วงการแชมเปญสะเทือน! คลื่นความร้อน–ภัยแล้งเร่งองุ่นสุก ผลผลิตฝรั่งเศสหาย 30%

Share on Line Share on Facebook Share on X
วงการแชมเปญสะเทือน! คลื่นความร้อน–ภัยแล้งเร่งองุ่นสุก ผลผลิตฝรั่งเศสหาย 30%

“ฝรั่งเศส” กำลังเผชิญสัญญาณสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อไร่องุ่นในแคว้นช็องปาญต้องเร่งเก็บเกี่ยวองุ่นเร็วกว่าปกติอย่างมาก หลังอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ คลื่นความร้อน และภัยแล้งยืดเยื้อ ส่งผลให้องุ่นสุกเร็ว ขณะที่ผลผลิตกลับลดลง สะท้อนว่าโลกร้อนกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งฤดูกาลผลิตและอนาคตของอุตสาหกรรมแชมเปญ

คนงานในแคว้นช็องปาญของฝรั่งเศสเริ่มเก็บเกี่ยวองุ่นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 สิงหาคม เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน โดยฤดูเก็บเกี่ยวอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ตามกำหนดของคณะกรรมการช็องปาญ หรือ CIVC ซึ่งพิจารณาจากระดับความสุกขององุ่นในแต่ละปี การเก็บเกี่ยวในปีนี้ถือว่าเร็วผิดปกติ และเป็นหนึ่งในฤดูเก็บเกี่ยวที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น โดยผู้ผลิตบางรายเริ่มเก็บองุ่นมาตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ขณะที่ในอดีต การเก็บเกี่ยวมักเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนตุลาคม

สรุปข่าว

“ฝรั่งเศส” เผชิญฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นช็องปาญเร็วที่สุดครั้งหนึ่ง หลังคลื่นความร้อนและภัยแล้งเร่งให้องุ่นสุกเร็วกว่าปกติ แต่ความร้อนและการขาดน้ำทำให้ผลผลิตลดลงราว 30% รวมถึงองุ่นมีขนาดเล็กลง กระทบปริมาณแชมเปญ ซึ่งทำให้เห็นว่า “โลกร้อน” กำลังเปลี่ยนทั้งฤดูกาลเพาะปลูกและรสชาติแชมเปญ และยังบังคับผู้ผลิตเร่งปรับตัวรับสภาพอากาศสุดขั้ว

“ฝรั่งเศส” กำลังเผชิญสัญญาณสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เมื่อไร่องุ่นในแคว้นช็องปาญต้องเร่งเก็บเกี่ยวองุ่นเร็วกว่าปกติอย่างมาก หลังอุณหภูมิที่สูงผิดปกติ คลื่นความร้อน และภัยแล้งยืดเยื้อ ส่งผลให้องุ่นสุกเร็ว ขณะที่ผลผลิตกลับลดลง สะท้อนว่าโลกร้อนกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงทั้งฤดูกาลผลิตและอนาคตของอุตสาหกรรมแชมเปญ

คนงานในแคว้นช็องปาญของฝรั่งเศสเริ่มเก็บเกี่ยวองุ่นตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 14 สิงหาคม เพื่อหลีกเลี่ยงอากาศร้อนจัดในช่วงกลางวัน โดยฤดูเก็บเกี่ยวอย่างเป็นทางการเริ่มขึ้นเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม ตามกำหนดของคณะกรรมการช็องปาญ หรือ CIVC ซึ่งพิจารณาจากระดับความสุกขององุ่นในแต่ละปี การเก็บเกี่ยวในปีนี้ถือว่าเร็วผิดปกติ และเป็นหนึ่งในฤดูเก็บเกี่ยวที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยเกิดขึ้น โดยผู้ผลิตบางรายเริ่มเก็บองุ่นมาตั้งแต่วันที่ 6 สิงหาคม ขณะที่ในอดีต การเก็บเกี่ยวมักเกิดขึ้นช่วงปลายเดือนกันยายนไปจนถึงเดือนตุลาคม

สาเหตุสำคัญมาจากคลื่นความร้อนหลายระลอกและภัยแล้งที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดฤดูร้อน ทำให้องุ่นสุกเร็วขึ้นอย่างมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความร้อนและการขาดแคลนน้ำกลับสร้างความเสียหายต่อผลผลิต โดยคาดว่าผลผลิตองุ่นในปีนี้ลดลงราว 30% จากความเสียหายจากน้ำค้างแข็งในช่วงฤดูใบไม้ผลิ รวมถึงผลกระทบจากภัยแล้งที่ยืดเยื้อ

องุ่นบางพวงมีขนาดเล็กกว่าปกติ เนื่องจากได้รับน้ำไม่เพียงพอ ส่งผลให้ปริมาณองุ่นสำหรับผลิตแชมเปญลดลง ผู้ผลิตจึงต้องนำไวน์สำรองจากปีก่อนมาใช้เพื่อช่วยรักษาระดับการผลิตในปีนี้

สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงยังทำให้อุตสาหกรรมช็องปาญต้องเร่งปรับตัว ทั้งการพัฒนาพันธุ์องุ่นใหม่ การเปลี่ยนแปลงวิธีเพาะปลูก และการปรับตัวด้านการจัดการไร่องุ่น เพื่อรับมือกับอุณหภูมิที่สูงขึ้นและความแปรปรวนของสภาพอากาศ

นอกจากปริมาณการผลิตแล้ว สิ่งที่ผู้ผลิตกังวลในระยะยาวคือ “รสชาติ” ของแชมเปญ เพราะอุณหภูมิที่สูงขึ้นอาจเปลี่ยนแปลงลักษณะขององุ่น และส่งผลต่อความเป็นกรด กลิ่น และรสชาติของผลิตภัณฑ์ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์สำคัญของแชมเปญ

ฤดูเก็บเกี่ยวองุ่นที่มาเร็วผิดปกติในแคว้นช็องปาญสะท้อนผลกระทบของ คลื่นความร้อนและภัยแล้งจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง อย่างชัดเจน แม้องุ่นจะสุกเร็วขึ้น แต่ผลผลิตกลับลดลงและมีขนาดเล็กลง ทำให้อุตสาหกรรมแชมเปญต้องพึ่งพาไวน์สำรองและเร่งปรับตัว ทั้งด้านพันธุ์องุ่น วิธีเพาะปลูก และคุณภาพของรสชาติ เพื่อให้อุตสาหกรรมยังคงเดินหน้าต่อไปได้ในโลกที่ร้อนขึ้น

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters