
วันนี้ (20 มิถุนายน) กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น (GSDF) และนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) ได้เปิดฉากการฝึกซ้อมรบภาคสนามร่วมกันในชื่อรหัส "เรโซลูต ดรากอน" (Resolute Dragon) หรือ "มังกรผู้แน่วแน่"
วัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการฝึกทักษะ "การป้องกันหมู่เกาะ" (Island defense) และการซ้อมรบในสภาพแวดล้อมที่มีการกระจายกำลัง มุ่งเน้นการบูรณาการกำลังพล, ยุทโธปกรณ์ และกลยุทธ์ของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
รูปแบบการฝึก จะประกอบไปด้วยการฝึกจำลองสถานการณ์, การซ้อมรบด้วยกระสุนจริง, การฝึกเคลื่อนย้ายกำลังพลและอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว รวมถึงการฝึกส่งกลับผู้บาดเจ็บทางอากาศ การฝึกซ้อมรบดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ รวมระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ในภูมิภาคคิวชูทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นและจังหวัดโอกินาวา
มีรายงานว่า กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น วางแผนที่จะส่งเครื่องบินขนส่ง "วี-22 ออสเปรย์" (V-22 Osprey) ซึ่งประจำการอยู่ที่ค่ายซากะ ไปยังเกาะมิยาโกะในโอกินาวาเป็นครั้งแรก เพื่อฝึกการขนส่งผู้บาดเจ็บจากเกาะไปยังฐานทัพอากาศฟูเทนมาของนาวิกโยธินสหรัฐฯ บนเกาะโอกินาวา
นอกจากนี้รถถังไทป์ 10 (Type 10 tanks) ก็จะเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบที่สนามฝึกฮิจูไดในจังหวัดโออิตะ แต่จะงดเว้นการยิงปืนใหญ่หลังเหตุการณ์ฝึกซ้อมรถถังในเดือนเมษายนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือาดเจ็บรวม 4 คน
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ "ชินจิโร โคอิซุมิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เพิ่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซี สื่อดังของอังกฤษว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเสริมสร้างแกร่งทางทหารและทบทวนแนวทางสันตินิยมที่เคยยึดถือมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สืบเนื่องมาจาก การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านกลาโหม, การเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และการขยายความร่วมมือกับชาติที่มีความคิดสอดคล้องกัน เพื่อสร้างอำนาจยับยั้งหลายชั้น ทั้งหมดล้วนมีส่วนสำคัญเพื่อเป็นการรับประกันว่า จะไม่เกิดสงครามในภูมิภาค
สรุปข่าว
วันนี้ (20 มิถุนายน) กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น (GSDF) และนาวิกโยธินสหรัฐฯ (USMC) ได้เปิดฉากการฝึกซ้อมรบภาคสนามร่วมกันในชื่อรหัส "เรโซลูต ดรากอน" (Resolute Dragon) หรือ "มังกรผู้แน่วแน่"
วัตถุประสงค์หลักเพื่อมุ่งเน้นการฝึกทักษะ "การป้องกันหมู่เกาะ" (Island defense) และการซ้อมรบในสภาพแวดล้อมที่มีการกระจายกำลัง มุ่งเน้นการบูรณาการกำลังพล, ยุทโธปกรณ์ และกลยุทธ์ของทั้ง 2 ฝ่ายเข้าด้วยกัน เพื่อรับมือกับสถานการณ์ความมั่นคงในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก
รูปแบบการฝึก จะประกอบไปด้วยการฝึกจำลองสถานการณ์, การซ้อมรบด้วยกระสุนจริง, การฝึกเคลื่อนย้ายกำลังพลและอุปกรณ์อย่างรวดเร็ว รวมถึงการฝึกส่งกลับผู้บาดเจ็บทางอากาศ การฝึกซ้อมรบดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายนนี้ รวมระยะเวลาเกือบ 2 สัปดาห์ ในภูมิภาคคิวชูทางตะวันตกเฉียงใต้ของญี่ปุ่นและจังหวัดโอกินาวา
มีรายงานว่า กองกำลังป้องกันตนเองภาคพื้นดินของญี่ปุ่น วางแผนที่จะส่งเครื่องบินขนส่ง "วี-22 ออสเปรย์" (V-22 Osprey) ซึ่งประจำการอยู่ที่ค่ายซากะ ไปยังเกาะมิยาโกะในโอกินาวาเป็นครั้งแรก เพื่อฝึกการขนส่งผู้บาดเจ็บจากเกาะไปยังฐานทัพอากาศฟูเทนมาของนาวิกโยธินสหรัฐฯ บนเกาะโอกินาวา
นอกจากนี้รถถังไทป์ 10 (Type 10 tanks) ก็จะเข้าร่วมการฝึกซ้อมรบที่สนามฝึกฮิจูไดในจังหวัดโออิตะ แต่จะงดเว้นการยิงปืนใหญ่หลังเหตุการณ์ฝึกซ้อมรถถังในเดือนเมษายนที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตหรือาดเจ็บรวม 4 คน
ไม่กี่วันก่อนหน้านี้ "ชินจิโร โคอิซุมิ รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น เพิ่งให้สัมภาษณ์กับบีบีซี สื่อดังของอังกฤษว่า ญี่ปุ่นจำเป็นต้องเสริมสร้างแกร่งทางทหารและทบทวนแนวทางสันตินิยมที่เคยยึดถือมาตั้งแต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 สืบเนื่องมาจาก การเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านกลาโหม, การเป็นพันธมิตรกับสหรัฐฯ และการขยายความร่วมมือกับชาติที่มีความคิดสอดคล้องกัน เพื่อสร้างอำนาจยับยั้งหลายชั้น ทั้งหมดล้วนมีส่วนสำคัญเพื่อเป็นการรับประกันว่า จะไม่เกิดสงครามในภูมิภาค
- "อี แจ-มยอง" เผยคุย "ทรัมป์" ปลดนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ ชี้ สหรัฐฯ เท่านั้นที่คุยได้
- สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทะเลอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เวลา 60 วันสำหรับเจรจาข้อตกลงถาวร
- หมดยุคญี่ปุ่นรักสันติ ? เดินหน้าเสริมกลาโหม เอาชีวิตรอดในโลกที่ไม่สันติเหมือนเคย
- สหรัฐฯ ขึ้นเบอร์ 1 ขายน้ำมันสูงสุดของโลก แซงรัสเซีย-ซาอุฯ
- สหรัฐฯ ขอบคุณ สีจิ้นผิง-ปูติน ที่เป็นกลาง ในความขัดแย้งสหรัฐฯ และอิหร่าน
