ทรัมป์บอกสงครามอิหร่านจะจบเร็วๆ นี้ แต่ส่งกองเรือใหม่ประจำการ ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
ทรัมป์บอกสงครามอิหร่านจะจบเร็วๆ นี้ แต่ส่งกองเรือใหม่ประจำการ ?

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ KCMO ว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลดลงตามมา นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ระลอกใหม่ โดยทรัมป์อาจออกคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าวหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน

รายงานของสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า กองเรือโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ของกองทัพเรือสหรัฐฯ คาดว่าจะถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ มีกองเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้พร้อมกันถึง 3 กองเรือ

แหล่งข่าวในอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเครื่องบินลำเลียงทางทหารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ เดินทางไปยังฐานทัพอากาศโอฟดา และเนวาติม ของอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านได้รับจดหมายจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ

สำนักข่าว Tasnim ระบุว่า อิหร่านยืนกรานให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อของตน โดยยืนยันว่า “จุดยืนใด ๆ ที่บ่อนทำลายกรอบเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นข้อยุติของอิหร่าน ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน อิหร่านได้ส่งแผนระยะเวลา 7 วัน ซึ่งระบุเงื่อนไขสำหรับการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ให้แก่สหรัฐฯ ผ่านคนกลาง ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก

มีรายงานว่า นับตั้งแต่นั้นมา กรุงเตหะรานและกรุงวอชิงตันยังคงแลกเปลี่ยนข้อความเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวผ่านตัวกลางหลายฝ่าย รวมถึงกาตาร์

หวัง จิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสต์ของจีน กล่าวว่า แนวทางของสหรัฐฯ มีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง กล่าวคือ ในด้านหนึ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังเปิดโอกาสสำหรับการเจรจา

หวังกล่าวว่า “แนวทางของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านมีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง ระหว่างการแสดงจุดยืนแข็งกร้าวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจา โดยในช่วงที่ผ่านมา จุดยืนแข็งกร้าวถือเป็นลักษณะสำคัญของนโยบายสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลประการหนึ่งคือ เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สหรัฐฯ จำเป็นต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อสร้างแรงสนับสนุนภายในประเทศต่อนโยบายตะวันออกกลางของตน


อีกเหตุผลหนึ่งคือ สหรัฐฯ ต้องการรักษาแรงกดดันต่ออิหร่าน เพื่อบีบบังคับให้อิหร่านยอมผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการ”

ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังวางแผนกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมีการเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเป็นการโจมตีในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รุนแรง 

รายงานของสำนักข่าว MS NOW ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนจากประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งให้ชาติพันธมิตรในภูมิภาคเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีระลอกสั้น ๆ แต่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 4 พฤศจิกายน หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังพยายามลดความตึงเครียด โดยแสดงความกังวลว่าอิหร่านอาจดำเนินมาตรการตอบโต้หากถูกโจมตี เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการทางทหารที่มีความละเอียดอ่อน ไม่ว่าแผนดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงสงวนทางเลือกทุกประการไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

สรุปข่าว

ทรัมป์ระบุสงครามระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ขณะเดียวกัน ก็มีรายงานสหรัฐฯเตรียมโจมตีระลอกใหม่หลังเลือกตั้งกลางเทอม

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับสถานีวิทยุ KCMO ว่า ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านจะยุติลงในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงและสินค้าประเภทอื่น ๆ ปรับตัวลดลงตามมา นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า สหรัฐฯ จะไม่ยอมให้อิหร่านครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ตามรายงานของสื่อสหรัฐฯ เมื่อไม่นานมานี้ กองทัพสหรัฐฯ กำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดฉากโจมตีอิหร่านครั้งใหญ่ระลอกใหม่ โดยทรัมป์อาจออกคำสั่งให้ดำเนินการดังกล่าวหลังการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ในเดือนพฤศจิกายน

รายงานของสื่อสหรัฐฯ ระบุว่า กองเรือโจมตีเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Theodore Roosevelt ของกองทัพเรือสหรัฐฯ คาดว่าจะถูกส่งไปประจำการในภูมิภาคตะวันออกกลางในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจทำให้สหรัฐฯ มีกองเรือบรรทุกเครื่องบินประจำการในภูมิภาคนี้พร้อมกันถึง 3 กองเรือ

