เอลนีโญป่วนทั้งทะเล! ปลาอพยพ นกทะเลหนีตาม ห่วงโซ่อาหารเริ่มสั่นคลอน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เอลนีโญป่วนทั้งทะเล! ปลาอพยพ นกทะเลหนีตาม ห่วงโซ่อาหารเริ่มสั่นคลอน

“ปรากฏการณ์เอลนีโญ” กำลังส่งสัญญาณเตือนจากท้องทะเล เมื่อฝูงนกทะเลที่มีถิ่นอาศัยตามน่านน้ำเย็นและอุดมด้วยสารอาหารนอกชายฝั่งเปรูและชิลี พากันปรากฏตัวไกลออกจากถิ่นเดิม มาถึงอ่าวปานามาในจำนวนมากผิดปกติ นักวิจัยมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนผลกระทบของอุณหภูมิมหาสมุทรที่เปลี่ยนแปลงต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารทางทะเล

ฝูงนกทะเลจากอเมริกาใต้ โดยเฉพาะนกบูบีเท้าฟ้า กำลังปรากฏตัวบริเวณอ่าวปานามาและพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่าปกติ หลังอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกสูงขึ้นจากอิทธิพลของเอลนีโญ ทำให้แหล่งอาหารของพวกมันเปลี่ยนแปลงไป เมื่อผิวน้ำทะเลอุ่นขึ้น ปลาขนาดเล็กอย่างปลาแอนโชวีและปลาซาร์ดีน ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของนกทะเล เคลื่อนย้ายออกจากแหล่งหากินเดิม ส่งผลให้นกต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อค้นหาอาหาร และบางส่วนจึงเข้ามาปรากฏตัวในพื้นที่ที่ไม่ใช่ถิ่นอาศัยตามปกติ

สรุปข่าว

“เอลนีโญ” ทำให้อุณหภูมิมหาสมุทรแปซิฟิกสูงขึ้น ส่งผลให้แหล่งอาหารเปลี่ยนแปลง จนนกทะเลจากเปรูและชิลีต้องบินไกลมาหาอาหารถึงปานามา การพบฝูงนกบูบีเท้าฟ้าจำนวนมากผิดปกติ สะท้อนความเปราะบางของระบบนิเวศทะเล เมื่ออุณหภูมิน้ำเปลี่ยน ห่วงโซ่อาหารก็ได้รับผลกระทบเป็นทอด ๆ นักวิจัยมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนว่า มหาสมุทรที่อุ่นขึ้นกำลังบีบให้สัตว์ทะเลต้องเร่งปรับตัวและเปลี่ยนถิ่นอาศัยเพื่อความอยู่รอด

“ปรากฏการณ์เอลนีโญ” กำลังส่งสัญญาณเตือนจากท้องทะเล เมื่อฝูงนกทะเลที่มีถิ่นอาศัยตามน่านน้ำเย็นและอุดมด้วยสารอาหารนอกชายฝั่งเปรูและชิลี พากันปรากฏตัวไกลออกจากถิ่นเดิม มาถึงอ่าวปานามาในจำนวนมากผิดปกติ นักวิจัยมองว่าเหตุการณ์นี้สะท้อนผลกระทบของอุณหภูมิมหาสมุทรที่เปลี่ยนแปลงต่อระบบนิเวศและห่วงโซ่อาหารทางทะเล

ฝูงนกทะเลจากอเมริกาใต้ โดยเฉพาะนกบูบีเท้าฟ้า กำลังปรากฏตัวบริเวณอ่าวปานามาและพื้นที่ใกล้เคียงมากกว่าปกติ หลังอุณหภูมิน้ำทะเลในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกสูงขึ้นจากอิทธิพลของเอลนีโญ ทำให้แหล่งอาหารของพวกมันเปลี่ยนแปลงไป เมื่อผิวน้ำทะเลอุ่นขึ้น ปลาขนาดเล็กอย่างปลาแอนโชวีและปลาซาร์ดีน ซึ่งเป็นอาหารสำคัญของนกทะเล เคลื่อนย้ายออกจากแหล่งหากินเดิม ส่งผลให้นกต้องเดินทางไกลขึ้นเพื่อค้นหาอาหาร และบางส่วนจึงเข้ามาปรากฏตัวในพื้นที่ที่ไม่ใช่ถิ่นอาศัยตามปกติ

ข้อมูลจากแพลตฟอร์ม eBird ระบุว่า ตั้งแต่เดือนมิถุนายน มีการพบ นกบูบีเท้าฟ้าราว 60–400 ตัว บริเวณ Peñón de San José และพื้นที่ใกล้เคียงในปานามา มากกว่าช่วงเอลนีโญปี 2014–2016 ซึ่งพบประมาณ 21–200 ตัว และมากกว่าช่วงเอลนีโญปี 2023–2024 ที่พบเพียง 3–62 ตัว

นักวิจัยระบุว่า ผลกระทบไม่ได้หยุดอยู่แค่การที่นกต้องย้ายถิ่นเพื่อหาอาหาร แต่ยังอาจกระทบต่อวงจรการผสมพันธุ์และความสำเร็จในการขยายพันธุ์ เพราะเมื่อหาอาหารได้ไม่เพียงพอ นกอาจมีพลังงานไม่พอสำหรับการสืบพันธุ์

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดเริ่มต้นจากระดับล่างสุดของห่วงโซ่อาหาร เมื่อเอลนีโญทำให้น้ำทะเลบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากกระแสน้ำฮัมโบลต์อุ่นขึ้น กระแสน้ำเย็นดังกล่าวมีบทบาทสำคัญในการนำสารอาหารขึ้นมาเลี้ยงระบบนิเวศทางทะเล เมื่อระบบน้ำเปลี่ยนแปลง ปริมาณปลาอาหารของนกก็ลดลง และผลกระทบจึงส่งต่อขึ้นมาตามห่วงโซ่อาหาร

แม้นักวิทยาศาสตร์ยังอยู่ระหว่างศึกษาว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะส่งผลต่อเอลนีโญในระยะยาวอย่างไร แต่การปรากฏตัวของนกทะเลที่ผิดถิ่นถือเป็นสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่า เมื่ออุณหภูมิมหาสมุทรเปลี่ยน ระบบนิเวศสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว

หากอุณหภูมิและสภาพมหาสมุทรกลับเข้าสู่ภาวะปกติ นกทะเลเหล่านี้ก็อาจหายออกจากชายฝั่งแปซิฟิกของปานามาอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกับที่พวกมันปรากฏตัวขึ้น

เอลนีโญทำให้น้ำทะเลแปซิฟิกตะวันออกอุ่นขึ้น ส่งผลให้ปลาแอนโชวีและซาร์ดีนเคลื่อนออกจากแหล่งอาหารเดิม นกทะเลจึงต้องบินไกลและเข้ามาปรากฏตัวในปานามามากผิดปกติ

นักวิจัยมองว่านี่เป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของระบบนิเวศ เพราะการเปลี่ยนแปลงเพียงอุณหภูมิมหาสมุทรสามารถกระทบต่อเนื่องตั้งแต่ปลาไปจนถึงนกทะเลและการขยายพันธุ์ หากมหาสมุทรยังเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง เอลนีโญอาจสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อห่วงโซ่อาหารและบังคับให้สัตว์ทะเลต้องปรับตัวหรือย้ายถิ่นอย่างรวดเร็ว

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters