ประธานาธิบดีโปแลนด์ยกเลิกบินด่วน เร่งคุมเหตุประท้วง ขัดแย้งรัฐบาล-ผู้พิพากษา

Share on Line Share on Facebook Share on X
ประธานาธิบดีโปแลนด์ยกเลิกบินด่วน เร่งคุมเหตุประท้วง ขัดแย้งรัฐบาล-ผู้พิพากษา

คาโรล นาฟร็อตสกี ประธานาธิบดีโปแลนด์ ยกเลิกการเยือนเซเนกัลกระทันหัน จากตอนแรกต้องไปร่วมงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อนในกรุงดาการ์ เขาต้องเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญในกรุงวอร์ซอ เพื่อจัดการกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ระหว่างรัฐบาลและผู้พิพากษาสูงของศาล ล่าสุดได้ส่งตำรวจปราบจลาจลไปประจำการแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้ประท้วงเข้าไปในศาล เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม

ข้อพิพาทครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทุสก์ กับกลุ่มผู้มีอำนาจในยุคก่อนหน้าจากพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (PiS) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา

การเข้าควบคุมพื้นที่ของตำรวจเกิดขึ้นหลังจาก วัลเดมาร์ ซูเรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เขาได้ขอให้ถอดเอกสิทธิ์คุ้มกันการดำเนินคดีของโบกดาน ชเวนชคอฟสกี ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และบาร์ตโลเมียจ โซคันสกี รองประธานศาล เพื่อเปิดทางให้ดำเนินคดีอาญากับทั้งสองคน

สรุปข่าว

ประธานาธิบดีโปแลนด์ต้องยกเลิกภารกิจต่างประเทศและส่งตำรวจปราบจลาจลเข้าควบคุมสถานการณ์หน้าศาลรัฐธรรมนูญในกรุงวอร์ซอ หลังเกิดเหตุประท้วงและความขัดแย้งรุนแรงระหว่างรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทุสก์ กับผู้พิพากษาศาลสูง ความขัดแย้งนี้สืบเนื่องมาจากความพยายามของรัฐบาลในการดำเนินคดีกับผู้บริหารศาลรัฐธรรมนูญและปฏิรูประบบยุติธรรมเพื่อลบล้างอิทธิพลของพรรคการเมืองฝ่ายขวา (PiS) ที่เคยแต่งตั้งผู้พิพากษาโดยมิชอบในอดีต ขณะที่ฝ่ายสนับสนุนพรรค PiS และประธานาธิบดีมองว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการแทรกแซงและขัดต่อหลักกฎหมาย

คาโรล นาฟร็อตสกี ประธานาธิบดีโปแลนด์ ยกเลิกการเยือนเซเนกัลกระทันหัน จากตอนแรกต้องไปร่วมงานแข่งขันกีฬาโอลิมปิกเยาวชนฤดูร้อนในกรุงดาการ์ เขาต้องเดินทางไปยังศาลรัฐธรรมนูญในกรุงวอร์ซอ เพื่อจัดการกับความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ระหว่างรัฐบาลและผู้พิพากษาสูงของศาล ล่าสุดได้ส่งตำรวจปราบจลาจลไปประจำการแล้ว เพื่อไม่ให้ผู้ประท้วงเข้าไปในศาล เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม

ข้อพิพาทครั้งนี้เกิดขึ้นระหว่างรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีโดนัลด์ ทุสก์ กับกลุ่มผู้มีอำนาจในยุคก่อนหน้าจากพรรคกฎหมายและความยุติธรรม (PiS) ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา

การเข้าควบคุมพื้นที่ของตำรวจเกิดขึ้นหลังจาก วัลเดมาร์ ซูเรก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า เขาได้ขอให้ถอดเอกสิทธิ์คุ้มกันการดำเนินคดีของโบกดาน ชเวนชคอฟสกี ประธานศาลรัฐธรรมนูญ และบาร์ตโลเมียจ โซคันสกี รองประธานศาล เพื่อเปิดทางให้ดำเนินคดีอาญากับทั้งสองคน

ทุสก์ให้คำมั่นว่าจะทำให้กระบวนการยุติธรรมปลอดจากการแทรกแซงทางการเมือง ขณะที่ผู้สนับสนุนพรรค PiS รวมตัวประท้วงอยู่ด้านนอกศาลในกรุงวอร์ซอ


ด้านศาลรัฐธรรมนูญระบุผ่านโพสต์บนสื่อสังคมออนไลน์ว่า ผู้พิพากษา 2 คนที่รัฐบาลต้องการดำเนินคดีด้วยนั้น ยังคงเป็นผู้พิพากษาระดับสูงของศาลที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และบุคคลทุกคนที่เข้าร่วมการดำเนินการเหล่านี้กำลังก่ออาชญากรรมฐานรัฐประหาร


ด้านทุสก์โพสต์ข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่า “การฟื้นฟูหลักนิติธรรมเป็นหน้าที่ของเรา หลังจากหลายปีที่พรรคกฎหมายและความยุติธรรมใช้อำนาจโดยไม่เคารพกฎหมาย นี่เป็นกระบวนการที่ยากและบางครั้งก็เจ็บปวด ซึ่งจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาด ไม่มีทางอื่น”


รัฐบาลที่นำโดยพรรค PiS เข้ารับตำแหน่งในปี 2015 และเร่งแต่งตั้งผู้พิพากษาเข้าสู่ศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้พรรคมีเสียงข้างมากในศาล เนื่องจากศาลมีอำนาจวินิจฉัยว่ากฎหมายที่ออกมานั้นชอบด้วยกฎหมายหรือไม่


ต่อมา ศาลยุโรปที่สำคัญ ได้แก่ ศาลสิทธิมนุษยชนแห่งยุโรป และศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป มีคำวินิจฉัยว่า ผู้พิพากษา 3 คนของพรรค PiS ได้รับการเลือกตั้งอย่างไม่ถูกต้อง เนื่องจากเป็นการแต่งตั้งซ้ำในตำแหน่งที่รัฐสภาชุดก่อนหน้าได้แต่งตั้งบุคคลเข้าดำรงตำแหน่งอย่างถูกต้องแล้ว


ศาลยุโรปทั้งสองแห่งวินิจฉัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญโปแลนด์ไม่ใช่ “ศาลที่เป็นอิสระและเป็นกลาง” อีกต่อไป และรัฐบาลของทุสก์ได้นำคำวินิจฉัยเหล่านี้มาใช้เป็นเหตุผลในการระงับการเผยแพร่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ


ทุสก์ไม่สามารถยกเลิกการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในยุคพรรค PiS ได้ทั้งหมด ส่วนหนึ่งเป็นเพราะนาฟร็อตสกีและอันด์แชย์ ดูดา อดีตประธานาธิบดีที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรค PiS ใช้อำนาจวีโต้ของประธานาธิบดีขัดขวางความพยายามของเขา


นอกจากนี้ นาฟร็อตสกียังปฏิเสธที่จะรับรองการแต่งตั้งผู้พิพากษาศาลรัฐธรรมนูญ 5 คนที่รัฐสภาเลือกตั้งตั้งแต่เดือนมีนาคม โดยให้เหตุผลว่ากระบวนการคัดเลือกมีข้อบกพร่อง


หนึ่งในผู้พิพากษาดังกล่าวคือ อันนา คอร์วิน-ปิโอทรอฟสกา ซึ่งขณะนี้ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ดูแลศาลเป็นการชั่วคราว

ที่มาข้อมูล : BBC

ที่มารูปภาพ : AFP