เกาหลีเหนือโต้อียูแรง “ควรจัดการแค่เรื่องของตนเอง” กรณีร่างข้อมติสิทธิมนุษยชน

Share on Line Share on Facebook Share on X
เกาหลีเหนือโต้อียูแรง “ควรจัดการแค่เรื่องของตนเอง” กรณีร่างข้อมติสิทธิมนุษยชน

เกาหลีเหนือออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงต่อสหภาพยุโรป (EU) กรณีจัดทำร่างข้อมติของสหประชาชาติที่กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ โดยสำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือรายงานในวันนี้ (5 พ.ย.) ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือเรียกร้องให้ EU “ไปจัดการเรื่องของตัวเอง”

เกาหลีเหนือตกเป็นเป้าการกล่าวหาจากสหประชาชาติและฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นเวลานานว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงการดำเนินการค่ายกักกันนักโทษ การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเข้มงวด และการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศยังเป็นสิ่งที่คนภายนอกแทบไม่สามารถรับรู้ได้

สรุปข่าว

เกาหลีเหนือออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงต่อสหภาพยุโรป กรณียื่นร่างข้อมติของสหประชาชาติเพื่อประณามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ โดยระบุว่าเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริงและมีแรงจูงใจทางการเมือง พร้อมทั้งบอกให้อียูหันไปจัดการปัญหาภายในของตนเอง

เกาหลีเหนือออกมาตอบโต้อย่างรุนแรงต่อสหภาพยุโรป (EU) กรณีจัดทำร่างข้อมติของสหประชาชาติที่กล่าวถึงสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือ โดยสำนักข่าว KCNA ของเกาหลีเหนือรายงานในวันนี้ (5 พ.ย.) ว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือเรียกร้องให้ EU “ไปจัดการเรื่องของตัวเอง”

เกาหลีเหนือตกเป็นเป้าการกล่าวหาจากสหประชาชาติและฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์มาเป็นเวลานานว่า มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง รวมถึงการดำเนินการค่ายกักกันนักโทษ การจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นอย่างเข้มงวด และการจำกัดการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ขณะที่รายละเอียดเกี่ยวกับระบบกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของประเทศยังเป็นสิ่งที่คนภายนอกแทบไม่สามารถรับรู้ได้

นับตั้งแต่ปี 2005 เป็นต้นมา สมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติได้มีมติประณามการละเมิดสิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือเป็นประจำทุกปี

คณะผู้แทนเกาหลีเหนือประจำสหประชาชาติระบุในแถลงการณ์ที่เผยแพร่ผ่านสำนักข่าว KCNA ว่า “อียูได้ยื่น ‘ร่างข้อมติ’ อีกครั้ง โดยบิดเบือนนโยบายและสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลีอย่างโจ่งแจ้ง” ซึ่งรัฐบาลเกาหลีเหนือระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นเรื่องหลอกลวง และเป็นการยั่วยุที่มีแรงจูงใจทางการเมือง

แถลงการณ์ทิ้งท้ายว่า “อียูควรหันไปจัดการเรื่องของตัวเองเสียจะดีกว่า แทนที่จะพยายามขยายประเด็นเกี่ยวกับ ‘ปัญหาสิทธิมนุษยชน’ ที่ไม่มีอยู่จริงให้กลายเป็นเรื่องใหญ่”

คาดว่าร่างข้อมติดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาและลงมติโดยคณะกรรมาธิการชุดที่ 3 ของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติในช่วงปลายเดือนนี้ ก่อนจะถูกส่งต่อให้ที่ประชุมสมัชชาใหญ่เต็มคณะพิจารณาอนุมัติเป็นขั้นตอนสุดท้าย

ขณะที่ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติระบุเมื่อปีที่แล้วว่า สถานการณ์สิทธิมนุษยชนในเกาหลีเหนือไม่มีพัฒนาการที่ดีขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และในหลายกรณีกลับมีแนวโน้มเลวร้ายลงด้วย

ที่มาข้อมูล : AFP

ที่มารูปภาพ : Reuters