จากเซลล์แมนวัย 26 ปีสู่ทายาทเจ้าชายเบลเยียมเป็นไปได้อย่างไร ?

Share on Line Share on Facebook Share on X
จากเซลล์แมนวัย 26 ปีสู่ทายาทเจ้าชายเบลเยียมเป็นไปได้อย่างไร ?

จากเซลล์แมนหนุ่มวัย 26 ปี สู่สมาชิกราชวงศ์เบลเยียม หลังจากเจ้าชายโลรองต์แห่งเบลเยียมให้การรับรองว่าเป็นลูกชายและเป็นทายาททางกฎหมาย


เครมองต์ แวนเดนเคอร์คโฮฟ หนุ่มเซลล์แมนผู้นี้ เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายโลรองต์กับ เวนดี้ แวน วอนเทน นักร้องสาวชาวเบลเยียม ตัวเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวราชวงศ์เบลเยียมอย่างเงียบ ๆ ในพิธีที่ศาลากลางเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่รายละเอียดต่าง ๆ เพิ่งมีการเปิดเผยออกมา


แม้เขาจะกลายเป็นเจ้าชายแบบงง ๆ แต่เขาก็จะไม่ได้รับเงินจากราชวงศ์แต่อย่างใด


เจ้าชายองค์ใหม่ทรงมีเวลาหลายปีในการทำความคุ้นเคยกับการมีพระบิดาเป็นเชื้อพระวงศ์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ พระองค์ตรัสว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มใช้นามสกุลของพระบิดาคือ ซัคเซ-โคบูร์ก หรือไม่ เพราะเขาก็ภูมิใจกับนามสกุล แวนเดนเคิร์คโฮฟ ซึ่งเขารู้สึกว่า ถ้าเปลียนนามสกุลก็เป็นเหมือนการทรยศแม่ของเขา


ทั้งนี้ พ่อของเขาเคยคบหากับเวนดี้ แวน วอนเทน ซึ่งชื่อจริงคือ ไอริส แวนเดนเคอร์คโฮฟ ก่อนที่จะแต่งงานกับเจ้าหญิงแคลร์ในปี 2003 และเขาจะไม่มีโอกาสเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์เหมืองอย่าง เจ้าหญิงลุยส์ น้องสาวต่างมารดา และเจ้าชายอายเมอริกและเจ้าชายนิโคลัส พี่น้องต่างมารดาของเขา และเขาก็จะไม่มีส่วนร่วมในงานของราชวงศ์ด้วย


สรุปข่าว

จากเซลล์แมนหนุ่มวัย 26 ปี สู่สมาชิกเชื้อพระวงศ์เบลเยียม หลังเจ้าชายโลรองต์ทรงรับรองว่าเป็นพระโอรสจากความสัมพันธ์ครั้งก่อน และผลตรวจดีเอ็นเอยืนยันความเป็นบิดา 99.5% แต่เขาจะไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากราชวงศ์ ไม่อยู่ในลำดับสืบราชสันตติวงศ์ และไม่มีบทบาทในงานราชวงศ์

จากเซลล์แมนหนุ่มวัย 26 ปี สู่สมาชิกราชวงศ์เบลเยียม หลังจากเจ้าชายโลรองต์แห่งเบลเยียมให้การรับรองว่าเป็นลูกชายและเป็นทายาททางกฎหมาย


เครมองต์ แวนเดนเคอร์คโฮฟ หนุ่มเซลล์แมนผู้นี้ เกิดจากความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าชายโลรองต์กับ เวนดี้ แวน วอนเทน นักร้องสาวชาวเบลเยียม ตัวเขาได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวราชวงศ์เบลเยียมอย่างเงียบ ๆ ในพิธีที่ศาลากลางเมื่อ 6 เดือนก่อน แต่รายละเอียดต่าง ๆ เพิ่งมีการเปิดเผยออกมา


