กต. ดันสตาร์ตอัปไทยพร้อมบุกตลาดยุโรป ดึงตัวตึงวงการบ่มเพาะ - เร่งโตธุรกิจ เจาะตลาดสินค้าเพื่อความยั่งยืน

Share on Line Share on Facebook Share on X
กต. ดันสตาร์ตอัปไทยพร้อมบุกตลาดยุโรป ดึงตัวตึงวงการบ่มเพาะ - เร่งโตธุรกิจ เจาะตลาดสินค้าเพื่อความยั่งยืน

กระทรวงการต่างประเทศ กรมยุโรป ร่วมกับ Knowledge Xchange (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน กรีน เทคไบต์ ทูวาร์ดส อียู มาร์เก็ต ซีซัน 2 (Green TECHBITE Towards EU Market Season 2) เพื่อเตรียมความพร้อมให้สตาร์ตอัปไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นตลาดเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 500 ล้านล้านบาท และมีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดที่สุดในโลก



สรุปข่าว

กระทรวงการต่างประเทศ กรมยุโรป ร่วมกับ Knowledge Xchange (KX) ดึงสตาร์ตอัปไทยที่มีศักยภาพกว่า 12 ทีม มายกระดับความพร้อมบุกตลาดสหภาพยุโรป โดยมีตัวจริงในด้านสตาร์ตอัป ส่งตรงจากยุโรปมาแนะนำกันถึงในไทย

กระทรวงการต่างประเทศ กรมยุโรป ร่วมกับ Knowledge Xchange (KX) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี จัดงาน กรีน เทคไบต์ ทูวาร์ดส อียู มาร์เก็ต ซีซัน 2 (Green TECHBITE Towards EU Market Season 2) เพื่อเตรียมความพร้อมให้สตาร์ตอัปไทยขยายธุรกิจสู่ตลาดสหภาพยุโรป (EU) ซึ่งเป็นตลาดเดี่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก มูลค่ากว่า 15 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือ 500 ล้านล้านบาท และมีมาตรฐานด้านความยั่งยืนที่เข้มงวดที่สุดในโลก



ดึง 3 ผู้เชี่ยวชาญยุโรป บ่มเพาะ - เร่งโต สตาร์ตอัปไทย

โดยในงานได้ดึงนักลงทุนและตัวแทนเครือข่ายธุรกิจชั้นนำ 3 แห่ง ได้แก่ 

  1. Start2 Group ผู้บ่มเพาะสตาร์ตอัป (Incubator) ที่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจพลังงาน สิ่งแวดล้อม ดิจิทัล จากเยอรมนี 
  2. 3T Invest บริษัทร่วมทุนที่สนใจสตาร์ตอัปเทคโนโลยี Climate Tech และสุขภาพจากสวีเดน 
  3. Maria 01 เครือข่ายสตาร์ตอัปที่มีเครือข่ายมากที่สุดในยุโรปจากฟินแลนด์

มาช่วยบ่มเพาะและเร่งการเติบโต (Accelerator) ให้กับเหล่าสตาร์ตอัปไทยกว่า 12 ทีม ชี้จุดแข็ง ความท้าทาย และแนวทางเตรียมตัวสำหรับการสร้างสินค้าและบริการสู่ตลาดสหภาพยุโรป

โดยผู้เชี่ยวชาญได้ดึงจุดสำคัญสำหรับการเติบโตของสตาร์ตอัปไทยแต่ละแง่มุมมาเป็นแกนหลักในการพัฒนาและเตรียมความพร้อม เช่น การประเมินว่าสินค้านั้นตอบโจทย์กับตลาดใหม่ ๆ ในยุโรปหรือไม่ หรือการดึงเอาจุดแข็งของสินค้าตัวเองมาผสานกับความเชี่ยวชาญ หรือความต้องการที่ขาดหายไปในตลาดยุโรป อาทิ สินค้าเกษตรที่ยกระดับด้วยเทคนิคการประยุกต์ใช้ในยุโรป 


สตาร์ตอัปไทยสะท้อนแนวคิด - ความท้าทายบุกตลาดยุโรป

ด้านสตาร์ตอัปไทยที่ร่วมโครงการ มองว่า สิ่งที่ได้เห็นจากคำแนะนำทั้ง 3 แห่ง คือ ทุกขั้นตอนที่จำเป็นสำหรับการเตรียมความพร้อมไปสู่ตลาดสหภาพยุโรป เช่น การวิเคราะห์จุดแข็งทางการตลาด พฤติกรรมผู้บริโภค ข้อกำหนดทางกฎหมาย พร้อมแนวทางการหาทุนและช่องทางการเติบโตของตนเอง

โดยผู้เชี่ยวชาญจากยุโรปทั้ง 3 แห่ง ได้ร่วมให้คำแนะนำทั้งในรูปแบบการให้คำปรึกษารายทีม รวมถึงการเสวนา (Panel Discussion) ตลอดจนสร้างเครือข่ายร่วมกับเอกชนและทูตการค้าจากยุโรปอีกด้วย

สตาร์ตอัปไทยไม่ได้แพ้ใคร แต่ขาดเครือข่ายและช่องทางที่เหมาะสม

สตาร์ตอัปทั้ง 12 ทีม มีจุดแข็งในด้านผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เช่น พลังงานไฮโดรเจน ใยผ้าทางเลือก บรรจุภัณฑ์ชีวภาพ หรือบริการต่าง ๆ ที่มีศักยภาพในตลาดสหภาพยุโรป ซึ่งเน้นนโยบายเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) และปฏิเสธสินค้าซึ่งไม่เน้นความยั่งยืนโดยอัตโนมัติ 

ด้าน นางสาวสมฤดี พู่พรอเนก รองอธิบดีกรมยุโรป (รักษาราชการเเทน อธิบดีกรมยุโรป) มองว่าข้อกำหนดและนโยบายทางเศรษฐกิจของสหภาพยุโรปเป็นสิ่งที่กรมยุโรปสามารถเชื่อมต่อและประสานความร่วมมือได้โดยตรง เพื่อเปิดช่องทางด่วนสำหรับการลงทุนและการส่งออกสินค้าของไทยในโจทย์ยุคใหม่ของยุโรปได้

ในขณะที่ ดร.ภัทรชาติ โกมลกิติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสำนักเคเอกซ์ กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการ GREEN TECHBITE ทำให้มีผู้ประกอบการไทยจำนวนหนึ่งได้มีโอกาสไปตั้งบริษัทอยู่ที่ต่างประเทศ และสามารถหากลุ่มลูกค้าโดยใช้เทคโนโลยีของไทยได้ด้วย

ทั้งนี้ โครงการ Green TECHBITE เป็นหนึ่งในทางลัดสำคัญสำหรับสตาร์ตอัปไทยที่มีศักยภาพ พุ่งตรงไปยัง เยอรมนี เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส สเปน ไอร์แลนด์ และอิตาลี ที่ล้วนเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy) ของสหภาพยุโรปต่อไป

ที่มาข้อมูล : Knowledge Xchange (KX)

ที่มารูปภาพ : TNN Tech