ทรัมป์บอกสงครามอิหร่านจะจบเร็วๆ นี้ แต่ส่งกองเรือใหม่ประจำการ ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ KCMO ว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลดลงตามมา นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ระลอกใหม่ โดยทรัมป์อาจออกคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าวหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
รายงานของสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า กองเรือโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ของกองทัพเรือสหรัฐฯ คาดว่าจะถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ มีกองเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้พร้อมกันถึง 3 กองเรือ
แหล่งข่าวในอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเครื่องบินลำเลียงทางทหารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ เดินทางไปยังฐานทัพอากาศโอฟดา และเนวาติม ของอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านได้รับจดหมายจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ
สำนักข่าว Tasnim ระบุว่า อิหร่านยืนกรานให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อของตน โดยยืนยันว่า “จุดยืนใด ๆ ที่บ่อนทำลายกรอบเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นข้อยุติของอิหร่าน ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน อิหร่านได้ส่งแผนระยะเวลา 7 วัน ซึ่งระบุเงื่อนไขสำหรับการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ให้แก่สหรัฐฯ ผ่านคนกลาง ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก
มีรายงานว่า นับตั้งแต่นั้นมา กรุงเตหะรานและกรุงวอชิงตันยังคงแลกเปลี่ยนข้อความเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวผ่านตัวกลางหลายฝ่าย รวมถึงกาตาร์
หวัง จิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสต์ของจีน กล่าวว่า แนวทางของสหรัฐฯ มีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง กล่าวคือ ในด้านหนึ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังเปิดโอกาสสำหรับการเจรจา
หวังกล่าวว่า “แนวทางของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านมีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง ระหว่างการแสดงจุดยืนแข็งกร้าวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจา โดยในช่วงที่ผ่านมา จุดยืนแข็งกร้าวถือเป็นลักษณะสำคัญของนโยบายสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลประการหนึ่งคือ เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สหรัฐฯ จำเป็นต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อสร้างแรงสนับสนุนภายในประเทศต่อนโยบายตะวันออกกลางของตน
อีกเหตุผลหนึ่งคือ สหรัฐฯ ต้องการรักษาแรงกดดันต่ออิหร่าน เพื่อบีบบังคับให้อิหร่านยอมผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการ”
ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังวางแผนกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมีการเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเป็นการโจมตีในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รุนแรง
รายงานของสำนักข่าว MS NOW ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนจากประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งให้ชาติพันธมิตรในภูมิภาคเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีระลอกสั้น ๆ แต่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 4 พฤศจิกายน หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังพยายามลดความตึงเครียด โดยแสดงความกังวลว่าอิหร่านอาจดำเนินมาตรการตอบโต้หากถูกโจมตี เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการทางทหารที่มีความละเอียดอ่อน ไม่ว่าแผนดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงสงวนทางเลือกทุกประการไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
สรุปข่าว
ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ KCMO ว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลดลงตามมา นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ระลอกใหม่ โดยทรัมป์อาจออกคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าวหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน
รายงานของสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า กองเรือโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ของกองทัพเรือสหรัฐฯ คาดว่าจะถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ มีกองเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้พร้อมกันถึง 3 กองเรือ
แหล่งข่าวในอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเครื่องบินลำเลียงทางทหารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ เดินทางไปยังฐานทัพอากาศโอฟดา และเนวาติม ของอิสราเอล
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านได้รับจดหมายจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ
สำนักข่าว Tasnim ระบุว่า อิหร่านยืนกรานให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อของตน โดยยืนยันว่า “จุดยืนใด ๆ ที่บ่อนทำลายกรอบเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นข้อยุติของอิหร่าน ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน อิหร่านได้ส่งแผนระยะเวลา 7 วัน ซึ่งระบุเงื่อนไขสำหรับการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ให้แก่สหรัฐฯ ผ่านคนกลาง ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก
มีรายงานว่า นับตั้งแต่นั้นมา กรุงเตหะรานและกรุงวอชิงตันยังคงแลกเปลี่ยนข้อความเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวผ่านตัวกลางหลายฝ่าย รวมถึงกาตาร์
หวัง จิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสต์ของจีน กล่าวว่า แนวทางของสหรัฐฯ มีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง กล่าวคือ ในด้านหนึ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังเปิดโอกาสสำหรับการเจรจา
หวังกล่าวว่า “แนวทางของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านมีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง ระหว่างการแสดงจุดยืนแข็งกร้าวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจา โดยในช่วงที่ผ่านมา จุดยืนแข็งกร้าวถือเป็นลักษณะสำคัญของนโยบายสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลประการหนึ่งคือ เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สหรัฐฯ จำเป็นต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อสร้างแรงสนับสนุนภายในประเทศต่อนโยบายตะวันออกกลางของตน
อีกเหตุผลหนึ่งคือ สหรัฐฯ ต้องการรักษาแรงกดดันต่ออิหร่าน เพื่อบีบบังคับให้อิหร่านยอมผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการ”
ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังวางแผนกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมีการเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเป็นการโจมตีในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รุนแรง
รายงานของสำนักข่าว MS NOW ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนจากประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งให้ชาติพันธมิตรในภูมิภาคเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีระลอกสั้น ๆ แต่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 4 พฤศจิกายน หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอม
รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังพยายามลดความตึงเครียด โดยแสดงความกังวลว่าอิหร่านอาจดำเนินมาตรการตอบโต้หากถูกโจมตี เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการทางทหารที่มีความละเอียดอ่อน ไม่ว่าแผนดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม
ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงสงวนทางเลือกทุกประการไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
- อิหร่านยืนยันเจรจายุติความขัดแย้งสหรัฐฯ ต้องเป็นตามเงื่อนไขที่อิหร่านเสนอ
- Bloomberg ยอมจ่ายแสนดอลลาร์ ให้ Truth Social เข้าถึงโพสต์ทรัมป์ก่อนใคร
- ช่วยค่าน้ำมันแพง! "ทรัมป์" แจกเงินอุ้มเกษตรกรชาวอเมริกัน 8,000 ล้านดอลลาร์
- "เปิดคำขู่อิหร่าน" เล็งสายเน็ตใต้ฮอร์มุซหากถูกโจมตีซ้ำ
- อิหร่านประกาศไม่ยอมให้เรือรบสหรัฐฯ เข้าอ่าวเปอร์เซีย-ใกล้อิหร่าน เตือนศักยภาพตอบโต้สูง