แม้เขาจะกลายเป็นเจ้าชายแบบงง ๆ แต่เขาก็จะไม่ได้รับเงินจากราชวงศ์แต่อย่างใด


เจ้าชายองค์ใหม่ทรงมีเวลาหลายปีในการทำความคุ้นเคยกับการมีพระบิดาเป็นเชื้อพระวงศ์ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ พระองค์ตรัสว่า ยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มใช้นามสกุลของพระบิดาคือ ซัคเซ-โคบูร์ก หรือไม่ เพราะเขาก็ภูมิใจกับนามสกุล แวนเดนเคิร์คโฮฟ ซึ่งเขารู้สึกว่า ถ้าเปลียนนามสกุลก็เป็นเหมือนการทรยศแม่ของเขา


ทั้งนี้ พ่อของเขาเคยคบหากับเวนดี้ แวน วอนเทน ซึ่งชื่อจริงคือ ไอริส แวนเดนเคอร์คโฮฟ ก่อนที่จะแต่งงานกับเจ้าหญิงแคลร์ในปี 2003 และเขาจะไม่มีโอกาสเป็นผู้สืบราชสันตติวงศ์เหมืองอย่าง เจ้าหญิงลุยส์ น้องสาวต่างมารดา และเจ้าชายอายเมอริกและเจ้าชายนิโคลัส พี่น้องต่างมารดาของเขา และเขาก็จะไม่มีส่วนร่วมในงานของราชวงศ์ด้วย


แวนเดนเคอร์คโฮฟเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ชาวเบลเยียมอยู่แล้ว จากสารคดีทางโทรทัศน์เมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ที่เกี่ยวกับตัวเขาและพระบิดา


ในสารคดีดังกล่าว เคลมองต์เล่าถึงการพบกับพระบิดาโดยไม่คาดคิดในห้างสรรพสินค้าในปี 2013 โดยไม่รู้ว่าเจ้าชายพระองค์นี้เป็นใคร จนกระทั่งเขาอายุ 16 ปี แม่ของเขาจึงเปิดเผยตัวตนของพ่อให้เขาได้ทราบ


สี่ปีต่อมา เขารวบรวมความกล้าโทรหาพระบิดา และหลังจากโทรศัพท์คุยกันอีกหลายครั้ง พวกเขาก็ได้พบกัน และในที่สุดเจ้าชายโลรองต์ก็แนะนำให้ตรวจดีเอ็นเอ


พวกเขาทั้งคู่ไปโรงพยาบาลด้วยกัน จากนั้นเขาก็ได้รับอีเมลจากห้องปฏิบัติการซึ่งแจ้งว่าดีเอ็นเอตรงกัน 99.5%


การตรวจดีเอ็นเอของเจ้าชายโลรองต์ชวนให้นึกถึงพระบิดาของพระองค์ สมเด็จพระราชาธิบดีอัลเบิร์ตที่ 2 ซึ่งเคยต้องตรวจดีเอ็นเอเพื่อพิสูจน์ความเป็นพ่อ ในปี 2020 พระองค์ยอมรับว่า พระองค์มีพระธิดาที่เกิดจากความสัมพันธ์นอกสมรส และสุดท้ายก็ยอมรับเธอเป็นบุตรบุญธรรม ก่อนที่จะสละราชสมบัติในปี 2013 จากเรื่องอื้อฉาวดังกล่าว


เดลฟีน โบเอล ลูกสาวนอกสมรสที่เป็นศิลปินชื่อดัง ชนะคดีในศาลและได้รับตำแหน่งเจ้าหญิง ปัจจุบันเรียกตัวเองว่า เจ้าหญิง เดลฟีน เดอ ซัคเซ-โคบูร์ก


ภายใต้กฎหมายของเบลเยียมที่เพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงในปี 2013 มีเพียงสมาชิกราชวงศ์บางส่วนเท่านั้นที่มีสิทธิ์ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล ได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดีฟิลิปป์ สมเด็จพระราชาธิบดีอัลเบิร์ตที่ 2 เจ้าชายโลรองต์ และเจ้าหญิงแอสตริด

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters