ไฟป่า “กรีนแลนด์” มาเร็วผิดฤดูกาล สัญญาณเตือนโลกร้อนในอาร์กติกเริ่มแล้ว

Share on Line Share on Facebook Share on X
ไฟป่า “กรีนแลนด์”  มาเร็วผิดฤดูกาล สัญญาณเตือนโลกร้อนในอาร์กติกเริ่มแล้ว

การเกิดไฟป่าใน “กรีนแลนด์” ในเดือนมิถุนายนถือเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมาก และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญในปัจจุบัน

 

กรีนแลนด์เป็นเกาะในเขตอาร์กติกที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง โดยพื้นที่ที่ไม่มีน้ำแข็งจะเป็นลักษณะทุนดรา ซึ่งโดยปกติแทบไม่เกิดเหตุไฟไหม้พืชพรรณในช่วงต้นฤดูกาลเช่นนี้


จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า ก่อนปี 2008 ไม่เคยมีหลักฐานของไฟไหม้พืชพรรณในกรีนแลนด์มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม หลังจากปีดังกล่าวเป็นต้นมา พบว่าเหตุไฟป่าเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้น โดยในช่วงปี 2008–2020 มีการบันทึกเหตุการณ์รวม 21 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่อากาศร้อนและแห้ง ดังนั้น การเกิดไฟป่าในเดือนมิถุนายนจึงถือว่าเกิดขึ้นเร็วผิดปกติอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต


สรุปข่าว

กรีนแลนด์กำลังเผชิญเหตุไฟป่าในช่วงต้นปีที่ถือว่าเป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างมาก โดยนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าเหตุการณ์ดังกล่าวอาจเป็นอีกหนึ่งสัญญาณของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการที่ภูมิภาคอาร์กติกกำลังร้อนขึ้นอย่างรวดเร็วจากภาวะโลกร้อน

การเกิดไฟป่าใน “กรีนแลนด์” ในเดือนมิถุนายนถือเป็นเรื่องที่พบได้น้อยมาก และมีความเป็นไปได้สูงว่าจะเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก รวมถึงอิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญในปัจจุบัน

 

กรีนแลนด์เป็นเกาะในเขตอาร์กติกที่ส่วนใหญ่ปกคลุมด้วยน้ำแข็ง โดยพื้นที่ที่ไม่มีน้ำแข็งจะเป็นลักษณะทุนดรา ซึ่งโดยปกติแทบไม่เกิดเหตุไฟไหม้พืชพรรณในช่วงต้นฤดูกาลเช่นนี้


จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมพบว่า ก่อนปี 2008 ไม่เคยมีหลักฐานของไฟไหม้พืชพรรณในกรีนแลนด์มาก่อนเลย อย่างไรก็ตาม หลังจากปีดังกล่าวเป็นต้นมา พบว่าเหตุไฟป่าเริ่มเกิดขึ้นมากขึ้น โดยในช่วงปี 2008–2020 มีการบันทึกเหตุการณ์รวม 21 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในช่วงเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมที่อากาศร้อนและแห้ง ดังนั้น การเกิดไฟป่าในเดือนมิถุนายนจึงถือว่าเกิดขึ้นเร็วผิดปกติอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับสถิติในอดีต


พื้นที่ฝั่งตะวันตกของกรีนแลนด์ ซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดไฟป่าส่วนใหญ่ในช่วงหลัง ได้เผชิญสภาพอากาศที่ค่อนข้างแจ่มใสและมีปริมาณฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา แม้จะเอื้อต่อกิจกรรมกลางแจ้ง แต่ก็ทำให้พืชพรรณแห้งและติดไฟได้ง่ายขึ้น โดยเหตุไฟป่าที่เกิดขึ้นล่าสุดยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และสามารถควบคุมเพลิงได้อย่างรวดเร็วโดยหน่วยฉุกเฉินในพื้นที่

 

อย่างไรก็ตาม นักวิทยาศาสตร์มองว่า เหตุการณ์ลักษณะนี้อาจเป็นสัญญาณเตือนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในระบบนิเวศอาร์กติก ซึ่งกำลังอ่อนไหวต่อภาวะโลกร้อนมากขึ้น และอาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ถี่และรุนแรงกว่าเดิมในอนาคต

ที่มาข้อมูล : AFP

ที่มารูปภาพ : NASA