โลกยิ่งร้อน อากาศยิ่งแย่! ไฟป่าพุ่ง 3 เท่า ซ้ำเติมมลพิษทั่วโลก

Share on Line Share on Facebook Share on X
โลกยิ่งร้อน อากาศยิ่งแย่!  ไฟป่าพุ่ง 3 เท่า  ซ้ำเติมมลพิษทั่วโลก

ความพยายามของโลกในการลดมลพิษทางอากาศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ทั้งไฟป่าและคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มลพิษในอากาศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนว่า หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป การบรรลุเป้าหมายคุณภาพอากาศที่ปลอดภัยต่อสุขภาพจะยิ่งทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

 

WMO ระบุในรายงาน Air Quality and Climate Bulletin ว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยหนึ่งในสัญญาณที่น่ากังวลคือ เหตุการณ์ไฟป่าที่ก่อให้เกิดควันและมลพิษรุนแรงทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990

สรุปข่าว

WMO เตือน “โลกร้อน” กำลังซ้ำเติมวิกฤตมลพิษทางอากาศทั้งไฟป่าที่รุนแรงขึ้นและคลื่นความร้อนที่ยาวนานขึ้น เพราะไฟป่าเพิ่มควันพิษและPM2.5ขณะที่อากาศร้อนจัดเร่งการก่อตัวของโอโซน กระทบสุขภาพประชาชนทั่วโลกดังนั้นทั่วโลกจึงต้องแก้ปัญหาโลกร้อนควบคู่กับมลพิษทางอากาศไม่เช่นนั้นเป้าหมายอากาศสะอาดจะยิ่งห่างไกล

ความพยายามของโลกในการลดมลพิษทางอากาศกำลังเผชิญความท้าทายครั้งใหญ่ เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้ทั้งไฟป่าและคลื่นความร้อนรุนแรงขึ้น ส่งผลให้มลพิษในอากาศเพิ่มขึ้นตามไปด้วย องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก หรือ WMO เตือนว่า หากแนวโน้มยังดำเนินต่อไป การบรรลุเป้าหมายคุณภาพอากาศที่ปลอดภัยต่อสุขภาพจะยิ่งทำได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ

 

WMO ระบุในรายงาน Air Quality and Climate Bulletin ว่า วิกฤตสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศมีความเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด โดยหนึ่งในสัญญาณที่น่ากังวลคือ เหตุการณ์ไฟป่าที่ก่อให้เกิดควันและมลพิษรุนแรงทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า นับตั้งแต่ทศวรรษ 1990

งานวิจัยที่ถูกอ้างถึงในรายงานประเมินว่า มลพิษจากเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงอาจมีส่วนทำให้เกิดผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเกือบ 100,000 คนต่อปีในช่วงปี 2010–2018 ขณะที่ WMO เตือนว่า แบบจำลองประเมินความเสี่ยงแบบเดิมอาจประเมินจำนวนผู้เสียชีวิตจากไฟป่าต่ำกว่าความเป็นจริงได้มากถึง 93% เนื่องจากไม่ได้คำนึงถึงความเป็นพิษที่สูงขึ้นของฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่เกิดจากการเผาไหม้


นั่นหมายความว่า เมื่อสภาพอากาศร้อนและแห้งเอื้อต่อการเกิดไฟป้ามากขึ้น ปัญหาที่ตามมาไม่ได้มีเพียงพื้นที่ป่าที่ถูกเผาทำลาย แต่ควันไฟและ PM2.5 สามารถกระจายออกไปในวงกว้าง และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพของประชาชน รวมถึงกระทบต่อระบบนิเวศ


ขณะเดียวกัน คลื่นความร้อนก็กำลังสร้างปัญหาอีกทางหนึ่ง เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้น สภาพอากาศนิ่ง และแสงแดดจัด ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยเร่งการก่อตัวของโอโซนระดับพื้นดิน ซึ่งเป็นมลพิษทางอากาศที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ


WMO จึงเตือนว่า ความเสี่ยงด้านสุขภาพจากโอโซนอาจรุนแรงขึ้น และอาจนำไปสู่การเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นรายในอนาคต สถานการณ์ดังกล่าวทำให้การบรรลุมาตรฐานคุณภาพอากาศขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO ยิ่งเป็นเรื่องยาก เพราะในอนาคตสภาพอากาศที่เอื้อต่อการเกิดไฟป่ารุนแรงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่คลื่นความร้อนก็อาจทำให้มลพิษบางชนิดสะสมในชั้นบรรยากาศมากขึ้น

 

WMO จึงเรียกร้องให้ประเทศต่าง ๆ ดำเนินนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศและมลพิษทางอากาศควบคู่กัน พร้อมยกระดับการติดตามมลพิษในบรรยากาศ โดยเฉพาะเขม่าดำ หรือ Black Carbon และไมโครพลาสติกในชั้นบรรยากาศ เพื่อให้สามารถประเมินความเสี่ยงและรับมือกับปัญหาได้แม่นยำมากขึ้น

 

วิกฤตโลกร้อนไม่ได้ทำให้โลกเผชิญเพียงอากาศร้อนและภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้น แต่กำลังทำให้อากาศที่เราหายใจสะอาดได้ยากขึ้นด้วยเมื่อไฟป่าเพิ่มขึ้น ควันพิษเพิ่มขึ้น และคลื่นความร้อนเร่งการก่อตัวของโอโซน การแก้ปัญหาอากาศเสียจึงไม่สามารถแยกออกจากการแก้ปัญหาโลกร้อนได้อีกต่อไป

ที่มาข้อมูล : aa.com.tr

ที่มารูปภาพ : Reuters