2 เกาหลีตึงเครียดเพิ่ม เกาหลีเหนือส่งหนังสือร้อง UN ประจำการปืนใหญ่ที่ชายแดน

สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังทางการเกาหลีเหนือส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อย้ำข้อกล่าวหาว่าเกาหลีใต้กุเรื่องเหตุการณ์ทุ่นระเบิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่มีรายงานว่าพบปืนใหญ่ “ฮาวอิตเซอร์” (howitzer) ซึ่งเป็นปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 122 มิลลิเมตรของเกาหลีเหนือประจำการอยู่ใกล้ชายแดนด้วย
สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า ในหนังสือที่ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) ผู้แทนเกาหลีเหนือประจำ UN ระบุว่า เกาหลีใต้กำลังใช้เหตุการณ์ทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นข้ออ้าง เพื่อกล่าวหาว่าการก่อสร้างแนวชายแดนของเกาหลีเหนือเป็นการรุกล้ำทางทหาร
เกาหลีเหนือยังเตือนในหนังสือฉบับดังกล่าวว่า การละเมิดอธิปไตยของประเทศอาจทำให้เกาหลีเหนือต้องใช้มาตรการป้องกันตนเอง พร้อมระบุว่าเกาหลีใต้จะต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมาทั้งหมด
ในเวลาต่อมาโฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้กล่าวในวันนี้ (26 ตุลาคม) ว่าหนังสือของเกาหลีเหนือดูเหมือนเป็นการย้ำจุดยืนเดิมของรัฐบาลเกาหลีเหนือและพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่เกาหลีเหนือเรียกว่า การปักปันแนวชายแดน ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ไม่มีความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำปืนใหญ่เข้าประจำการใกล้ชายแดนแต่ได้เสนอให้เกาหลีเหนือเปิดการเจรจาเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์สเปิดเผยว่าผู้สื่อข่าวของตนซึ่งประจำการอยู่ที่จุดชมวิวบริเวณชายแดนระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ พบว่าทางฝั่งเกาหลีเหนือมีการวางกำลังทหารอย่างหนาแน่น รวมถึงปืนใหญ่ที่พบก็ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนใกล้แนวชายแดน ซึ่งการนำปืนใหญ่ชนิดนี้เข้าประจำการใกล้ชายแดนและเปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
รอยเตอร์สยังเผยว่านอกจากปืนใหญ่แล้วยังพบยานเกราะของเกาหลีเหนือ 3 คัน ที่หันลำกล้องปืนไปทางทิศใต้ รวมถึงทหารเกาหลีเหนือประมาณ 20-30 นาย ซึ่งกำลังดำเนินงานติดตั้งรั้วภายในเขตปลอดทหาร (DMZ)
ด้าน อิม อึลชอล ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคยองนัมในกรุงโซล กล่าวว่า “เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง” ที่เกาหลีเหนือจะเปิดเผยตำแหน่งปืนใหญ่อัตตาจรของตนอย่างชัดเจนเช่นนี้ เขากล่าวเพิ่มเติมว่าการจงใจแสดงอาวุธดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณผ่านการกระทำ ไม่ใช่คำพูด ว่าเกาหลีเหนือตั้งใจบังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับชายแดนด้วยกำลัง แทนที่จะใช้การเจรจาหรือการพูดคุย เขายังระบุด้วยว่า การเคลื่อนไหวนี้เป็นการเตือนเกาหลีใต้ให้ระมัดระวังไม่ให้ความขัดแย้งบริเวณชายแดนทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันโดยไม่ตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม หนังสือของเกาหลีเหนือฉบับนี้ที่ถูกส่งไปยัง UNSC เป็นการตอบโต้หนังสือที่เกาหลีใต้ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเกาหลีใต้ระบุว่า เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาในเขตปลอดทหารเกิดจากทุ่นระเบิดที่ทหารเกาหลีเหนือวางไว้ และถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึกสงครามเกาหลี
ทั้งนี้ กองบัญชาการสหประชาชาติ (UN Command) ซึ่งกำกับดูแลเขตปลอดทหาร ระบุว่า ทุ่นระเบิดของเกาหลีเหนือที่วางข้ามแนวเส้นแบ่งเขตถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึก แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
สรุปข่าว
สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้เพิ่มสูงขึ้นในสัปดาห์นี้ หลังทางการเกาหลีเหนือส่งหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อย้ำข้อกล่าวหาว่าเกาหลีใต้กุเรื่องเหตุการณ์ทุ่นระเบิดเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา ขณะที่มีรายงานว่าพบปืนใหญ่ “ฮาวอิตเซอร์” (howitzer) ซึ่งเป็นปืนใหญ่อัตตาจรขนาด 122 มิลลิเมตรของเกาหลีเหนือประจำการอยู่ใกล้ชายแดนด้วย
สำนักข่าว KCNA ของทางการเกาหลีเหนือรายงานว่า ในหนังสือที่ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวานนี้ (25 ต.ค.) ผู้แทนเกาหลีเหนือประจำ UN ระบุว่า เกาหลีใต้กำลังใช้เหตุการณ์ทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นข้ออ้าง เพื่อกล่าวหาว่าการก่อสร้างแนวชายแดนของเกาหลีเหนือเป็นการรุกล้ำทางทหาร
เกาหลีเหนือยังเตือนในหนังสือฉบับดังกล่าวว่า การละเมิดอธิปไตยของประเทศอาจทำให้เกาหลีเหนือต้องใช้มาตรการป้องกันตนเอง พร้อมระบุว่าเกาหลีใต้จะต้องรับผิดชอบอย่างเต็มที่ต่อผลที่ตามมาทั้งหมด
ในเวลาต่อมาโฆษกกระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้กล่าวในวันนี้ (26 ตุลาคม) ว่าหนังสือของเกาหลีเหนือดูเหมือนเป็นการย้ำจุดยืนเดิมของรัฐบาลเกาหลีเหนือและพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับสิ่งที่เกาหลีเหนือเรียกว่า การปักปันแนวชายแดน ขณะที่ทางการเกาหลีใต้ไม่มีความเห็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการนำปืนใหญ่เข้าประจำการใกล้ชายแดนแต่ได้เสนอให้เกาหลีเหนือเปิดการเจรจาเพื่อคลี่คลายความตึงเครียดบริเวณชายแดนแล้ว
สำนักข่าวรอยเตอร์สเปิดเผยว่าผู้สื่อข่าวของตนซึ่งประจำการอยู่ที่จุดชมวิวบริเวณชายแดนระหว่างเกาหลีใต้และเกาหลีเหนือ พบว่าทางฝั่งเกาหลีเหนือมีการวางกำลังทหารอย่างหนาแน่น รวมถึงปืนใหญ่ที่พบก็ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนใกล้แนวชายแดน ซึ่งการนำปืนใหญ่ชนิดนี้เข้าประจำการใกล้ชายแดนและเปิดเผยให้เห็นอย่างชัดเจนถือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
รอยเตอร์สยังเผยว่านอกจากปืนใหญ่แล้วยังพบยานเกราะของเกาหลีเหนือ 3 คัน ที่หันลำกล้องปืนไปทางทิศใต้ รวมถึงทหารเกาหลีเหนือประมาณ 20-30 นาย ซึ่งกำลังดำเนินงานติดตั้งรั้วภายในเขตปลอดทหาร (DMZ)
ด้าน อิม อึลชอล ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยคยองนัมในกรุงโซล กล่าวว่า “เป็นเรื่องผิดปกติอย่างยิ่ง” ที่เกาหลีเหนือจะเปิดเผยตำแหน่งปืนใหญ่อัตตาจรของตนอย่างชัดเจนเช่นนี้ เขากล่าวเพิ่มเติมว่าการจงใจแสดงอาวุธดังกล่าวเป็นการส่งสัญญาณผ่านการกระทำ ไม่ใช่คำพูด ว่าเกาหลีเหนือตั้งใจบังคับใช้มาตรการเกี่ยวกับชายแดนด้วยกำลัง แทนที่จะใช้การเจรจาหรือการพูดคุย เขายังระบุด้วยว่า การเคลื่อนไหวนี้เป็นการเตือนเกาหลีใต้ให้ระมัดระวังไม่ให้ความขัดแย้งบริเวณชายแดนทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการปะทะกันโดยไม่ตั้งใจ
อย่างไรก็ตาม หนังสือของเกาหลีเหนือฉบับนี้ที่ถูกส่งไปยัง UNSC เป็นการตอบโต้หนังสือที่เกาหลีใต้ส่งถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยเกาหลีใต้ระบุว่า เหตุระเบิดเมื่อวันที่ 21 กันยายนที่ผ่านมาในเขตปลอดทหารเกิดจากทุ่นระเบิดที่ทหารเกาหลีเหนือวางไว้ และถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึกสงครามเกาหลี
ทั้งนี้ กองบัญชาการสหประชาชาติ (UN Command) ซึ่งกำกับดูแลเขตปลอดทหาร ระบุว่า ทุ่นระเบิดของเกาหลีเหนือที่วางข้ามแนวเส้นแบ่งเขตถือเป็นการละเมิดข้อตกลงสงบศึก แต่เกาหลีเหนือปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ดังกล่าว
- “คิม จอง-อึน” เยือนจีน ชมสะพานข้ามพรมแดนจีน-เกาหลีเหนือ
- เกาหลีเหนือวางทุ่นระเบิดในเขต DMZ เกือบ 1 ล้านลูก ตั้งแต่ปี 2024
- เกาหลีเหนือยิงทดสอบขีปนาวุธร่อนเชิงยุทธศาสตร์ 2 ลูกจากเรือดำน้ำ
- มือมีดเกาหลีใต้ ไล่แทงคนในซูเปอร์มาร์เก็ต บาดเจ็บ 8 ราย ผู้ก่อเหตุถูกจับแล้ว
- ลิทัวเนีย เปิดทางตั้งนิวเคลียร์ สู้ศึกรัสเซีย?
