"สีหศักดิ์" แถลงโต้ ​รายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส' ปมกล่าวหาไทย-ชี้ไม่เป็นกลาง

Share on Line Share on Facebook Share on X
"สีหศักดิ์" แถลงโต้ ​รายงาน 'ทอม แอนดรูว์ส' ปมกล่าวหาไทย-ชี้ไม่เป็นกลาง

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวในวันนี้ ถึงท่าทีของไทย ต่อแถลงการณ์ของนายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาติ ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา - โดยชี้ว่า มีการพาดพิงถึงประเทศไทย - ย้ำท่าทีของรัฐบาล ที่มีหลายประเด็นไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับในรายงานดังกล่าว


นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า รายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในกัมพูชาโดย นายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชานั้น  เป็นเพียง “ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้รายงาน” ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา อภิปราย หรือรับรองจากประเทศสมาชิก HRC ในนครเจนีวาแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า รายงานนี้ไม่ใช่รายงานของสหประชาชาติ (UN) แต่เป็นรายงานของเจ้าตัว ตามอานัติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) 


สรุปข่าว

นายสีหศักดิ์ยืนยันไทยไม่ยอมรับรายงานผู้รายงานพิเศษยูเอ็นที่พาดพิงไทย ชี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล ขาดความเป็นกลาง และเตรียมส่งหนังสือชี้แจงต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ

นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงข่าวในวันนี้ ถึงท่าทีของไทย ต่อแถลงการณ์ของนายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาติ ว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชา - โดยชี้ว่า มีการพาดพิงถึงประเทศไทย - ย้ำท่าทีของรัฐบาล ที่มีหลายประเด็นไม่เห็นด้วย และไม่ยอมรับในรายงานดังกล่าว


นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันว่า รายงานเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในกัมพูชาโดย นายทอม แอนดรูว์ส ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในกัมพูชานั้น  เป็นเพียง “ความคิดเห็นส่วนตัวของผู้รายงาน” ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณา อภิปราย หรือรับรองจากประเทศสมาชิก HRC ในนครเจนีวาแต่อย่างใด พร้อมย้ำว่า รายงานนี้ไม่ใช่รายงานของสหประชาชาติ (UN) แต่เป็นรายงานของเจ้าตัว ตามอานัติของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) 


สิ่งที่กังวลในรายงานนั้น มีหลายประเด็นที่พาดพิงประเทศไทย นำเสนอถึงความขัดแย้ง ผู้ไร้ที่อยู่ผู้ที่พลัดถิ่นในประเทศ แรงงานกังพูชาที่ต้องกลับประเทศ แต่ที่ห่วงคือ การพาดพิงนั้นไม่มีการตรวจสอบกับฝ่ายไทย ทำให้เป็นห่วงการทำงานของนายทอม แอนดรูว์ส ที่ต้องเน้นหลักความเป็นกลาง เที่ยงธรรม ไม่ลำเอียง และที่ห่วงเป็นพิเศษเป็นพิเศษ คือ ฝ่ายกัมพูชาประโคมข่าว และคัดเลือกแค่ประเด็นที่มีผลกระทบกับประเทศไทยไปขยายผลต่อ เพื่อโฆษณาชวนเชื่อในวัตถุประสงค์ทางการเมือง ทั้งที่ผู้นำทั้งสองประเทศเพิ่งหารือสร้างความเข้าใจกันในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่เซบู ฟิลิปปินส์


ส่วนที่กล่าวหาว่า มีชาวกัมพูชาไร้ที่อยู่อาศัย ไม่สามารถกลับฟภูมิลำเนาได้ 650,000 คนนั้น นายสีหศักดิ์ชี้ว่า เป็นตัวเลขที่ไม่เป็นความจริง ซึ่งตัวเลขดังกล่วคือการนับรวมชาวกัมพูชาที่รุกล้ำเข้ามาตั้งหมู่บ้านในเขตไทยตั้งแต่สงครามกลางเมืองเมื่อ 50 ปีก่อน จึงไม่อยู่ในข่าย "ผู้ถูกพลัดถิ่นในประเทศ" อีกทั้งรายงานกลับมองข้ามความสูญเสียของไทยที่ต้องอพยพคนกว่า 400,000 คนจากความขัดแย้งที่กัมพูชาเป็นฝ่ายเริ่ม  


นายสีหศักดิ์ ยังกล่าวว่า สิ่งที่ประเทศไทยรับไม่ได้ คือ การไม่พูดถึงความสูญเสียของประเทศไทยเลย ทั้งที่เกิดจากฝ่ายกัมพูชาเป็นผู้เริ่ม ดังนั้น ถ้าจะให้รายงานเป็นธรรม ต้องรายงานความสูญเสียของฝ่ายไทยด้วย 


ส่วนข่าวที่ว่าไทยบังคับส่งกลับแรงงานกัมพูชาจนเป็นภาระนั้น ไม่เป็นความจริง ไทยไม่เคยบังคับกดดัน แต่เป็นรัฐบาลกัมพูชาเองที่เรียกร้องให้ประชาชนตนเองกลับประเทศ เมื่อกลับไปแล้วไม่มีงานทำ รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องรับผิดชอบเอง


รองนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ในรายงานของนายแอนดรูว์ส มีหลายประเด็น แต่กัมพูชาเลือกหยิบยกเฉพาะประเด็นที่ใช้โจมตีไทย ทั้งที่ในรายงานของนายแอนดรูว์สยังมีข้อห่วงใยเรื่องสำคัญระดับสากลอีกมากที่กัมพูชาต้องแก้ไข เช่น เสรีภาพทางการเมืองและการแสดงความเห็น อาชญากรรมข้ามชาติ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ / ออนไลน์สแกม และ การค้ามนุษย์  ซึ่งไทยในฐานะสมาชิก HRC พร้อมจะดันเรื่อง การปราบปรามสแกมเมอร์ และ การเก็บกวาดทุ่นระเบิด เข้าสู่การพิจารณาของ HRC ในสมัยหน้า เพื่อให้มีมติร่วมกันในระดับสากล


นายสีหศักดิ์ ชี้ว่า หลังจากนี้ไทยจะทำหนังสือคำชี้แจง ความกังวล และข้อห่วงใย ถึง ประธานคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน และสำนักงานข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน


ที่มาข้อมูล : MFA

ที่มารูปภาพ : MFA