กทม.ชูโมเดล “Food Bank” ส่งต่ออาหารส่วนเกินแล้ว 5 ล้านมื้อ แก้ปัญหาอาหารเหลือ ลดโลกร้อน

Share on Line Share on Facebook Share on X
กทม.ชูโมเดล “Food Bank” ส่งต่ออาหารส่วนเกินแล้ว 5 ล้านมื้อ แก้ปัญหาอาหารเหลือ ลดโลกร้อน

กรุงเทพมหานครเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการระบบอาหารในระดับภูมิภาคอาเซียน จัดประชุมเมืองหลวงอาเซียนด้านการจัดการอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการระบบอาหารของเมือง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองหลวงในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายร่วมกันทั้งการเพิ่มขึ้นของประชากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหาร ตลอดจนปัญหาอาหารส่วนเกินและอาหารเหลือทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านอาหาร โดยนำประสบการณ์จากความร่วมมือกับเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี มาปรับใช้ พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านนโยบายอาหารของอาเซียน และทำหน้าที่เป็นเมืองพี่เลี้ยงในการสนับสนุนเมืองต่าง ๆ ให้สามารถพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืนร่วมกัน


การจัดการระบบอาหารจำเป็นต้องมองให้ครบตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการผลิตอาหารและภาคการเกษตรที่ต้องมีมาตรฐานและคำนึงถึงความยั่งยืน กลางน้ำ คือการดูแลร้านอาหาร ตลาด และพื้นที่จำหน่ายอาหารให้สะอาดและปลอดภัย ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งต้องมีระบบจัดการอาหารส่วนเกินและเศษอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ


สรุปข่าว

กรุงเทพมหานครเดินหน้าผลักดันนโยบายอาหารยั่งยืน ชูโมเดล “Food Bank” ส่งต่ออาหารส่วนเกินแล้วกว่า 5 ล้านมื้อ พร้อมเร่งจัดการเศษอาหารเปลี่ยนเป็นปุ๋ย ลดขยะฝังกลบและก๊าซเรือนกระจก เตรียมแลกเปลี่ยนแนวทางกับเมืองหลวงอาเซียน หวังยกระดับระบบอาหารทั้งภูมิภาคให้ครบวงจรและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

กรุงเทพมหานครเดินหน้าผลักดันความร่วมมือด้านการจัดการระบบอาหารในระดับภูมิภาคอาเซียน จัดประชุมเมืองหลวงอาเซียนด้านการจัดการอาหาร เพื่อแลกเปลี่ยนแนวทางบริหารจัดการระบบอาหารของเมือง และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างเมืองหลวงในภูมิภาค ท่ามกลางความท้าทายร่วมกันทั้งการเพิ่มขึ้นของประชากร การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหาร ตลอดจนปัญหาอาหารส่วนเกินและอาหารเหลือทิ้ง ซึ่งส่งผลกระทบเชื่อมโยงทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม


นายพรพรหม วิกิตเศรษฐ์ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านอาหาร โดยนำประสบการณ์จากความร่วมมือกับเมืองมิลาน ประเทศอิตาลี มาปรับใช้ พร้อมตั้งเป้าหมายผลักดันกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในผู้นำด้านนโยบายอาหารของอาเซียน และทำหน้าที่เป็นเมืองพี่เลี้ยงในการสนับสนุนเมืองต่าง ๆ ให้สามารถพัฒนาระบบอาหารอย่างยั่งยืนร่วมกัน


การจัดการระบบอาหารจำเป็นต้องมองให้ครบตลอดห่วงโซ่ ตั้งแต่ต้นน้ำ คือการผลิตอาหารและภาคการเกษตรที่ต้องมีมาตรฐานและคำนึงถึงความยั่งยืน กลางน้ำ คือการดูแลร้านอาหาร ตลาด และพื้นที่จำหน่ายอาหารให้สะอาดและปลอดภัย ไปจนถึงปลายน้ำ ซึ่งต้องมีระบบจัดการอาหารส่วนเกินและเศษอาหารอย่างมีประสิทธิภาพ


หนึ่งในแนวทางสำคัญของกรุงเทพมหานครคือโครงการ Food Bank ซึ่งนำอาหารส่วนเกินที่ยังสามารถรับประทานได้ไปส่งต่อให้ประชาชนกลุ่มเปราะบาง แทนการทิ้งเป็นขยะ ขณะที่อาหารที่ไม่สามารถบริโภคได้จะเข้าสู่ระบบจัดการเศษอาหาร โดย กทม.เตรียมนำผู้เข้าร่วมประชุมไปศึกษาการทำงานของโรงกำจัดขยะอ่อนนุช ซึ่งมีโรงหมักเศษอาหารที่รับเศษอาหารจากประชาชน ห้างสรรพสินค้า และตลาดที่ผ่านการคัดแยก ก่อนนำไปผลิตเป็นปุ๋ยหมักภายใน 24 ชั่วโมง และนำกลับมาใช้ประโยชน์ในการปลูกต้นไม้


นายพรพรหมกล่าวว่า เมืองหลวงในอาเซียนต่างเผชิญปัญหาด้านอาหารในลักษณะใกล้เคียงกัน โดยเฉพาะสถานการณ์ที่บางกลุ่มมีอาหารเหลือจนกลายเป็นอาหารส่วนเกิน ขณะที่ประชาชนอีกจำนวนหนึ่งยังเข้าถึงอาหารได้ไม่เพียงพอ ดังนั้น การมองระบบอาหารเป็นภาพรวมทั้งห่วงโซ่จะช่วยให้เมืองสามารถวางแนวทางแก้ไขปัญหาได้อย่างเป็นระบบและตรงจุดมากขึ้น


สำหรับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา การจัดการอาหารส่วนเกินของกรุงเทพมหานครสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสร้างมูลค่าคาร์บอนได้หลายพันตัน พร้อมส่งต่ออาหารให้ประชาชนแล้วประมาณ 5 ล้านมื้อ โดยอาหารที่ยังรับประทานได้จะถูกนำไปส่งต่อให้กลุ่มเปราะบาง ส่วนอาหารที่กลายเป็นเศษอาหารจะเข้าสู่กระบวนการหมักปุ๋ยแทนการนำไปฝังกลบ


แนวทางดังกล่าวช่วยลดปริมาณขยะอินทรีย์ที่เข้าสู่หลุมฝังกลบ ซึ่งมีส่วนทำให้เกิดก๊าซมีเทนจากการย่อยสลายของเศษอาหารในสภาวะไร้ออกซิเจน โดยก๊าซมีเทนเป็นก๊าซเรือนกระจกที่มีศักยภาพในการทำให้โลกร้อนสูงกว่าคาร์บอนไดออกไซด์อย่างมาก


กทม.จึงมุ่งผลักดันการจัดการอาหารตั้งแต่การผลิต การกระจาย การบริโภค ไปจนถึงการจัดการอาหารส่วนเกินและเศษอาหาร เพื่อสร้างระบบอาหารที่ลดความสูญเปล่า ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงอาหารได้อย่างทั่วถึงมากขึ้น พร้อมขยายความร่วมมือกับเมืองหลวงอาเซียนเพื่อร่วมกันรับมือความท้าทายด้านอาหารและสภาพภูมิอากาศในอนาคต

ที่มาข้อมูล : TNN

ที่มารูปภาพ : กรุงเทพมหานคร