
พายุเฮอริเคน “ลาลา” (Lala) สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อหมู่เกาะฮาวาย หลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะบิ๊กไอส์แลนด์ ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ลมกระโชกแรง และคลื่นทะเลอันตราย ขณะที่ทางการยังคงเตือนภัยพายุและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าสภาพอากาศรุนแรงจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกของหมู่เกาะ ก่อนสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.
รายงานจาก AccuWeather ระบุว่า แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่ได้ขึ้นฝั่งโดยตรง แต่เส้นทางของลาลาที่เคลื่อนตัวอยู่ทางใต้ของหมู่เกาะฮาวายยังอยู่ใกล้มากพอที่จะสร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และกระแสน้ำป่าในพื้นที่ลาดชัน
สรุปข่าว
พายุเฮอริเคน “ลาลา” (Lala) สร้างผลกระทบอย่างหนักต่อหมู่เกาะฮาวาย หลังเคลื่อนตัวเข้าใกล้เกาะบิ๊กไอส์แลนด์ ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน ลมกระโชกแรง และคลื่นทะเลอันตราย ขณะที่ทางการยังคงเตือนภัยพายุและน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยคาดว่าสภาพอากาศรุนแรงจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกของหมู่เกาะ ก่อนสถานการณ์จะเริ่มคลี่คลายในวันจันทร์ที่ 17 ส.ค.
รายงานจาก AccuWeather ระบุว่า แม้ศูนย์กลางพายุจะไม่ได้ขึ้นฝั่งโดยตรง แต่เส้นทางของลาลาที่เคลื่อนตัวอยู่ทางใต้ของหมู่เกาะฮาวายยังอยู่ใกล้มากพอที่จะสร้างผลกระทบในวงกว้าง โดยเฉพาะฝนตกหนักที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินถล่ม และกระแสน้ำป่าในพื้นที่ลาดชัน
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 1 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศบนเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ ขณะที่หลายพื้นที่อยู่ภายใต้ประกาศเตือนน้ำท่วมฉับพลัน ท่ามกลางฝนที่ตกต่อเนื่องและกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกราก
ก่อนหน้านี้ ลาลาเพิ่มกำลังขึ้นเป็นเฮอริเคนในช่วงบ่ายวันเสาร์ตามเวลาสหรัฐฯ และศูนย์กลางพายุเคลื่อนผ่านห่างจากปลายแหลม Ka Lae ทางตอนใต้ของเกาะบิ๊กไอส์แลนด์เพียงประมาณ 48 กิโลเมตร แต่แม้ไม่ได้ขึ้นฝั่งโดยตรงก็ทำให้พื้นที่ดังกล่าวมีฝนตกหนักสะสมประมาณ 15–30 นิ้ว หรือราว 380–760 มิลลิเมตร ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมในหลายจุด
นอกจากฝนหนักแล้ว ลมแรงยังสร้างความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า โดยตรวจพบลมกระโชกแรงถึง 225 กิโลเมตรต่อชั่วโมง บริเวณยอดเขาเมานาเคอา ขณะที่พื้นที่ระดับกลางของเกาะบิ๊กไอส์แลนด์พบลมกระโชกสูงถึง 146 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
แรงลมดังกล่าวทำให้ผู้ใช้ไฟฟ้ามากกว่า 25% ทั่วทั้งรัฐฮาวายไม่มีไฟฟ้าใช้ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ และบนเกาะบิ๊กไอส์แลนด์มีผู้ใช้ไฟฟ้าราว 65% ได้รับผลกระทบ โดยคาดว่าการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าจะทยอยดำเนินการต่อเนื่องถึงวันจันทร์ ขณะที่ไฟฟ้าดับอาจขยายไปยังเกาะทางตะวันตกตามแนวการเคลื่อนตัวของลมแรง
สำหรับปริมาณฝนในช่วงที่ลาลาเคลื่อนตัวผ่านหมู่เกาะ คาดว่าหลายพื้นที่จะมีฝนสะสมประมาณ 4–8 นิ้ว หรือราว 100–200 มิลลิเมตร ขณะที่พื้นที่ทางเหนือและตะวันออกของเกาะบิ๊กไอส์แลนด์อาจได้รับฝนสูงถึง 12–18 นิ้ว และมีโอกาสเกิดฝนสะสมสูงสุดเฉพาะพื้นที่ถึง 42 นิ้ว หรือมากกว่า 1,000 มิลลิเมตร
ฝนที่ตกหนักเป็นระลอกจะเพิ่มความเสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน โดยเฉพาะในพื้นที่เมืองและภูเขา รวมถึงดินถล่มและกระแสน้ำพัดพาเศษซาก ขณะที่ถนนบางสายอาจถูกน้ำกัดเซาะหรือได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่จึงเตือนประชาชนหลีกเลี่ยงการขับรถผ่านพื้นที่น้ำท่วม เนื่องจากระดับน้ำอาจลึกกว่าที่มองเห็น และควรหลีกเลี่ยงเส้นทางบริเวณเชิงเขาที่มีน้ำไหลหลาก เพราะอาจเกิดดินถล่มหรือเศษวัสดุร่วงลงมาโดยไม่ทันตั้งตัว
นอกจากนี้ยังต้องเฝ้าระวังคลื่นลมแรงและคลื่นซัดชายฝั่ง โดยคาดว่าจะเกิดคลื่นสูงและกระแสน้ำย้อนกลับต่อเนื่องไปจนถึงกลางสัปดาห์ รวมถึงมีความเสี่ยงต่อเรือขนาดเล็ก ขณะที่บางพื้นที่อาจเกิดคลื่นซัดขึ้นฝั่งอย่างฉับพลัน หรือ “Sneaker Waves” ซึ่งเป็นอันตรายต่อผู้ที่อยู่ตามแนวชายฝั่ง
คาดว่าพายุจะเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกถึงตะวันตกเฉียงเหนือในช่วง 2–3 วันข้างหน้า โดยอาจมีการเปลี่ยนแปลงความรุนแรงและเส้นทางเป็นระยะ เมื่อพายุเคลื่อนห่างจากภูมิประเทศภูเขาของเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ มีโอกาสกลับมาทวีกำลังเป็นเฮอริเคนอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เส้นทางที่คาดการณ์ในขณะนี้ยังทำให้พายุไม่ขึ้นฝั่งโดยตรง
นักอุตุนิยมวิทยายังจับตาผลกระทบในเมืองโฮโนลูลู ซึ่งอาจเผชิญฝนตกหนักเป็นระยะ และเสี่ยงเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ รวมถึงส่งผลกระทบต่อการเดินทาง โดยความรุนแรงของฝน ลม และคลื่นจะเพิ่มขึ้นหากพายุเคลื่อนเข้าใกล้หมู่เกาะมากขึ้น
สำหรับฮาวาย การเกิดพายุหมุนเขตร้อนที่ขึ้นฝั่งถือเป็นเหตุการณ์ที่พบไม่บ่อย โดยเฉพาะเกาะบิ๊กไอส์แลนด์ที่ผ่านมาเคยมีพายุโซนร้อน “ดาร์บี” ในปี 2559 และ “อิเซลล์” ในปี 2557 ที่ขึ้นฝั่ง ขณะที่ยังไม่เคยมีเฮอริเคนขึ้นฝั่งบนเกาะบิ๊กไอส์แลนด์โดยตรง
นักอุตุนิยมวิทยาเปรียบเทียบสถานการณ์ลาลากับเฮอริเคน “ฮอน” ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2567 ซึ่งเคลื่อนผ่านทางใต้ของบิ๊กไอส์แลนด์ห่างออกไปราว 50 ไมล์ แม้ไม่ได้ขึ้นฝั่ง แต่ทำให้บางพื้นที่มีฝนมากกว่า 2 ฟุต และเกิดน้ำท่วมอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงมีลมแรงกว่า 70 ไมล์ต่อชั่วโมง
ขณะเดียวกัน ลาลายังเป็นส่วนหนึ่งของฤดูเฮอริเคนในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันออกที่มีความเคลื่อนไหวสูง โดยมีปัจจัยจาก “เอลนีโญ” ที่กำลังทวีความรุนแรง ซึ่งอาจเพิ่มโอกาสให้เกิดพายุที่มีเส้นทางเข้าใกล้ฮาวายอีกในช่วงที่เหลือของฤดูกาล
ข้อมูล ณ วันที่ 16 สิงหาคม 2569 ระบุว่า ฤดูพายุในแปซิฟิกตะวันออกมีพายุที่ได้รับการตั้งชื่อแล้ว 8 ลูก และในจำนวนนี้เป็นเฮอริเคน 3 ลูก รวมถึงเฮอริเคนระดับ 5 “จีนีวีฟ” ขณะที่พายุ “เฟาสโต” เป็นพายุที่เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกถึงลองจิจูดของฮาวายมากที่สุดก่อนหน้านี้ โดยเคลื่อนผ่านทางเหนือของหมู่เกาะในช่วงปลายเดือนกรกฎาคม
สถานการณ์ของลาลาจึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญของฮาวาย ทั้งจากฝนมหาศาล น้ำท่วม ลมแรง และคลื่นทะเลอันตราย แม้พายุจะไม่ได้ขึ้นฝั่งโดยตรง แต่เหตุการณ์ครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า พายุที่เคลื่อนผ่าน “ใกล้” หมู่เกาะก็สามารถสร้างความเสียหายรุนแรงต่อชีวิตและทรัพย์สินได้เช่นกัน
- จับตาสถานการณ์น้ำ เตือน 12 จังหวัดเหนือ-อีสาน เฝ้าระวังฝนตกหนัก-น้ำท่วมฉับพลัน
- สทนช. เตือนระวัง 8 จังหวัด “แม่น้ำโขง” เพิ่มสูง 11-15 ส.ค. ฝนหนักในสปป.ลาว
- รัฐฯสั่งลุยรับมือภัยพิบัติเชิงรุก เหนือ-กลางตั้งศูนย์ 24 ชม. รับฝนหนัก-น้ำท่วม-ภัยแล้ง
- เปิดพื้นที่ “เงาฝน” เสี่ยงน้ำน้อยกลางส.ค. ก่อนฝนกลับมา 20-24 ส.ค.
- เตือน 7 จังหวัด ลุ่มน้ำเจ้าพระยา รับมือมวลน้ำเหนือ
ที่มาข้อมูล : Accuweather
ที่มารูปภาพ : Reuters
