แฮกเกอร์เจาะระบบ "ธนาคารเลือด" ทั่วฝรั่งเศส หลังเกิดเหตุแฮกตู้แช่แข็ง

Share on Line Share on Facebook Share on X
แฮกเกอร์เจาะระบบ "ธนาคารเลือด" ทั่วฝรั่งเศส หลังเกิดเหตุแฮกตู้แช่แข็ง

สำนักงานโลหิตแห่งฝรั่งเศส (French Blood Establishment หรือ EFS) เปิดเผยในวันนี้ (4 พฤศจิกายน) ว่า เมื่อวันจันทร์ (2 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมา เกิดเหตุแฮกเกอร์เจาะรบบเข้ามาปรับเพิ่มค่าอุณหภูมิและเกณฑ์การละลายน้ำแข็งในระบบควบคุมของสถานที่จัดเก็บพลาสมาแบบแช่เย็น 3 แห่ง ให้สูงขึ้นจนถึงระดับที่ผิดปกติอย่างมาก แต่ระบบตรวจสอบและระบบแจ้งเตือนสามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้ทันท่วงที ทำให้ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อตัวอย่างเลือดที่เก็บเอาไว้  


สรุปข่าว

เกิดเหตุแฮกเกอร์เจาะระบบ “ธนาคารเลือด” หลายแห่งในยุโรป ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ขัดขวางไว้ได้ทัน ทำให้ไม่มีถุงเลือดบริจาคใดได้รับความเสียหาย

สำนักงานโลหิตแห่งฝรั่งเศส (French Blood Establishment หรือ EFS) เปิดเผยในวันนี้ (4 พฤศจิกายน) ว่า เมื่อวันจันทร์ (2 พฤศจิกายน) ที่ผ่านมา เกิดเหตุแฮกเกอร์เจาะรบบเข้ามาปรับเพิ่มค่าอุณหภูมิและเกณฑ์การละลายน้ำแข็งในระบบควบคุมของสถานที่จัดเก็บพลาสมาแบบแช่เย็น 3 แห่ง ให้สูงขึ้นจนถึงระดับที่ผิดปกติอย่างมาก แต่ระบบตรวจสอบและระบบแจ้งเตือนสามารถตรวจพบความผิดปกติได้อย่างรวดเร็ว ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการได้ทันท่วงที ทำให้ไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อตัวอย่างเลือดที่เก็บเอาไว้  


เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดเหตุโจมตีตู้แช่แข็งในซูเปอร์มาเก็ตหลายแห่งทั่วยุโรปในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรงต่ออาหารแช่แข็งปริมาณหลายตัน มูลค่าความเสียหยหลายล้านยูโร


แถลงการณ์ระบุว่า ผลิตภัณฑ์ที่จัดเก็บอยู่ในสถานที่ดังกล่าว ประกอบด้วยถุงพลาสมาสำหรับใช้ในการถ่ายเลือดให้ผู้ป่วย และพลาสมาที่ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตยา  ซึ่งทั้งหมดได้รับการเคลื่อนย้ายไปยังสถานที่อื่น หรือได้รับการดูแลรักษาให้อยู่ในสภาพปลอดภัยแล้ว 


นอกจากนี้ EFS ยังยืนยันว่า การรับบริจาคโลหิตและการกระจายผลิตภัณฑ์เลือดยังคงดำเนินไปตามปกติโดยไม่มีการหยุดชะงัก ทำให้โรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่าง ๆ สามารถให้บริการผู้ป่วยได้อย่างต่อเนื่อง 


ขณะนี้หน่วยงานด้านความมั่นคงทางไซเบอร์แห่งชาติ และกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศสดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

ที่มาข้อมูล : Euronews

ที่มารูปภาพ : Canva