สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทะเลอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เวลา 60 วันสำหรับเจรจาข้อตกลงถาวร

Share on Line Share on Facebook Share on X
สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทะเลอิหร่าน-ช่องแคบฮอร์มุซ ให้เวลา 60 วันสำหรับเจรจาข้อตกลงถาวร

สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน พร้อมเริ่มนับกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาสู่ข้อตกลงถาวร นอกจากนี้ สหรัฐฯยังได้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน และเปิดทางให้เรือกลับมาเดินทางได้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ ที่กลับมาเปิดใช้งานได้


สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของกระบวนการสันติภาพ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็นโอยู เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน


เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ระยะเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ในข้อตกลงเริ่มนับอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะพยายามเจรจารายละเอียดที่ซับซ้อนเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงถาวร


นอกจากนี้ แวนซ์ยังได้ตอบโต้เสียงวิจารณ์จากนักการเมืองอิสราเอลที่ไม่พอใจกับข้อตกลงดังกล่าว โดยย้ำว่า ทรัมป์เป็นผู้นำโลกที่สนับสนุนอิสราเอลมากที่สุดในเวลานี้

สรุปข่าว

สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติความขัดแย้ง และเริ่มกระบวนการเจรจา 60 วันเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงสันติภาพถาวร

สหรัฐฯ และอิหร่านลงนามบันทึกความเข้าใจเพื่อยุติสงครามที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน พร้อมเริ่มนับกรอบเวลา 60 วันสำหรับการเจรจาสู่ข้อตกลงถาวร นอกจากนี้ สหรัฐฯยังได้ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน และเปิดทางให้เรือกลับมาเดินทางได้เหมือนเดิม เช่นเดียวกับช่องแคบฮอร์มุซ ที่กลับมาเปิดใช้งานได้


สหรัฐฯ และอิหร่านกำลังก้าวเข้าสู่ขั้นตอนใหม่ของกระบวนการสันติภาพ หลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ และประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือเอ็นโอยู เพื่อยุติความขัดแย้งระหว่างสองประเทศที่ดำเนินมานานเกือบ 4 เดือน


เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวกับนักข่าวที่ทำเนียบขาวว่า ระยะเวลา 60 วันที่กำหนดไว้ในข้อตกลงเริ่มนับอย่างเป็นทางการเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 18 มิถุนายน โดยในช่วงเวลาดังกล่าว ทั้งสองฝ่ายจะพยายามเจรจารายละเอียดที่ซับซ้อนเพื่อมุ่งสู่ข้อตกลงถาวร


นอกจากนี้ แวนซ์ยังได้ตอบโต้เสียงวิจารณ์จากนักการเมืองอิสราเอลที่ไม่พอใจกับข้อตกลงดังกล่าว โดยย้ำว่า ทรัมป์เป็นผู้นำโลกที่สนับสนุนอิสราเอลมากที่สุดในเวลานี้

เขาระบุว่า อิสราเอลควรเคารพกระบวนการสันติภาพกับอิหร่าน และกล่าวว่าการโจมตีในกรุงเบรุตของเลบานอน ที่ส่งผลให้พลเรือนเสียชีวิตเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้"


แวนซ์ เปิดเผยว่า การเจรจาทางเทคนิคระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านมีกำหนดเริ่มต้นในช่วงสุดสัปดาห์นี้ หากคณะผู้แทนอิหร่านสามารถเดินทางมาร่วมประชุมได้


เขาระบุด้วยว่า ตนเองจะเป็นหัวหน้าคณะเจรจาของสหรัฐฯ ในการหารือรอบต่อไป ซึ่งคาดว่าจะจัดขึ้นที่บือร์เกนสต็อก รีสอร์ท (Bürgenstock Resort) ในสวิตเซอร์แลนด์ 


อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์จำนวนมากยังสงสัยว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถบรรลุข้อตกลงฉบับสมบูรณ์ได้ภายในกรอบเวลา 60 วันหรือไม่ เนื่องจากประเด็นสำคัญหลายเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไขและถูกเลื่อนไปเจรจาในรอบถัดไป


ด้านทรัมป์กล่าวว่า สหรัฐฯ คาดหวังให้เกิด "การหยุดยิงอย่างสมบูรณ์ในทุกแนวรบ" ไม่เพียงแต่ระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน แต่รวมถึงความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับฮิซบอลเลาะห์, เลบานอนและอิสราเอลด้วย


เขาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายในตะวันออกกลางสนับสนุนกระบวนการเจรจาและหลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจทำให้ข้อตกลงล้มเหลว


กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ประกาศยกเลิกมาตรการปิดล้อมทางทะเลต่ออิหร่านอย่างเป็นทางการ โดยเรือทุกลำสามารถเข้าและออกท่าเรืออิหร่านได้อีกครั้ง

แม้จะยุติการปิดล้อม แต่กองทัพเรือสหรัฐฯ จะยังคงประจำการอยู่ในพื้นที่อ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน เพื่อเฝ้าติดตามการปฏิบัติตามข้อตกลง


ตามเนื้อหาของบันทึกความเข้าใจ สหรัฐฯ จะยุติการปิดล้อมอย่างสมบูรณ์ภายใน 30 วัน และจะทยอยถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่รอบอิหร่านหลังจากมีข้อตกลงฉบับสุดท้าย


ข้อตกลงฉบับดังกล่าวกำหนดให้มีการเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซทันทีด้วย


อิหร่านตกลงที่จะอำนวยความสะดวกให้เรือพาณิชย์สามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมานได้โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมเป็นเวลา 60 วัน เพื่อฟื้นฟูการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ ซึ่งเป็นหนึ่งในเส้นทางพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก


อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูการเดินเรือให้กลับสู่ภาวะปกติอาจต้องใช้เวลาถึง 30 วัน เนื่องจากยังต้องดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและขจัดอุปสรรคทางทหารที่หลงเหลืออยู่


ส่วนโมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เปิดเผยว่า เขาได้อนุมัติบันทึกความเข้าใจดังกล่าวที่ลงโดยประธานาธิบดีอิหร่านและสหรัฐฯแล้ว แม้จะมีมุมมองที่แตกต่างในบางประเด็น


เขาระบุว่า ตัดสินใจให้การรับรองหลังได้รับคำยืนยันจากประธานาธิบดีเปเซชเคียนและเจ้าหน้าที่ระดับสูงว่า สิทธิและผลประโยชน์ของอิหร่าน รวมถึงกลุ่มพันธมิตรที่อิหร่านสนับสนุนในภูมิภาค จะได้รับการคุ้มครอง


นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า การเจรจากับสหรัฐฯ ในอนาคตไม่ได้หมายความว่าอิหร่านจะยอมรับจุดยืนของฝ่ายตรงข้าม

ที่มาข้อมูล : Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters