
“จีน” เร่งยกระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย หลังเกิดดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ในเขตจี๋หลง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองทิเบต โดยสาเหตุเชื่อมโยงกับการพังถล่มของธารน้ำแข็งบนพื้นที่สูงในเนปาล ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดภัยพิบัติซ้ำเติมในพื้นที่กู้ภัย
ทางการจีนระดมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคมากกว่า 170 คนพร้อมอุปกรณ์ตรวจติดตามเฉพาะทางอีก 150 ชุดลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจกู้ภัยและเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ หลังเกิดดินโคลนถล่มที่ท่าเรือจี๋หลง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากการพังถล่มของธารน้ำแข็งบนพื้นที่สูงในประเทศเนปาล ส่งผลให้เกิดมวลน้ำและดินโคลนไหลเข้าพื้นที่ โดยข้อมูล ณ วันเสาร์ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 คนและสูญหายอีก 519 คน
สรุปข่าว
“จีน” เร่งยกระดับการเฝ้าระวังและแจ้งเตือนภัย หลังเกิดดินโคลนถล่มครั้งใหญ่ในเขตจี๋หลง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเขตปกครองตนเองทิเบต โดยสาเหตุเชื่อมโยงกับการพังถล่มของธารน้ำแข็งบนพื้นที่สูงในเนปาล ท่ามกลางความกังวลว่าอาจเกิดภัยพิบัติซ้ำเติมในพื้นที่กู้ภัย
ทางการจีนระดมผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคมากกว่า 170 คนพร้อมอุปกรณ์ตรวจติดตามเฉพาะทางอีก 150 ชุดลงพื้นที่เพื่อสนับสนุนภารกิจกู้ภัยและเพิ่มความปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ หลังเกิดดินโคลนถล่มที่ท่าเรือจี๋หลง เมื่อวันที่ 26 สิงหาคมที่ผ่านมา
เหตุการณ์ดังกล่าวมีต้นเหตุมาจากการพังถล่มของธารน้ำแข็งบนพื้นที่สูงในประเทศเนปาล ส่งผลให้เกิดมวลน้ำและดินโคลนไหลเข้าพื้นที่ โดยข้อมูล ณ วันเสาร์ ระบุว่า มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 คนและสูญหายอีก 519 คน
เจ้าหน้าที่ระบุว่า พื้นที่เกิดเหตุเป็นภูมิประเทศบนที่ราบสูง มีสภาพอากาศหนาวจัดและเปลี่ยนแปลงอย่างคาดเดาได้ยาก ทำให้ภารกิจกู้ภัยมีความซับซ้อนมากขึ้น ขณะเดียวกันยังมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดภัยพิบัติทุติยภูมิหรือภัยซ้ำเติม โดยเฉพาะตามแนวหุบเขาทั้งสองฝั่ง เส้นทางหลักที่ใช้ในการกู้ภัย และบริเวณโดยรอบท่าเรือจี๋หลง
หน่วยงานหลายฝ่าย ทั้งด้านการจัดการเหตุฉุกเฉิน ทรัพยากรธรรมชาติ การบริหารจัดการน้ำ และอุตุนิยมวิทยา จึงร่วมกันเพิ่มการตรวจสอบและระบบแจ้งเตือนภัย พร้อมจัดตั้งระบบตรวจจับความเสี่ยงและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานกู้ภัยได้อย่างปลอดภัย
หนึ่งในระบบที่นำมาใช้ คือระบบตรวจวัดทางอุทกวิทยาซึ่งสามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำในแม่น้ำจี๋หลงซังโปแบบเรียลไทม์ รวมถึงระบบตรวจติดตามน้ำป่าไหลหลากและดินโคลนถล่ม ซึ่งพัฒนาร่วมกันโดยกระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินและสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน นอกจากนี้ยังสามารถตรวจวัดสภาพอากาศได้ด้วย
หวัง เฉิงเหลย รองผู้อำนวยการกรมติดตามความเสี่ยงและป้องกันอัคคีภัยแบบบูรณาการ กระทรวงการจัดการเหตุฉุกเฉินของจีน ระบุว่า ทีมเฝ้าระวังจะติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด หากพบความผิดปกติหรือสัญญาณเตือนภัย จะออกประกาศแจ้งเตือนและดำเนินมาตรการป้องกันทันที
ขณะเดียวกัน ทางการจีนมองว่า การป้องกันความเสี่ยงและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัยครั้งนี้อาจต้องใช้เวลาระยะยาว เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อภัยพิบัติหลายรูปแบบ จึงมีแผนติดตั้งอุปกรณ์ตรวจวัดเพิ่มเติม รวมถึงส่งเจ้าหน้าที่ด้านเทคนิคเข้าประจำพื้นที่ เพื่อช่วยรัฐบาลท้องถิ่นประเมินความเสี่ยง ขยายสถานีตรวจวัด และเพิ่มศักยภาพในการติดตามสถานการณ์ภัยพิบัติในภูมิภาคอย่างครอบคลุม
สรุปแล้ว จีนระดมผู้เชี่ยวชาญกว่า 170 คน และอุปกรณ์ตรวจวัด 150 ชุดเฝ้าระวังพื้นที่หลังดินโคลนถล่มจากการพังถล่มของธารน้ำแข็งในเนปาล กระทบท่าเรือจี๋หลงเหตุการณ์มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 43 คน และสูญหาย 519 คนขณะที่พื้นที่ยังเสี่ยงเกิดน้ำป่า ดินโคลนถล่ม และภัยซ้ำเติมทางการจีนเตือนว่าการรับมือภัยพิบัติในพื้นที่อาจเป็นภารกิจระยะยาวพร้อมขยายระบบตรวจวัดและแจ้งเตือนเพื่อป้องกันความสูญเสียเพิ่มเติม
- เกิดมาในยุคโลกเดือด เสี่ยงเรียนได้น้อยลง “โลกร้อน” กระทบเด็กตั้งแต่ในครรภ์
- โลกยิ่งร้อน อากาศยิ่งแย่! ไฟป่าพุ่ง 3 เท่า ซ้ำเติมมลพิษทั่วโลก
- “ม.แม่โจ้” ผนึก “ม.จุฬาฯ-สิงห์อาสา” ฟื้นฟูพื้นที่ไฟป่า พบ 5 ปี ต้นไม้รอดกว่า 85%
- อาร์กติกเขียว ซาฮาราเขียว! สัญญาณอันตรายจากโลกร้อน
- “อินโดนีเซีย” ผวา! ภูเขาไฟ 6 ลูกปะทุพร้อมกัน