แหล่งข่าวในอิสราเอลเปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา มีเครื่องบินลำเลียงทางทหารขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ อย่างน้อย 10 ลำ เดินทางไปยังฐานทัพอากาศโอฟดา และเนวาติม ของอิสราเอล

อย่างไรก็ตาม สำนักข่าว Tasnim ของอิหร่านรายงานเมื่อวันพฤหัสบดีว่า อิหร่านได้รับจดหมายจากเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งส่งถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านความมั่นคงของอิหร่านแล้ว แต่ยังไม่ได้ตอบกลับ

สำนักข่าว Tasnim ระบุว่า อิหร่านยืนกรานให้สหรัฐฯ ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อของตน โดยยืนยันว่า “จุดยืนใด ๆ ที่บ่อนทำลายกรอบเงื่อนไขที่ชัดเจนและเป็นข้อยุติของอิหร่าน ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจยอมรับได้”

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน อิหร่านได้ส่งแผนระยะเวลา 7 วัน ซึ่งระบุเงื่อนไขสำหรับการยุติสงครามและการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ให้แก่สหรัฐฯ ผ่านคนกลาง ระหว่างการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ สมัยที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก

มีรายงานว่า นับตั้งแต่นั้นมา กรุงเตหะรานและกรุงวอชิงตันยังคงแลกเปลี่ยนข้อความเกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวผ่านตัวกลางหลายฝ่าย รวมถึงกาตาร์

หวัง จิ่น ผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลางและรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยนอร์ทเวสต์ของจีน กล่าวว่า แนวทางของสหรัฐฯ มีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง กล่าวคือ ในด้านหนึ่งแสดงท่าทีแข็งกร้าว แต่อีกด้านหนึ่งก็ยังเปิดโอกาสสำหรับการเจรจา

หวังกล่าวว่า “แนวทางของสหรัฐฯ ต่ออิหร่านมีลักษณะที่ดูเหมือนขัดแย้งกันเอง ระหว่างการแสดงจุดยืนแข็งกร้าวกับการเปิดกว้างต่อการเจรจา โดยในช่วงที่ผ่านมา จุดยืนแข็งกร้าวถือเป็นลักษณะสำคัญของนโยบายสหรัฐฯ ด้วยเหตุผลประการหนึ่งคือ เมื่อการเลือกตั้งกลางเทอมใกล้เข้ามา สหรัฐฯ จำเป็นต้องแสดงท่าทีแข็งกร้าวเพื่อสร้างแรงสนับสนุนภายในประเทศต่อนโยบายตะวันออกกลางของตน


อีกเหตุผลหนึ่งคือ สหรัฐฯ ต้องการรักษาแรงกดดันต่ออิหร่าน เพื่อบีบบังคับให้อิหร่านยอมผ่อนปรนเงื่อนไขบางประการ”

ขณะเดียวกัน สื่อสหรัฐฯรายงานเมื่อวันศุกร์ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ กำลังวางแผนกลับมาโจมตีอิหร่านอีกครั้งภายหลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมีการเตรียมความพร้อมสำหรับปฏิบัติการทางทหารที่อาจเป็นการโจมตีในช่วงเวลาสั้น ๆ แต่รุนแรง 

รายงานของสำนักข่าว MS NOW ระบุว่า เจ้าหน้าที่ระดับสูง 3 คนจากประเทศในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเปิดเผยว่า รัฐบาลทรัมป์ได้แจ้งให้ชาติพันธมิตรในภูมิภาคเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีระลอกสั้น ๆ แต่รุนแรง ซึ่งอาจเกิดขึ้นเร็วที่สุดในวันที่ 4 พฤศจิกายน หรือหนึ่งวันหลังการเลือกตั้งกลางเทอม

รายงานระบุเพิ่มเติมว่า ชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียกำลังพยายามลดความตึงเครียด โดยแสดงความกังวลว่าอิหร่านอาจดำเนินมาตรการตอบโต้หากถูกโจมตี เจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวรายหนึ่งกล่าวว่า รัฐบาลจะไม่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแผนการทางทหารที่มีความละเอียดอ่อน ไม่ว่าแผนดังกล่าวจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม

ทั้งนี้ ทรัมป์ยังคงสงวนทางเลือกทุกประการไว้ เพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันได้ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters