เลือกตั้งนิวซีแลนด์ยืดเยื้อ ไม่มีผู้ชนะชัดเจน คาดใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะได้รัฐบาล

Share on Line Share on Facebook Share on X
เลือกตั้งนิวซีแลนด์ยืดเยื้อ ไม่มีผู้ชนะชัดเจน คาดใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์กว่าจะได้รัฐบาล

นิวซีแลนด์กำลังเผชิญความเป็นไปได้ที่จะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งหลายเดือน ในการเจรจาต่อรองทางการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนออกมาสูสีอย่างมาก และยังไม่มีฝ่ายใดได้รับชัยชนะอย่างชัดเจน

คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ประกาศว่า พรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวาของเขาได้รับฉันทามติจากประชาชนให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แม้จะยอมรับว่าผลการเลือกตั้งยังสูสีเกินกว่าจะสรุปผลได้อย่างเด็ดขาด

สรุปข่าว

ผลการเลือกตั้งทั่วไปของนิวซีแลนด์ออกมาสูสีและไม่มีผู้ชนะที่ชัดเจน ส่งผลให้ต้องใช้เวลาอีกหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนในการเจรจาต่อรองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล แม้พรรคเนชันแนลของนายกรัฐมนตรี คริสโตเฟอร์ ลักซอน จะได้ที่นั่งมากที่สุดและมีแนวทางจัดตั้งรัฐบาลร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายขวาได้เฉียดฉิว แต่ต้องรอประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการหลังนับคะแนนพิเศษในวันที่ 27 พฤศจิกายนนี้ โดยท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพที่กดดันประชาชนอยู่ในขณะนี้

นิวซีแลนด์กำลังเผชิญความเป็นไปได้ที่จะต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งหลายเดือน ในการเจรจาต่อรองทางการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาล หลังผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนออกมาสูสีอย่างมาก และยังไม่มีฝ่ายใดได้รับชัยชนะอย่างชัดเจน

คริสโตเฟอร์ ลักซอน นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ ประกาศว่า พรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวาของเขาได้รับฉันทามติจากประชาชนให้จัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ แม้จะยอมรับว่าผลการเลือกตั้งยังสูสีเกินกว่าจะสรุปผลได้อย่างเด็ดขาด

ผลคะแนนเบื้องต้นระบุว่า พรรคเนชันแนล (National Party) ของลักซอนได้รับที่นั่งในรัฐสภามากที่สุด และหากรวมกับพรรคร่วมรัฐบาล ได้แก่ พรรค NZ First ซึ่งมีแนวคิดประชานิยม และพรรค ACT ซึ่งสนับสนุนแนวคิดเสรีนิยม จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภาอย่างเฉียดฉิวเพียง 2 ที่นั่งเท่านั้น

ลักซอนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในวันนี้ (8 พ.ย.) ว่า “ประชาชนชาวนิวซีแลนด์มอบจำนวนที่นั่งในรัฐสภาให้แก่เรามากที่สุด โดยขณะนี้เราได้ 42 ที่นั่ง และยังมีแนวทางที่จะจัดตั้งรัฐบาลได้” เขายืนยันว่า “ไม่มีข้อสงสัยใด ๆ เพราะได้รับฉันทามติจากประชาชนแล้ว”

ลักซอนกล่าวว่า พรรคเนชันแนลทำผลงานได้ค่อนข้างดี เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง และผลกระทบจากวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกที่เกิดขึ้นตามมา ซึ่งถูกมองอย่างกว้างขวางว่าเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ซ้ำเติมปัญหาเศรษฐกิจของนิวซีแลนด์

ด้านคริส ฮิปกินส์ ผู้นำพรรคแรงงาน (Labour Party) ซึ่งเป็นฝ่ายค้าน กล่าวติดตลกว่า แม้ประชาชนจะแสดงเจตจำนงผ่านการเลือกตั้งแล้ว แต่ “เราอาจต้องใช้เวลาอีกสักหน่อยกว่าจะเข้าใจได้อย่างชัดเจนว่าประชาชนกำลังบอกอะไรกับเรา”

แต่ผลคะแนนเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่า กลุ่มพรรคการเมืองฝ่ายซ้ายของฮิปกินส์ ซึ่งประกอบด้วยพรรคแรงงาน พรรคกรีน (Green Party) และพรรคเมารี (Māori Party) มีโอกาสค่อนข้างจำกัดในการรวบรวมเสียงเพื่อจัดตั้งรัฐบาล

ลักซอนจะทำหน้าที่บริหารรัฐบาลรักษาการต่อไป จนกว่าจะมีการประกาศผลคะแนนอย่างเป็นทางการหลังการนับคะแนนทั้งหมดในวันที่ 27 พฤศจิกายน

ผลคะแนนสุดท้ายจะรวมคะแนนพิเศษ หรือที่เรียกว่า “Special Votes” เกือบ 400,000 คะแนน ซึ่งในจำนวนนี้มีคะแนนประมาณ 100,000 คะแนนจากชาวนิวซีแลนด์ที่ลงคะแนนจากต่างประเทศ รวมถึงผู้ที่อาศัยอยู่ในนิวซีแลนด์แต่ไปลงคะแนนนอกเขตเลือกตั้งที่ตนเองมีชื่ออยู่

การเลือกตั้งที่สูสีอย่างมากในครั้งนี้ยังทำให้พรรคการเมืองขนาดเล็กได้รับความสนใจเป็นพิเศษ โดยเฉพาะพรรค Opportunity Party ซึ่งเป็นพรรคการเมืองสายกลางที่เพิ่งก่อตั้งและกำลังได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

ภายใต้ระบบการเลือกตั้งแบบสัดส่วนผสม หรือ Mixed-Member Proportional Representation (MMP) ของนิวซีแลนด์ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะต้องลงคะแนน 2 ใบ ได้แก่ ใบหนึ่งเลือกพรรคการเมืองจากบัญชีรายชื่อพรรค และอีกใบเลือกผู้สมัครสมาชิกรัฐสภาที่จะเป็นตัวแทนของเขตเลือกตั้งที่ตนอาศัยอยู่

ขณะเดียวกัน ชาวนิวซีแลนด์จำนวนมากกำลังเผชิญปัญหาในการหารายได้ให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง ขณะที่อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี

ที่มาข้อมูล : AFP

ที่มารูปภาพ : Reuters