ด้วยกองหินและน้ำแข็งที่ไม่มั่นคง หากเขื่อนธรรมชาติเหล่านี้พังลง อาจเกิดน้ำหลากฉับพลันไหลลงจากภูเขา สร้างความเสียหายต่อชุมชนและโครงสร้างพื้นฐานที่อยู่ด้านล่างได้ 


ผลกระทบจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่ภูเขา แต่เชื่อมโยงโดยตรงกับความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร และพลังงานของผู้คนจำนวนมหาศาล แม่น้ำสายสำคัญของเอเชียหลายสายมีต้นกำเนิดหรือได้รับน้ำจากบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงของธารน้ำแข็งจึงอาจส่งผลต่อผู้คนที่อยู่ห่างไกลจากภูเขาหลายร้อยหรือหลายพันกิโลเมตร เมื่อสภาพอากาศร้อนขึ้น ความเสี่ยงจากภัยพิบัติก็เพิ่มขึ้นตาม ทั้งน้ำท่วม ดินถล่ม และการขาดแคลนน้ำในช่วงฤดูแล้ง ขณะเดียวกันเกษตรกรที่พึ่งพาน้ำจากภูเขาก็ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมากขึ้น


นักวิทยาศาสตร์จึงเตือนว่า หิมาลัยอาจกำลังเข้าใกล้ “จุดเปลี่ยน” ซึ่งหมายถึงช่วงเวลาที่ระบบธรรมชาติเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จนยากที่จะย้อนกลับไปสู่สภาพเดิมได้ และหากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังอยู่ในระดับสูง ความเสี่ยงต่อระบบน้ำและผู้คนจะยิ่งรุนแรงขึ้น

 

หิมาลัยกำลังสูญเสียธารน้ำแข็งจากภาวะโลกร้อน ส่งผลต่อทั้งน้ำท่วมและการขาดแคลนน้ำในอนาคต ทะเลสาบจากธารน้ำแข็งที่ไม่มั่นคงยังเพิ่มความเสี่ยงน้ำหลากฉับพลันและภัยพิบัติบนพื้นที่ลาดเขา หากหิมาลัยข้าม “จุดเปลี่ยน” ผลกระทบอาจลุกลามจากภูเขาไปสู่ความมั่นคงด้านน้ำ อาหาร พลังงาน และชีวิตของผู้คนนับล้านทั่วเอเชีย

ที่มาข้อมูล : japantimes.co.jp

ที่มารูปภาพ : Reuters